ถอดรหัส พระยาวชิรปราการ กับเมืองกำแพงเพชร

ถอดรหัส พระยาวชิรปราการ กับเมืองกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 15

[16.4198237, 99.3354382, ถอดรหัส พระยาวชิรปราการ กับเมืองกำแพงเพชร]

        ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ชื่อ "พระเจ้าตากสินมหาราช" ผูกพันแน่นแฟ้นกับสามเมืองสำคัญ คือ เมืองตาก จันทบุรี และธนบุรีแต่ยังมีอีกเมืองหนึ่งที่ชาวบ้านภาคภูมิใจว่าเคยเป็น "เมืองที่สอง" ในชีวิตราชการของพระองค์ นั่นคือ กำแพงเพชรทว่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างมหาราชพระองค์นี้กับกำแพงเพชรนั้น ซับซ้อนและมีสีสันทางประวัติศาสตร์มากกว่าที่หลายคนเข้าใจ
        ตอนที่ 1: จากหลวงยกบัตรเมืองตาก สู่ผู้พิทักษ์พระนครสิน บุตรของนายไหฮองและนางนกเอี้ยง เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็กตั้งแต่วัยเยาว์ ก่อนได้รับตำแหน่งหลวงยกบัตรเมืองตาก และเลื่อนขึ้นเป็น"พระยาตาก" เจ้าเมืองตาก เมื่อผู้ครองเมืองเดิมถึงแก่กรรมจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 2307-2308 เมื่อพม่ายกทัพเข้าประชิดกรุงศรีอยุธยาถึงสองครั้งพระยาตากได้นำกำลังเข้าช่วยป้องกันพระนครทั้งสองคราว และแสดงฝีมือการรบจนเลื่องลือว่าเป็นหนึ่งในแม่ทัพที่เข้มแข็งที่สุดในเวลานั้นด้วยความชอบนี้ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์จึงโปรดเกล้าฯ เลื่อนตำแหน่งพระยาตากขึ้นเป็น "พระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร" ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2310
        ตอนที่ 2: ตำแหน่งที่ไม่ทันได้ครองนี่คือจุดที่เรื่องเล่าทั่วไปมักข้ามไป เพราะแทบจะทันทีที่ได้รับตำแหน่งใหม่ พม่าก็ยกทัพเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาอีกครั้งเป็นศึกใหญ่ครั้งสุดท้ายพระยาวชิรปราการจึงถูกเรียกตัวกลับเข้ากรุงเพื่อป้องกันพระนคร โดยยังไม่ทันได้เดินทางไปปกครองเมืองกำแพงเพชรแต่อย่างใดหลักฐานจากพระราชพงศาวดารและงานศึกษาประวัติศาสตร์หลายชิ้นระบุตรงกันว่า ท่านยังไม่ทันได้ครองเมืองกำแพงเพชรจริง ก็เกิดศึกเสียก่อนกล่าวคือท่านไม่เคยเดินทางไปประทับหรือบริหารราชการที่เมืองกำแพงเพชรเลยตำแหน่ง "พระยาวชิรปราการ" จึงเป็นบรรดาศักดิ์ที่ได้รับพระราชทาน แต่ไม่มีช่วงเวลาการปกครองจริงเกิดขึ้นดังนั้นคำถามว่า "ประทับนานเท่าใด" หรือ "มีผลงานอะไรระหว่างครองเมือง" จึงตอบตามหลักฐานได้ว่า แทบไม่มีเลยเพราะสถานการณ์สงครามไม่เปิดโอกาสให้ท่านได้ทำหน้าที่เจ้าเมืองแม้แต่วันเดียวหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาจะต้องเสียแก่พม่าอย่างแน่นอน พระยาวชิรปราการจึงตัดสินใจรวบรวมไพร่พลราว 500 คนตีฝ่าวงล้อมออกจากค่ายในคืนวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2309 (ก่อนกรุงแตกราว 3 เดือน) มุ่งหน้าไปทางหัวเมืองชายทะเลตะวันออกเพื่อรวบรวมกำลังกลับมากอบกู้เอกราชในภายหลัง
        ตอนที่ 3: ข้อถกเถียงทางประวัติศาสตร์ "เจ้าเมืองกำแพงเพชร" จริงหรือเพียงตำนานที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ นักประวัติศาสตร์บางท่าน โดยเฉพาะการวิเคราะห์ของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ ในหนังสือ"การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี" ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องพระยาวชิรปราการเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชรอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เท่าที่เข้าใจกัน โดยชี้ว่าราชทินนามที่แท้จริงของผู้ครองเมืองกำแพงเพชรในสมัยนั้นคือ "ออกญารามรณรงค์สงคราม" ไม่ใช่ "พระยาวชิรปราการ"ชื่อตำแหน่ง "พระยาวชิรปราการ" ปรากฏขึ้นในเอกสารที่แต่งขึ้นภายหลังในสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ซึ่งอาจเป็นการผูกเรื่องขึ้นในภายหลังกล่าวโดยสรุป มุมมองทางวิชาการนี้ชวนให้ตั้งคำถามว่าเรื่องเล่าที่แพร่หลายในปัจจุบันอาจเป็นการผสมผสานระหว่างข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์กับความทรงจำร่วมของท้องถิ่นที่สร้างขึ้นภายหลัง ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าความเชื่อมโยงระหว่างพระเจ้าตากสินกับกำแพงเพชรเป็นเรื่องเท็จทั้งหมดแต่ควรเข้าใจว่าเป็นประเด็นที่นักวิชาการยังมีมุมมองต่างกันตอนที่ 4: ร่องรอยแห่งความทรงจำในกำแพงเพชรวันนี้
       แม้หลักฐานทางประวัติศาสตร์จะชี้ว่าพระองค์ไม่เคยปกครองเมืองกำแพงเพชรอย่างเป็นทางการแต่ความผูกพันในความทรงจำของท้องถิ่นยังคงเข้มแข็ง สะท้อนผ่านสถานที่และประเพณีต่อไปนี้โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สถานศึกษาแห่งนี้อัญเชิญพระนาม "วชิรปราการ" มาตั้งเป็นชื่อโรงเรียนและมีลานอนุสาวรีย์พระยาวชิรปราการ (พระเจ้าตากสินมหาราช) เป็นศูนย์กลางพิธีบวงสรวงประจำปีในวันที่ 28 ธันวาคมซึ่งเป็นวันปราบดาภิเษกของพระองค์ นักเรียนของที่นี่เรียกตนเองว่า "ลูกพระยา"ข้อสำคัญคือ อนุสาวรีย์และโรงเรียนแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระองค์ไม่ใช่โบราณสถานดั้งเดิมที่หลงเหลือจากยุคที่พระองค์มีชีวิตอยู่ ส่วนโบราณสถานเก่าแก่ของกำแพงเพชร เช่น กำแพงเมืองโบราณ ป้อมทุ่งเศรษฐี วัดพระบรมธาตุนครชุม หรือหลวงพ่ออุโมงค์ล้วนเป็นมรดกที่มีมาก่อนหรือร่วมสมัยกับยุคสุโขทัย-อยุธยาตอนปลาย แต่ยังไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีที่เชื่อมโยงสิ่งก่อสร้างเหล่านี้กับช่วงเวลาสั้นๆ ที่พระยาวชิรปราการได้รับตำแหน่งโดยตรง
       บทส่งท้ายเรื่องราวของพระเจ้าตากสินกับกำแพงเพชรจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่ "ความทรงจำร่วมของท้องถิ่น" กับ "หลักฐานทางประวัติศาสตร์" อาจเดินไปคนละทิศทาง ชาวกำแพงเพชรภาคภูมิใจในนาม "วชิรปราการ" ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นของมหาราชผู้กอบกู้ชาติ แม้ว่าตามหลักฐานแล้วท่านจะไม่เคยมีโอกาสได้ก้าวเท้าเข้าปกครองเมืองนี้อย่างแท้จริงเลยก็ตาม บางทีคุณค่าที่แท้จริงของเรื่องนี้ อาจไม่ได้อยู่ที่ว่าพระองค์ปกครองเมืองนานเท่าใดแต่อยู่ที่ว่าชื่อของพระองค์ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจของคนกำแพงเพชรมาจนถึงทุกวันนี้

คำสำคัญ : ถอดรหัส พระยาวชิรปราการ กับเมืองกำแพงเพชร

ที่มา : สำนักข่าวกาขาว

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). ถอดรหัส พระยาวชิรปราการ กับเมืองกำแพงเพชร. สืบค้น 12 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2432&code_db=610001&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2432&code_db=610001&code_type=01

Google search

Mic

ย้อนรอย “เที่ยวเมืองพระร่วง” ตอนที่ 4 (เมืองหน้าด่าน “เนินทอง” อยู่ที่หนองปลิง)

ย้อนรอย “เที่ยวเมืองพระร่วง” ตอนที่ 4 (เมืองหน้าด่าน “เนินทอง” อยู่ที่หนองปลิง)

บทพระราชนิพนธ์ เที่ยวเมืองพระร่วง ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบันทึกเอาไว้ ตอนหนึ่งมีความว่า “…ยังมีสิ่งที่ทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้นคือถนนระหว่างกำแพงเพชรกับสุโขทัยนั้นได้ผ่านไปใกล้เมืองย่อมๆ 3 เมืองตรงตามความในหลักศิลา แต่เมื่อข้าพเจ้าเดินตามถนนนั้นได้เห็นปลายถนนทางด้านตะวันตกไปหมดอยู่เพียงขอบบึงใหญ่อันหนึ่ง ห่างจากเมืองกำแพงเพชรกว่า 100 เส้น พระวิเชียรปราการแสดงความเห็นว่าน่าจะข้ามบึงไป แต่น้ำได้พัดทำลายไปเสียหมดแล้ว ข้อนี้ก็อาจจะเป็นได้ แต่ข้าพเจ้ายังไม่สู้จะเชื่อนัก ยังนึกสงสัยอยู่ว่าคงจะมีต่อไปจนถึงเมืองเชียงทอง แต่เมื่ออยู่ที่กำแพงเพชรก็ยังไม่ได้ความ

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 1,663

เมืองไตรตรึงษ์ตามตำนานสิงหนวัติกุมาร

เมืองไตรตรึงษ์ตามตำนานสิงหนวัติกุมาร

มีเนื้อความในต้านานสิงหนวัติกุมารเล่าว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีโอรสของพระเจ้าพีล่อโก๊ะองค์หนึ่ง ชื่อพระเจ้าสิงหนวัติ ได้มาสร้างเมืองใหม่ขึ้นทางใต้ ชื่อเมืองโยนกนาคนคร เมืองดังกล่าวนี้อยู่ในเขตละว้า หรือในแคว้นโยนก เมื่อประมาณปี พ.ศ.1111 เป็นเมืองที่สง่างามของย่านนั้น ในเวลาต่อมาก็ได้รวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ที่อ่อนน้อมให้มาเป็นเมืองขึ้นแล้วตั้งชื่อเป็นแคว้นชื่อว่าโยนกเชียงแสน มีอาณาเขตทางทิศเหนือตลอดสิบสองปันนา ทางใต้จดแคว้นหริภุญชัย มีกษัตริย์สืบเชื้อสาย ต่อเนื่องกันมา จนถึงสมัยพระเจ้าพังคราชจึงได้ เสียเมืองให้แก่ขอมดำ 

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 5,173

วัดเจ๊ก (วัดสามจีน ในโรงพยาบาลกำแพงเพชร)

วัดเจ๊ก (วัดสามจีน ในโรงพยาบาลกำแพงเพชร)

วัดเจ๊ก เป็นวัดสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เพราะสันนิษฐานจากพระประธาน เป็นพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ตั้งอยู่นอกเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดขนาดใหญ่ขนาดเดียวกับวัดหลวงพ่อโม้ (หลวงพ่อโมลี)  มีอายุใกล้เคียงกัน และพระประธานใหญ่ก็มีขนาดใกล้เคียงกัน เป็นวัดร้างมาหลายร้อยปี ตั้งอยู่ท้ายเมืองกำแพงเพชร พบเพียงมีพระพุทธรูปที่เป็นพระประธานปรักหักพังตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว เจดีย์พังทลายเป็นเพียงแค่เนินดิน แต่เดิมไม่สามารถเดินทางจากในเมืองไปวัดเจ๊กได้ เพราะถนนเทศาไปสิ้นสุดบริเวณท่าควาย เป็นท่าน้ำที่มีดินเหนียวที่มีคุณภาพมาก (สมัยเป็นนักเรียน ราวพ.ศ. 2500 ไปนำดินเหนียวบริเวณท่าควายนี้มาเรียนการปั้นในโรงเรียนเสมอ จึงเห็นวัดเจ๊กบ่อย ๆ)

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 3,441

เปิดบันทึก 700 ปี ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

เปิดบันทึก 700 ปี ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

 1. ยุคสถาปนาเมืองและกำเนิดหลักเมืองโบราณ (ราวพุทธศตวรรษที่ 19–20) จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร สันนิษฐานว่า “หลักเมืองกำแพงเพชร” มีความเกี่ยวข้องกับการวางผังเมืองกำแพงเพชรในสมัยสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ 19–20 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการก่อสร้างวัดพระแก้ว กำแพงเมือง และศาสนสถานสำคัญภายในเขตเมืองชากังราวตัวเสาหลักเมืองดั้งเดิมเป็น “เสาศิลาแลง” ทรงกระบอก ปักอยู่บริเวณด้านเหนือของวัดพระแก้ว ภายในเขตกำแพงเมืองเก่า โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางการปกครองและประกอบพิธีกรรมของเมืองในสมัยสุโขทัย แม้จะยังไม่พบหลักฐานจารึกที่ระบุปีการสร้างอย่างชัดเจน แต่จากรูปแบบผังเมืองและตำแหน่งที่ตั้ง นักโบราณคดีส่วนหนึ่งสันนิษฐานว่า หลักเมืองแห่งนี้อาจสร้างขึ้นในช่วงเดียวกับการพัฒนาเมืองกำแพงเพชรให้เป็น “เมืองลูกหลวง” ของอาณาจักรสุโขทัย ในระยะต่อมา ได้มีการสร้าง “เศียรเทพารักษ์” ประดิษฐานเหนือเสาหลักเมือง ตามคติความเชื่อเรื่องเทพผู้คุ้มครองบ้านเมือง ซึ่งเป็นคติที่พบในเมืองสำคัญหลายแห่งของไทย
              แหล่งข้อมูลอ้างอิง
   รายงานสำรวจโบราณสถานเมืองกำแพงเพชร กรมศิลปากร
   ฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวชุมชน CBT Thailand
   เอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 21

กำแพงเพชร : สมัยสุโขทัย

กำแพงเพชร : สมัยสุโขทัย

ข้อความในจารึกหลักที่ 2 ศิลาจารึกวัดศรีชุม ในหนังสือประชุมศิลาจารึกภาคที่ 1 หน้าที่ 37-39 ในบรรทัดที่ 21-40 อธิบายโดยสรุปว่า พ่อขุนศรีนาวนาถม ได้ครอบครองเมืองสุโขทัยและ เมืองศรีสัชนาลัยมาก่อน หลังสิ้นพ่อขุนศรีนาวนาถมแล้ว พ่อขุนบางกลางหาว ได้เข้ามาครอบครอง ต่อมาถูกขอมขยายอำนาจยึดเมืองต่าง ๆ ได้ พ่อขุนบางกลางหาวจึงต้องขอความช่วยเหลือไปยังพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดซึ่งเป็นโอรสของพ่อขุนศรีนาวนาถม พ่อขุนผาเมืองได้สั่งให้พ่อขุนบางกลางหาวไปนำทหารของพระองค์ที่เมืองบางยางมาสู้รบ พ่อขุนบางกลางหาวก็ยังไม่สามารถที่จะชนะขอมสบาดโขลญลำพงได้ จนทำให้พ่อขุนผาเมืองต้องยกทัพออกมาช่วย จนในที่สุดได้เมืองบางขลัง ศรีสัชนาลัย  และเมืองสุโขทัยคืน ได้และพ่อขุนผาเมืองได้อภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวขึ้นเป็นเจ้าเมืองสุโขทัยทรงพระนามว่า “ศรีอินทรบดินทราทิตย์” 

เผยแพร่เมื่อ 24-02-2020 ผู้เช้าชม 6,749

เมืองคณฑี : เมืองต้นกำเนิดของราชวงศ์พระร่วง

เมืองคณฑี : เมืองต้นกำเนิดของราชวงศ์พระร่วง

เมืองคณฑีหรือบ้านโคน มีการสืบเนื่องของชุมชนมาช้านานแล้ว แม้ในปัจจุบันไม่ปรากฏร่องรอยของคูน้ำแนวคันดินอันเป็นที่ตั้งของเมือง แต่มีวัดและซากโบราณเก่าแก่ที่ทำให้เชื่อได้ว่าครั้งหนึ่งบริเวณบ้านโคนเคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ คือ เมืองคณฑี มีตำนานเล่าเรื่องถึงชาติภูมิหรือบรรพบุรุษของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระมหาธรรมราชหรือพระเจ้าโรจน หรือที่เรียกกันในภาษาพื้นบ้าน ว่าพระร่วง

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 2,752

เมืองคณฑี : เมืองที่ถูกจารไว้ในจารึกสมัยสุโขทัย

เมืองคณฑี : เมืองที่ถูกจารไว้ในจารึกสมัยสุโขทัย

เมืองคณฑี ตั้งอยู่ในเขตตำบลคณฑี ริมฝั่งแม่น้ำปิงทางด้านตะวันออก เยื้องตรงข้ามกับวัดวังพระธาตุลงมาทางใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร แม้ไม่มีการตรวจพบร่องรอยของคูน้ำและคันดิน แต่เหนือบ้านโคนขึ้นไปมีร่องรอยบริเวณที่มีคูน้ำโดยรอบ มีผุ้พบซากเจดีย์ร้าง และเศษโบราณวัตถุเป็นจำนวนมากในป่าก่อนจะถูกปรับไถให้โล่งเตียน โดยเฉพาะบริเวณวัดกาทิ้งได้ปรากฏร่องรอยบริเวณที่มีคูน้ำโอบล้อม มีซากโบราณสถานและเศษโบราณวัตถุ โคกเนินต่าง ๆ แม้จะถูกชาวบ้านปรับไถที่ดินทำไร่ทำนา จนหมดสิ้น 

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 3,381

จากเมืองนครชุม มาเป็นบ้านปากคลองสวนหมาก จากบ้านปากคลองสวนหมาก มาเป็นตำบลนครชุม

จากเมืองนครชุม มาเป็นบ้านปากคลองสวนหมาก จากบ้านปากคลองสวนหมาก มาเป็นตำบลนครชุม

นครชุม เป็นชื่อของเมืองโบราณในสมัยสุโขทัยต่อมาได้กลายเป็นเมืองร้างกว่า ๓๐๐ปี ในสมัยรัตนโกสินทร์ไม่มีชื่อเป็นที่รู้จัก ผู้คนทั่วไปคงเรียกบริเวณที่ตั้งบ้านเรือนของราษฎรบริเวณนี้ว่า “ปากคลองสวนหมาก” เพราะมีคลองสวนหมากไหลมาออกแม่น้ำปิง ราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวลาวที่อพยพมาจากเวียงจันทน์ ที่มารู้จักว่าชื่อแต่เพียงบ้านปากคลองสวนหมาก ไม่มีใครรู้จัก เมืองนครชุม ตำบลคลองสวนหมาก เป็นชุมชนที่สร้างตัวขึ้นมาในสมัยพระพุทธเจ้าหลวงจากเหย้าเรือนฝาขัดแตะไม่กี่หลังคาเรือน แต่มีที่ทำกินในผืนดินอันอุดมสมบูรณ์เนื่องจากมีแม่น้ำปิงไหลผ่านและมีคลองสวนหมากไหลมาจากป่าโป่งน้ำร้อนให้น้ำหล่อเลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง

เผยแพร่เมื่อ 16-04-2020 ผู้เช้าชม 2,942

เมืองคณฑี : เมืองพักระหว่างทางของพระนางจามเทวี

เมืองคณฑี : เมืองพักระหว่างทางของพระนางจามเทวี

เมืองคณฑี เป็นเมืองโบราณเก่าแก่เมืองหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงทางฝั่งตะวันออก ตัวกำแพงเมืองหรือร่องรอยของเมืองเกือบไม่เหลือร่องรอยให้เห็นในปัจจุบัน ทั้งที่เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาอย่างน้อยในช่วง พ.ศ. 1176-1204 เมื่อครั้งพระนางจามเทวี พระราชธิดาของกษัตริย์ละโว้ (พระยากาฬวรรณดิส) ซึ่งเสด็จโดยทางชลมารคจากนครละโว้ (ลพบุรี) ขึ้นไปสร้างเมืองที่นครหริภุญชัย (ลำพูน) ระหว่างทางที่เสด็จพระนางจามเทวีได้เสด็จขึ้นมาประทับที่เมืองคณฑี แล้วจึงไปพักที่เมืองกำแพงเพชร ผ่านเมืองตากไปจนถึงลำพูน

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 2,059

เมืองไตรตรึงษ์ เมืองแห่งการกำเนิดราชวงศ์เชียงราย

เมืองไตรตรึงษ์ เมืองแห่งการกำเนิดราชวงศ์เชียงราย

ในหนังสือพระราชพงศาวดาร ฉบับ รศ. 125 ซึ่งดำเนินเรื่องตามต้นพระราชพงศาวดารได้กล่าวไว้ดังนี้ “เดิมพระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่งครองราชย์สมบัติอยู่ ณ เมืองเชียงรายโยนกประเทศ เป็นพระนครใหญ่ มีพระเจ้ามหาราชพระองค์หนึ่ง ครองราชย์สมบัติอยู่ ณ เมืองสตอง ยกกองทัพมาตีเมืองเชียงรายได้ทำสงครามแก่กัน พระเจ้าเชียงรายพ่ายแพ้เสียเมืองแก่พระยาสตอง จึงกวาดครอบครัวอพยพชาวเมืองเชียงราย หนีข้าศึกลงมายังแว่นแคว้นสยามประเทศนี้ ข้ามแม่น้ำโพมาถึงเมืองแปปเป็นเมืองร้าง อยู่คนละฟากฝั่งกับเมืองกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 3,544