ผ่านไปผ่านมากว่า 10 ปี... สงสัยกันไหม ตึกคอนกรีตยักษ์ตรงสามแยกวัดคูยาง คือตึกอะไรกันแน่

ผ่านไปผ่านมากว่า 10 ปี... สงสัยกันไหม ตึกคอนกรีตยักษ์ตรงสามแยกวัดคูยาง คือตึกอะไรกันแน่

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 12

[16.4915903, 99.2681592, ผ่านไปผ่านมากว่า 10 ปี... สงสัยกันไหม ตึกคอนกรีตยักษ์ตรงสามแยกวัดคูยาง คือตึกอะไรกันแน่]

ผ่านไปผ่านมากว่า 10 ปี... สงสัยกันไหม ตึกคอนกรีตยักษ์ตรงสามแยกวัดคูยาง คือตึกอะไรกันแน่
หลายคนที่ผ่านไปผ่านมาแถวสามแยกข้างวัดคูยาง จังหวัดกำแพงเพชร คงจะเคยเหลียวมองโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น แล้วเกิดคำถามในใจกันมานานว่า "ตึกนี้คืออะไร สร้างขึ้นมาทำไม แล้วข้างในเขาจะทำเป็นอะไรกันแน่" วันนี้เราจะพาย้อนเวลากลับไปเปิดพิมพ์เขียวและแกะรอยเพื่อเฉลยคำตอบ ย้อนเวลาสู่ปี 2555: จุดเริ่มของมหากาพย์ หากเราย้อนเวลากลับไปในวันที่ 6 เมษายน 2555 ณ บริเวณพื้นที่ข้างวัดคูยาง บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความคึกคัก เพราะเป็นวันที่ทางวัดได้ปักป้ายประกาศผืนใหญ่ เชิญชวนชาวเมืองกำแพงเพชรมาร่วมพิธีสำคัญ นั่นคือ "พิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารศาลานครชากังราว" ในเวลาฤกษ์ดี 09.09 น. บนป้ายวันนั้นปรากฏภาพจำลองของอาคารอเนกประสงค์ยุคใหม่ของวัดที่จะมีทั้ง "ระบบปรับอากาศ และลิฟต์" ติดตั้งอยู่ภายในเพื่ออำนวยความสะดวกอย่างเต็มรูปแบบ ศูนย์กลางแห่งศรัทธา: ศูนย์รวมการปกครองคณะสงฆ์ภาค 4 เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้อาคารหลังนี้ต้องมีความยิ่งใหญ่ นั่นเป็นเพราะบทบาทของวัดคูยาง (พระอารามหลวง) คือการเป็น "ศูนย์กลางการบริหารจัดการและการปกครองคณะสงฆ์ภาค 4" ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ดูแลถึง 4 จังหวัดใหญ่ ได้แก่ กำแพงเพชร, นครสวรรค์, พิจิตร และเพชรบูรณ์ อาคารศาลานครชากังราวหลังนี้จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการเป็น "ศูนย์ประชุมและการบริหารคณะสงฆ์ภาค 4" อย่างเป็นทางการ  เปิดใช้งานจริง: จากพิมพ์เขียวสู่การใช้ประโยชน์ แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูเป็นโครงสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จรอการตกแต่งให้สมบูรณ์ตามแบบสถาปัตยกรรม แต่ "ศาลานครชากังราว" ได้เริ่มทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักในการรองรับงานบุญและศาสนพิธีสำคัญระดับจังหวัดและระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยมีเหตุการณ์สำคัญเป็นเครื่องยืนยันศักยภาพของอาคาร ดังนี้: ​วันที่ 4 เมษายน 2567: พิธีทักษิณานุประทานบูรพาจารย์อาคารชั้น 2 ถูกใช้เป็นสถานที่หลักในการประกอบพิธีสมโภชวัดคูยาง และงานฉลองอายุวัฒนมงคล 6 รอบ ของ พระพรหมวัชรวิสุทธิ์ (เจ้าคณะภาค 4) โดยรองรับพระสงฆ์สมณศักดิ์ 53 รูป และสาธุชนที่มาร่วมฟังพระธรรมเทศนาจากพระพรหมวชิรปัญญาจารย์ ราชบัณฑิต ​วันที่ 5 เมษายน 2567: พิธีถวายน้ำสรงและไทยธรรมพระราชทาน ตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางศรัทธาด้วยการเป็นสถานที่ประกอบพิธีถวายน้ำสรง ผ้าไตร และไทยธรรมพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสสมโภชหิรัญบัฏ โดยมีผู้แทนพระองค์และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงภายในโถงมหาศาลา ​วันที่ 10 กรกฎาคม 2568: ศูนย์รวมประเพณีเข้าพรรษา "3 วัดรวมเป็นหนึ่ง" ในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา อาคารแห่งนี้ได้รองรับพลังศรัทธาของชาวกำแพงเพชรในพิธีทำบุญตักบาตรครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นการรวมพระภิกษุสงฆ์จาก 3 วัดสำคัญ (วัดคูยาง, วัดบาง และวัดเสด็จ) ไว้ในที่เดียว เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานจนเต็มพื้นที่ศาลา  ปลดล็อกข้อสงสัย: นอกจากงานภาค 4 แล้ว วัดสร้างตึกใหญ่ขนาดนี้ "ไปทำไม" อีก หากดูจากวัตถุประสงค์โครงการที่เขียนว่า "เพิ่มพื้นที่จอดรถห้องเรียนศึกษา"

เราจะเห็นวิสัยทัศน์ที่สร้างตึกนี้เพื่อแก้ปัญหาระดับเมืองควบคู่ไปด้วยกัน: แก้ปัญหาจราจร: วัดคูยางเป็นวัดใหญ่ที่มีผู้คนมาร่วมงานบุญแน่นขนัดเสมอ การสร้างตึกนี้จึงตั้งใจให้เป็น "อาคารจอดรถในร่ม" เพื่อดูดซับรถยนต์ไม่ให้ไปจอดกีดขวางบนพื้นผิวจราจร สร้างศูนย์รวมการศึกษาครบวงจร: โครงการนี้ดีไซน์ให้มีห้องเรียนศึกษาและห้องสมุดทันสมัย เพื่อให้เป็นพื้นที่เรียนธรรมะและจัดอบรมเยาวชน การบริหารจัดการที่ดินแนวดิ่ง: ด้วยพื้นที่ราบที่จำกัด การออกแบบตึกนี้จึงเป็นการรวม "ทุกความต้องการ" ซ้อนขึ้นไปเป็น 5 ชั้น ช่วยประหยัดพื้นที่ราบของวัดได้อย่างมหาศาล ความงดงามทางสถาปัตยกรรม: อัตลักษณ์ "ไทยประยุกต์ร่วมสมัย" หากพิจารณาจากภาพจำลอง รูปทรงของอาคารศาลานครชากังราวถูกดีไซน์ด้วยความประณีต ผสมผสานระหว่างโมเดิร์นและไทยเดิม โดยมีส่วนหลังคาเป็นทรงจั่วหน้าบันตามคติสถาปัตยกรรมไทยมีการเปิดช่องแสงและซุ้มหน้าต่างโค้งรอบตึก ซึ่งนอกจากจะช่วยให้แสงธรรมชาติส่องถึงภายในแล้ว ยังสร้างมิติแสงเงาที่สวยงามสะดุดตาแก่ผู้สัญจรผ่านสามแยก  เปิดผัง 5 ชั้น: ข้างในมีอะไรซ่อนอยู่ สิ่งที่ทำให้หลายคนทึ่งคือความใหญ่โตของโครงสร้างตึก ซึ่งเดิมถูกวางแผนจัดสรรพื้นที่ไว้ถึง 5 ชั้น:
       ชั้นที่ 1 และ 2: ทำเป็น "ชั้นสำหรับจอดรถยนต์"
       ชั้นที่ 3: พื้นที่สำนักงาน กุฏิ หรือห้องอาหาร
       ชั้นที่ 4: ห้องพักวิทยากร ห้องสมุด และห้องเรียนศึกษาพระปริยัติธรรม
       ชั้นที่ 5: "ห้องประชุมใหญ่" รองรับกว่า 1,200 ที่นั่ง

คำสำคัญ : ตึกยักษ์วัดคูยาง  ศาลานครชากังราว  วัดคูยาง  ศูนย์ปกครองคณะสงฆ์ภาค4  พระอารามหลวง

ที่มา : สำนักข่าวกาข่าว

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). ผ่านไปผ่านมากว่า 10 ปี... สงสัยกันไหม ตึกคอนกรีตยักษ์ตรงสามแยกวัดคูยาง คือตึกอะไรกันแน่. สืบค้น 12 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2433&code_db=610001&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2433&code_db=610001&code_type=01

Google search

Mic

เมืองคณฑี : เมืองพักระหว่างทางของพระนางจามเทวี

เมืองคณฑี : เมืองพักระหว่างทางของพระนางจามเทวี

เมืองคณฑี เป็นเมืองโบราณเก่าแก่เมืองหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงทางฝั่งตะวันออก ตัวกำแพงเมืองหรือร่องรอยของเมืองเกือบไม่เหลือร่องรอยให้เห็นในปัจจุบัน ทั้งที่เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาอย่างน้อยในช่วง พ.ศ. 1176-1204 เมื่อครั้งพระนางจามเทวี พระราชธิดาของกษัตริย์ละโว้ (พระยากาฬวรรณดิส) ซึ่งเสด็จโดยทางชลมารคจากนครละโว้ (ลพบุรี) ขึ้นไปสร้างเมืองที่นครหริภุญชัย (ลำพูน) ระหว่างทางที่เสด็จพระนางจามเทวีได้เสด็จขึ้นมาประทับที่เมืองคณฑี แล้วจึงไปพักที่เมืองกำแพงเพชร ผ่านเมืองตากไปจนถึงลำพูน

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 2,059

เมืองแปบ หรือวังแปบ

เมืองแปบ หรือวังแปบ

ที่บริเวณบ้านหัวยาง ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ตรงกับตีนสะพานข้ามลำน้ำปิง ฝั่งนครชุม มีสถานที่หนึ่ง ชาวบ้านเรียกกันว่า บ้านวังแปบ เล่ากันว่า เดิมเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่ง ที่เรียกขานกันว่าเมืองแปบ เป็นเมืองโบราณ อายุกว่าพันปี ปัจจุบันน้ำกัดเซาะจนเมืองเกือบทั้งเมืองตกลงไปในลำน้ำปิง เหลือโบราณสถานไม่กี่แห่งที่เป็นหลักฐานว่า บริเวณแห่งนี้ เคยเป็นเมืองสำคัญมาก่อน มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า 

เผยแพร่เมื่อ 16-04-2020 ผู้เช้าชม 2,367

คัมภีร์คาถาชินบัญชรสมเด็จพุฒาจารย์(โต) พบในเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม

คัมภีร์คาถาชินบัญชรสมเด็จพุฒาจารย์(โต) พบในเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม

คำว่า ชินบัญชร นั้นแปลว่า กรง หรือ เกราะป้องกันภัยของพระพุทธเจ้า คำว่า ชิน หมายถึง พระพุทธเจ้า คำว่า บัญชร หมายถึง กรง หรือ เกราะ โดยที่เนื้อหาในคาถาในชินบัญชรนั้นจะเป็นการอัญเชิญพระพุทธเจ้าจำนวน 28 พระองค์ เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าพระนามว่าตัณหังกร เป็นต้น เดินทางลงมาสถิตอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เพื่อเป็นการเสริมให้ตนเองนั้นมีพลังพุทธคุณให้ยิ่งใหญ่ จากนั้นจึงอัญเชิญพระอรหันต์ที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 80 องค์ซึ่งเป็นผู้มีบารมีธรรมที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังได้มีการอาราธนาพระสูตรอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ทรงอานุภาพในด้านต่างๆ

เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 4,161

เมืองคณฑี

เมืองคณฑี

ตำบลคณฑี หรือตำบลบ้านโคน หรือ เมืองคณฑี เมืองที่ยิ่งใหญ่ ในอดีตมีคำขวัญประจำตำบลที่นำเสนอเอกลักษณ์ของตำบลอย่างชัดเจน เมืองคณฑีเป็นเมืองยุคแรกๆของกำแพงเพชร ตามตำนานเมืองเหนือกล่าวไว้ว่า พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ แห่งกรุงสุโขทัย เสด็จไปจากบ้านโคน หรือเมืองคณฑี แสดงว่าเมืองคณฑีนี้เก่าแก่กว่าสุโขทัยเจริญรุ่งเรืองมาก่อนกรุงสุโขทัย นับร้อยปี ทำให้ชาวบ้านโคนภูมิใจในบรรพบุรุษจึงนำมาเป็นคำขวัญประจำเมือง

เผยแพร่เมื่อ 30-08-2019 ผู้เช้าชม 4,842

เมืองไตรตรึงษ์ ตามร่องรอยแห่งตำนานและประวัติศาสตร์

เมืองไตรตรึงษ์ ตามร่องรอยแห่งตำนานและประวัติศาสตร์

บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงในเขตท้องที่ของจังหวัดกำแพงเพชร ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของชุมชน เคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมืองด้วยกัน คือ เมืองแปป เมือง กำแพงเพชร เมืองชากังราว เมืองนครชุม เมืองคณฑี เมืองไตรตรึงษ์ เมืองเทพนคร ฯลฯ ซึ่งชื่อเมืองเหล่านี้พบตามจารึก ในเอกสารต่าง ๆ โดยแต่ละเมืองมี ความสำคัญแตกต่างกันไปตามยุคสมัย เหมือนอย่างเมืองไตรตรึงษ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมโบราณระหว่างบ้านเมืองในแถบภาคกลางอย่างละโว้ อโยธยา และเมืองในเขตล้านนาอย่างหริภุญไชย เป็นเมืองสำคัญชั้น ลุงของกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัยซึ่งเคยเข้ามาเป็นเจ้าครองเมือง และเป็นเมืองที่มีตำนานปรัมปราเรื่อง “ท้าวแสนปม” อันโด่งดัง

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 2,822

พระแก้วมรกตกับเมืองกำแพงเพชร

พระแก้วมรกตกับเมืองกำแพงเพชร

ตำนานพระแก้วมรกต จากพงศาวดารเหนือ ความว่า พระเจ้าอาทิตย์ราชก็ทรงปิติโสมนัสพระทัยหาที่สุดมิได้ ก็เข้าถวายบูชาพระแก้วมรกตทุกวันมิได้ขาด ด้วยอานุภาพของพระแก้วมรกต พระพุทธศาสนาก็เจริญรุ่งเรืองมากในกรุงศรีอโยธยา สืบกษัตริย์ต่อมาได้หลายชั่วกษัตริย์ อยู่ต่อมาข้างหน้า เจ้าพระยากำแพงเพชรก็ยกกองทัพเรือมาทูลขอพระแก้วเจ้าขึ้นไปไว้เมืองกำแพงเพชร ต่อมามินานท่านก็มีพระราชบุตรพระองค์หนึ่ง เมื่อเจริญเติบโตขึ้นพระองค์ตั้งให้ขึ้นไปครองเมืองละโว้ ครั้นนั้นพระราชบุตรมีความระลึกถึงพระแก้วมรกตเป็นที่สุด ด้วยมีน้ำพระทัยอยากได้พระแก้วมรกตไว้ปฏิบัติบูชารักษา

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 4,531

ทำเนียบเจ้าเมืองชากังราว กำแพงเพชร

ทำเนียบเจ้าเมืองชากังราว กำแพงเพชร

พระยางั่ว สมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวไว้ในประชุมปาฐกถาตอนที่ว่าด้วย "พงศาวดารกรุงสุโขทัยคราวเสื่อม" ถึงเรื่องเมืองชากังราว น่าจะสร้างขึ้นเป็นเมืองลูกหลวง คู่กับเมืองศรีสัชนาลัยอยู่ และพระยางั่ว ครองเมืองซากังราว และได้เกิดชิงราชสมบัติกันกับพระยาลิไทย พระยาลิไทยเป็นผู้ชนะและได้สมบัติ พระยางั่วจึงเป็นผู้ครองเมืองกำแพงเพชร อยู่ก่อนที่พระยาไทยจะขึ้นเสวยราชย์ คือราว พ.ศ.1890 ซึ่งเป็นปีเสวยราชย์ของพระยาลิไทย

เผยแพร่เมื่อ 14-11-2023 ผู้เช้าชม 2,132

ดาบโบราณเมืองกำแพง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร

ดาบโบราณเมืองกำแพง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร

เมืองกำแพงเพชรในประวัติศาสตร์ขึ้นชื่อว่า เป็นเมืองหน้าด่านที่มีการก่อสงครามอยู่ไม่ขาดสาย และมีป้อมปราการรายล้อมพร้อมคูเมือง เนื่องจากมีสงครามและเพื่อปกป้องบ้านเมือง จึงจำเป็นต้องมีศาสตราวุธคู่กายเพื่อนำมาป้องกันตัวและต่อสู้ ในขณะเดียวกันก็เป็นยุคสมัยที่ดาบสามารถนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ทั้งนี้ดาบที่ผู้ถือครองนั้นก็มีความแตกต่างออกไปตามบทบาทและหน้าที่ อาทิ ทหารศึกที่มีไว้เพื่อรบศึกสงครามโดยเฉพาะ หรือชาวบ้านที่มีไว้เพื่อป้องกันตัว แต่ยังมีดาบอีกประเภทที่สามารถบ่งบอกถึงชนชั้น ความสามารถ ไปจนถึงความยิ่งใหญ่ซึ่งถือได้ว่าการจะได้ดาบเล่มนี้มาย่อมจะต้องมีความ สามารถสูงและแลกมากับความพยายามอย่างสุดความสามารถดังเช่นความเป็นมาของดาบโบราณของจังหวัดกำแพงเพชรที่มีประวัติที่แสนวิเศษโดยมีเรื่องราวกล่าวกันว่าดาบเล่มนี้เคยเป็นดาบประจำตระกูลของพระยากำแพงผู้ปกครองเมืองกำแพงในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

เผยแพร่เมื่อ 20-06-2022 ผู้เช้าชม 4,737

เมืองไตรตรึงษ์ตามประวัติแม่น้ำเจ้าพระยา

เมืองไตรตรึงษ์ตามประวัติแม่น้ำเจ้าพระยา

มีตำนานของแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกี่ยวข้องอยู่กับเมืองไตรตรึงษ์อยู่ด้วย โดยได้เค้าเรื่องมาจากสมุดข่อย วัดเขื่อนแดง ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในปัจจุบันสมุดข่อยดังกล่าวนี้ได้สูญหายและไม่ทราบว่าผู้ใดเอาไป แต่นายอ้อม ศรีรอด แห่งโรงเรียนศรีสัคควิทยา ตลาดสะพานดำ ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ได้เรียบเรียงเอาไว้ ตามตำนานกล่าวว่าเมื่อประมาณ ปีพุทธศักราช 1893 พระเจ้าอู่ทอง ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และได้ขึ้นครองราชย์สมบัติทรงพระนามว่า "สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1" ในขณะที่พระองค์ทรงได้ขึ้นครองราชย์นั้นได้ให้พระราเมศวรราชบุตรไปปกครองเมืองลพบุรี

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 5,843

เฉลิมฉลอง 504 ปี พระอิศวร เมืองกำแพงเพชร

เฉลิมฉลอง 504 ปี พระอิศวร เมืองกำแพงเพชร

กำแพงเพชร มีเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองสัตว์สองตีนสี่ตีนในเมืองกำแพงเพชรมาช้านาน สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นคือเทวรูปพระอิศวร พระอิศวร คือเทพสูงสุดแห่งศาสนาพราหมณ์ เรียกกันว่าพระศิวะก็ได้ พระอิศวรเป็นเทพเจ้าที่มีอำนาจมากและดุร้าย จึงนับว่าเป็นเทพผู้สร้าง ผู้ทำลาย เป็นเทพที่มีลักษณะพิเศษ คือพระศอสีนิล พระองค์สีแดง มีพระเนตรที่สาม เมื่อลืมตาที่สามแล้วจะทำลายล้างโลกได้สิ้น แล้วจึงสร้างใหม่ สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของการเกิดคือ ศิวลึงค์ พระอิศวรมีพระมเหสี คือพระนางอุมาเทวี พระอิศวร มีงูเป็นสังวาล กะโหลกศีรษะมนุษย์ร้อยเป็นสร้อยพระศอ ทรงโคเผือก อุศุภราช นุ่งหนังเสือ แบบพระฤาษีทรงพระจันทร์เป็นปิ่นปักผม สถิต ณ เขาไกรลาส เป็นที่เคารพบูชาของผู้ที่นับถือศาสนาพราหมณ์ทั่วโลก

เผยแพร่เมื่อ 18-02-2020 ผู้เช้าชม 4,768