![]()
ตามรอยพระร่วงที่กำแพงเพชร
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 43
[16.4202896, 99.170579, ตามรอยพระร่วงที่กำแพงเพชร ]
ความสนใจต่อพื้นที่แห่งนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสเมืองโบราณในแถบสุโขทัยและกำแพงเพชร และทรงบันทึกเรื่องราวไว้ในพระราชนิพนธ์ “เที่ยวเมืองพระร่วง” ซึ่งกลายเป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้คนรุ่นหลังมองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างเมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย นครชุม กำแพงเพชร และบางพานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น หลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งคือ “จารึกนครชุม” ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพญาลิไท ราว พ.ศ. 1900 โดยกล่าวถึงการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากลังกามาประดิษฐานที่นครชุม รวมถึงการประดิษฐานรอยพระพุทธบาทในเมืองต่าง ๆ ข้อความในจารึกสะท้อนให้เห็นว่า เมืองนครชุมและกำแพงเพชรมีความสำคัญต่ออำนาจของรัฐสุโขทัย ทั้งในด้านศาสนา การเมือง และการควบคุมเส้นทางลุ่มน้ำปิงเมืองนครชุมในปัจจุบันตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ในเขตเทศบาลตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร และยังคงเป็นพื้นที่ที่พบร่องรอยเมืองโบราณสำคัญหลายแห่ง ขณะที่หลักศิลาจารึกนครชุมปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพมหานคร
หนึ่งในลักษณะโดดเด่นที่สุดของเมืองกำแพงเพชร คือกำแพงเมืองและป้อมปราการที่ก่อสร้างด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ แตกต่างจากเมืองโบราณหลายแห่งที่นิยมใช้คันดินเป็นหลัก เมื่อรัชกาลที่ 6 เสด็จสำรวจพื้นที่ พระองค์ทรงบันทึกว่า เมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองที่มีความแข็งแรงมั่นคงอย่างยิ่งในกลุ่มเมืองพระร่วง นักโบราณคดีในปัจจุบันเห็นว่า กำแพงเพชรน่าจะมีบทบาทเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของรัฐสุโขทัย ทั้งด้านการป้องกันเมือง การควบคุมเส้นทางลุ่มน้ำปิง และการเชื่อมโยงเส้นทางการค้าระหว่างพื้นที่ภายในกับดินแดนภายนอก ชื่อเดิมของเมืองอย่าง “ชากังราว” จึงอาจสะท้อนบทบาทของพื้นที่ในฐานะศูนย์กลางทางทหารและการคมนาคมในอดีต
ปัจจุบัน แนวกำแพงศิลาแลง ป้อมเมือง และโบราณสถานสำคัญ เช่น วัดพระแก้ว วัดพระธาตุ และวัดโบราณอีกหลายแห่ง ยังคงปรากฏอยู่ภายในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองกำแพงเพชรและแม่น้ำปิง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในกลุ่มเมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร นอกกำแพงเมืองเก่าในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ยังปรากฏ “บ่อสามแสน” แหล่งน้ำโบราณขนาดใหญ่ที่ขุดลงไปในชั้นศิลาแลง นักวิชาการจำนวนหนึ่งเชื่อว่า บ่อนี้อาจเกี่ยวข้องกับระบบจัดการน้ำของเมืองโบราณ ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภคและการชลประทานเพื่อพื้นที่เกษตรกรรมรอบเมือง ความสำคัญของระบบน้ำในพื้นที่กำแพงเพชรยังปรากฏผ่าน “ท่อปู่พระยาร่วง” หรือ “ท่อพระร่วง” ซึ่งถูกกล่าวถึงในจารึกฐานพระอิศวร พ.ศ. 2053 โดยมีข้อความเกี่ยวกับการขุดลอกทางน้ำเพื่อ “เอาน้ำไปเลี้ยงนา” ในพื้นที่บางพาน
จากข้อมูลของกรมศิลปากรและการศึกษาทางโบราณคดี แนวท่อปู่พระยาร่วงในเขตกำแพงเพชรเชื่อว่าเริ่มต้นจากพื้นที่แหล่งน้ำบริเวณนครชุมและบ่อสามแสน ก่อนทอดแนวผ่านพื้นที่ราบด้านตะวันออกของเมืองกำแพงเพชรไปยังพื้นที่บางพาน ซึ่งน่าจะเป็นเขตเกษตรกรรมสำคัญในอดีต คำว่า “ท่อ” ในสมัยนั้นไม่ได้หมายถึงท่อแบบสมัยใหม่ แต่หมายถึงคลองขุด ร่องน้ำ หรือแนวผันน้ำที่ใช้กระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก หลายส่วนของแนวคลองเดิมในปัจจุบันถูกถนน ชุมชน และพื้นที่เกษตรสมัยใหม่ทับซ้อน แต่ยังคงพบร่องรอยของแนวทางน้ำโบราณในบางพื้นที่รอบอำเภอเมืองกำแพงเพชร โดยเฉพาะในแนวพื้นที่เกษตรด้านตะวันออกของแม่น้ำปิง นอกจากระบบน้ำแล้ว อีกหนึ่งร่องรอยสำคัญที่มักถูกกล่าวถึงในพื้นที่สุโขทัยและกำแพงเพชร คือ “ถนนพระร่วง” ซึ่งนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีจำนวนหนึ่งเชื่อว่า ไม่ได้เป็นถนนเพียงเส้นเดียว แต่เป็นเครือข่ายเส้นทางโบราณที่ใช้เชื่อมเมืองสำคัญของรัฐสุโขทัยเข้าด้วยกันสำหรับพื้นที่กำแพงเพชร แนวเส้นทางที่ถูกกล่าวถึงมักเชื่อมเมืองนครชุม เมืองกำแพงเพชร และเมืองบางพาน โดยเฉพาะบริเวณฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ชุมชนและเกษตรกรรมสำคัญในสมัยสุโขทัย
ลักษณะของแนวถนนพระร่วงที่ยังพบได้ในบางพื้นที่ คือเป็นแนวคันดินยกสูง วางตัวตรงยาวผิดธรรมชาติ และบางช่วงขนานไปกับคลองหรือร่องน้ำโบราณ เส้นทางเหล่านี้มักเชื่อมต่อเมือง วัด และพื้นที่เกษตรเข้าหากัน จึงมีข้อสันนิษฐานว่า ถนนพระร่วงอาจมีบทบาททั้งด้านการค้า การเดินทัพ การติดต่อระหว่างเมือง และการควบคุมพื้นที่เกษตรกรรมของรัฐสุโขทัย นักวิชาการบางส่วนยังตั้งข้อสังเกตว่า แนวถนนพระร่วงหลายช่วงมักสัมพันธ์กับระบบน้ำ เช่น คลองโบราณ คูเมือง และแนวท่อปู่พระยาร่วง สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนในสมัยนั้นอาจมีการวางผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานให้เส้นทางบกและทางน้ำทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ แม้ปัจจุบันหลายช่วงของแนวถนนพระร่วงจะถูกปรับเป็นถนนสมัยใหม่หรือกลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรมไปแล้ว แต่ในบางพื้นที่ของอำเภอเมืองกำแพงเพชร ชาวบ้านยังคงเรียกแนวคันดินเก่าว่า “ถนนพระร่วง” และยังสามารถสังเกตร่องรอยเส้นทางโบราณได้จากภูมิประเทศจริงและภาพถ่ายทางอากาศ
อีกหนึ่งสถานที่สำคัญที่ปรากฏในจารึกนครชุม คือ “เมืองบางพาน” ซึ่งปัจจุบันเชื่อว่าอยู่บริเวณบ้านพานและพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอเมืองกำแพงเพชร ข้อมูลจากกรมศิลปากรและบทความศึกษาทางประวัติศาสตร์ระบุว่า เมืองบางพานน่าจะเป็นเมืองโบราณสำคัญในเครือข่ายสุโขทัย โดยมีคูน้ำคันดินล้อมรอบหลายชั้น และอาจมีบทบาททั้งด้านเกษตรกรรม การคมนาคม และการเชื่อมโยงเส้นทางเข้าสู่เมืองสุโขทัย
นักวิชาการบางส่วนเสนอว่า การที่เมืองบางพานถูกกล่าวถึงร่วมกับการประดิษฐานรอยพระพุทธบาทในจารึกนครชุม อาจสะท้อนว่า เมืองแห่งนี้มีความสำคัญทั้งในเชิงศาสนาและการเมือง ไม่ได้เป็นเพียงชุมชนเกษตรธรรมดา เมื่อรัชกาลที่ 6 เสด็จสำรวจพื้นที่ พระองค์ทรงพยายามเปรียบเทียบข้อมูลจากจารึกกับภูมิประเทศจริง จนทรงสันนิษฐานว่า บริเวณบ้านวังพาน ตำบลเขาคีริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชรในปัจจุบัน อาจเกี่ยวข้องกับเมืองบางพานในอดีต แม้ปัจจุบันหลายพื้นที่จะกลายเป็นชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมไปแล้ว แต่ยังคงพบร่องรอยคูน้ำคันดินโบราณ รวมถึงพื้นที่ใกล้ “เขานางทอง” ซึ่งยังถูกใช้เป็นจุดอ้างอิงสำคัญในการศึกษาตำแหน่งเมืองบางพานมาจนถึงปัจจุบัน
เรื่องราวของ “พระร่วง” ในกำแพงเพชรจึงไม่ได้เป็นเพียงตำนานหรือเรื่องเล่าพื้นบ้านเท่านั้น แต่เชื่อมโยงอยู่กับหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายประเภท ทั้งจารึก โบราณสถาน ระบบน้ำ ถนนโบราณ และพระราชนิพนธ์จากการสำรวจจริง หลักฐานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า กำแพงเพชรไม่ได้เป็นเพียงเมืองบริวารธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของรัฐสุโขทัย ทั้งในด้านการป้องกันเมือง การคมนาคม การจัดการทรัพยากร และการเชื่อมโยงเครือข่ายเมืองในภูมิภาคลุ่มน้ำปิง แม้หลายประเด็นยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาทางโบราณคดีและการตีความทางวิชาการ แต่ร่องรอยที่ยังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ทั้งแนวกำแพงศิลาแลง คูเมือง ถนนโบราณ ร่องน้ำ และชื่อบ้านนามเมือง ล้วนเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้ประวัติศาสตร์ของ “พระร่วง” และกำแพงเพชรยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ แล้วยังมีร่องรอยอะไรอีกบ้าง ที่คนยุคปัจจุบันเดินผ่านทุกวันโดยไม่รู้ตัว?
คำสำคัญ : ตามรอยพระร่วง ท่อปู่พระยาร่วง ถนนพระร่วง เมืองบางพาน กำแพงเพชร
ที่มา : สำนักข่าวกาขาว
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). ตามรอยพระร่วงที่กำแพงเพชร . สืบค้น 7 ตุลาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2424&code_db=610001&code_type=01
Google search
กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง พระแสงฯล้ำค่า ศิลาแลงใหญ่ กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ เลื่องลือมรดกโลก กรุพระเครื่อง หมายถึง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นจังหวัดที่มีกรุพระเครื่องมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย มีพระเครื่องหรือพระพิมพ์นับพันพิมพ์ พระที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดกำแพงเพชร คือ พระซุ้มกอ พระเครื่องที่ศักดิ์สิทธิ์หนึ่งในเบญจภาคีของประเทศไทย เมืองคนแกร่ง หมายถึง จังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองแห่งนักรบ นักสู้ เป็นเมืองที่ย่ิงใหญ่ในการสงคราม ประชาชนทำสงครามอย่างเข้มแข็ง เจ้าเมืองกำแพงเพชรทุกคนได้รับพระนามว่า พระยารามรณรงค์สงคราม ซึ่งหมายความว่า มีความกล้าหาญในสนามรบในสงครามราวกับพระราม มีพระยาวชิรปราการ เป็นคนแกร่งแห่งเมืองกำแพงเพชร พระแสงฯ ล้ำค่่า หมายถึง พระแสงราชศัสตราประจำจังหวัดกำแพงเพชร (ด้ามและฝักทองคำ) ซึ่งมีเพียงองค์เดียวในประเทศไทย เป็นสิ่งล้ำค่าและมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์จังหวัดกำแพงเพชร จึงขอเสนอเพิ่มคำขวัญจังหวัดกำแพงเพชร โดยเพิ่มคำว่า "พระแสงฯ ล้ำค่า" ลงในคำขวัญ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เป็นประวัติศาสตร์ และให้ชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเชิดชูมรดกล้ำค่าของจังหวัดกำแพงเพชร
เผยแพร่เมื่อ 30-08-2019 ผู้เช้าชม 36,013
ศึกชากังราว (ตอนที่ 1/4) พ.ศ. 1916: เมื่ออยุธยาบุกเหนือ ปะทะด่านสุดท้ายแห่งสุโขทัย ปราการเหล็กที่ไม่ยอมสยบ ปี พ.ศ. 1916 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือ "ขุนหลวงพะงั่ว" กษัตริย์สายลุยแห่งกรุงศรีอยุธยา กรีธาทัพหลวงขึ้นเหนือ เป้าหมายคือการกวาดล้าง "เมืองชากังราว" เมืองหน้าด่านสำคัญที่ยังคงแข็งเมือง ไม่ยอมก้มหัวให้อุ้งมือของอยุธยา ศึกครั้งนี้ไม่ใช่สงครามระหว่างสองมหาอำนาจที่ยกทัพชนกันเต็มกำลังอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะในเวลานั้น อาณาจักรสุโขทัยในฐานะรัฐเอกภาพได้ล่มสลายลงเกือบหมดแล้ว! ขุนหลวงพะงั่วสยบดินแดนสุโขทัยไปตั้งแต่ พ.ศ. 1914 และหลังจากศึกชากังราวครั้งแรกนี้ อีกเพียง 2 ปี (พ.ศ. 1918) พระองค์ก็ยึด "เมืองสองแคว" (พิษณุโลก) ได้สำเร็จ พร้อมกวาดต้อนเจ้าเมืองและไพร่พลกลับลงใต้ แต่เหลือเพียงที่นี่ที่เดียว... "เมืองชากังราว" ปราการสุดท้ายที่แข็งขืนอย่างไม่เกรงกลัว จนขุนหลวงพะงั่วต้องยกทัพมาตีถึง 4 ครั้งตลอดรัชกาล! และการบุกครั้งแรกในปี พ.ศ. 1916 นี้เอง คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์สงครามยืดเยื้ออันยาวนาน
เปิดตัวแม่ทัพ: ใครเป็นใครในศึกนี้
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 35
พระแสงราชศัสตรา มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า หนึ่งในสยาม คู่บ้านคู่เมืองกำแพงเพชร พระแสงราชศัสตราองค์นี้ เป็นดาบฝักทองลงยาที่งดงาม มีความเชื่อกันว่าเป็นดาบวิเศษ แสดงถึงพระราชอำนาจสูงสุดของพระมหากษัตริย์ในการปกครองบ้านเมือง ในสมัยนั้น รวมทั้งเป็นสัญลักษณ์แทนพระองค์ในกรณีย์ที่ทรงพระราชทานสิทธิ์แก่ขุนนาง ข้าราชการที่ใช้อำนาจแทนพระองค์ ในการปฏิบัติราชการแทนพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีศึกสงคราม
เผยแพร่เมื่อ 27-06-2019 ผู้เช้าชม 7,875
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08.19 น. ณ ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นายชาธิป รุจนเสรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีบวงสรวงสมโภช ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการศาลหลักเมือง ตัวแทนภาคเอกชน และนักธุรกิจผู้ให้การสนับสนุน เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง พิธีประกอบไปด้วยพิธีพราหมณ์ และ พิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช ซึ่งเป็นไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และความเลื่อมใสศรัทธา ผู้เข้าร่วมพิธีต่างพร้อมใจกันสวมชุดสีขาว และติดริบบิ้นสีดำที่แขนซ้าย เพื่อแสดงความเคารพและเป็นสิริมงคลในพิธีสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดกำแพงเพชร
เผยแพร่เมื่อ 06-11-2025 ผู้เช้าชม 373
เจ้าพ่อหลักเมือง คือ หลักใจของคนกำแพงเพชร เป็นที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมาหลายชั่วอายุคน ผู้ใดลำบากเดือดร้อนก็จะไปบนบานศาลกล่าว ขอให้เจ้าพ่อช่วยเหลือเหลือคุ้มครอง เจ้าพ่อหลักเมืองก็จักช่วยเหลือคุ้มครองทุกครั้ง จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วบ้านทั่วเมืองแม้คนต่างจังหวัดก็มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าพ่อหลักเมืองกำแพงเพชร แม้ลำบากไกลแสนไกลก็ดั้นด้นกันมาพึ่งบารมีเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งเป็นเทพคุ้มครองเมืองกำแพงเพชรมาทุกยุคทุกสมัย อันเป็นภูมิปัญญาของคนไทยในสมัยโบราณในการสร้างบ้านแปงเมือง
เผยแพร่เมื่อ 05-03-2020 ผู้เช้าชม 3,522
ในกำแพงเพชรมีเรื่องเล่าขาน ถึงพระบรมสารีริกธาตุ ขนาดเท่าผลส้มเกลี้ยงสุกสว่าง ลอยวนไปมาเหนือพระเจดีย์ อยู่หลายแห่ง อาทิเจดีย์วัดวังพระธาตุ เจดีย์วัดเสด็จ (ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน) เจดีย์วัดกะโลทัย เจดีย์วัดพระบรมธาตุ และเจดีย์วัดบ้านธาตุ มีเรื่องเล่าว่า ในวันเดือนมืดสนิท จะมีดวงไฟขนาดใหญ่ออกจากพระเจดีย์ดังกล่าว ลอยทักษิณาวรรต ๓ รอบ ณ พระเจดีย์แล้ว ทุกดวงจะเสด็จมาที่เจดีย์วัดพระบรมธาตุ แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นบ่อยครั้ง
เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 2,092
สมเด็จพระไชยราชาธิราช เป็นพระโอรสของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ต่างพระมารดาของสมเด็จพระบรมหน่อพุทธางกูร ซึ่งพระมารดานั้นเป็นเชื้อสายราชวงศ์เชียงราย ได้รับแต่งตั้งเป็นพระไชยราชา ตำแหน่งพระมหาอปุราชาครองเมืองพิษณุโลก ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2077 พระชนมายุ 19 พรรษา ได้ยกทัพจากเมืองพิษณุโลกเข้ายึดอำนาจจากสมเด็จพระรัษฎาธิราชกุมาร พระนัดดา ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ทรงพระนามว่า สมเด็จพระไชยราชาธิราช เหตุการณ์ในรัชสมัยของสมเด็จพระไชยราชาธิราชที่เกี่ยวข้องกับเมืองกำแพงเพชร ปรากฎหลักฐานจากพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์
เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 10,110
หากเราย้อนเวลากลับไปก่อนที่จังหวัดกำแพงเพชรจะมีตึกรามบ้านช่อง หรือก่อนที่จะมีอุทยานประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ดินแดนแห่งนี้ถูกเขียนขึ้นด้วยเรื่องราวของเมืองโบราณเมืองหนึ่งที่ชื่อว่า “เมืองแปบ” เมืองที่วันนี้อาจเหลือเพียงชื่อ แต่เป็นรากเหง้าที่เก่าแก่ที่สุดในลุ่มแม่น้ำปิง
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 68
ธงประจำจังหวัดกำแพงเพชร เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีพื้นสีอยู่ 3 สี คือ สีเหลือง สีแดง และสีเขียวใบไม้ มีรูปตราประจำจังหวัดกำแพงเพชรอยู่ตรงกลางแถบสีแดง แถบสีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองกำแพงเพชร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางพระพุทธศาสนา กำแพงเพชรมีโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมายและย่ิงใหญ่ที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย กำแพงเพรมีพระเครื่องนับพันพิมพ์ จนได้รับการยกย่องให้เป็นจังหวัดที่ีพระเครื่องมากที่สุด และทรงคุณค่ามากที่สุดจนเป็นคำขวัญประจำจังหวัดวรรณหนึ่งว่า "กรุพระเครื่อง" แถบสีเขียว หมายถึง เมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ เต็มไปด้วยป่าไม้ น้ำตก และพืชพันธุ์ธัญญาหาร เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ มีประชากรจากทุกสารทิศอพยพเข้ามาสู่เมืองกำแพงเพชรอย่างมากมาย ความหมายโดยรวม เมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างย่ิงทางด้านพระพุทธศาสนา ประชาชนมีความกล้าหาญในการสงครามอย่างหาที่เปรียบมิได้ มีความอุดมสมบูรณ์ในการเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศไทยมาโดยตลอด
เผยแพร่เมื่อ 30-08-2019 ผู้เช้าชม 4,422
เมืองไตรตรึงษ์เป็นอีกหนึ่งชุมชนโบราณที่มีการตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณริมแม่น้ำปิงตอนล่างที่มีลักษณะใกล้เคียงกับการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณบริเวณภาคกลางในวัฒนธรรมทวารวดี คือ ตั้งถิ่นฐานใกล้แหล่งน้ำมีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ 1-3 ชั้น ผังเมืองจะมีรูปร่างแตกต่างกันไป แต่มักจะขนานกับทางน้ำ เมื่อพิจารณาร่วมกับหลักฐานทางด้านเอกสารประวัติศาสตร์อย่างตำนานจามเทวีที่กล่าวถึงช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 พระนางจามเทวีกษัตริย์แห่งเมืองละโว้ได้อพยพผู้คนจากเมืองละโว้ขึ้นมาเมืองหริภุญชัย โดยใช้เส้นทางแม่น้ำปิงเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานประเภทโบราณวัตถุที่พบมีความคล้ายคลึงกับโบราณวัตถุที่พบในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ ตะเกียงดินเผา ลูกปัดแก้ว หรือ ลูกปัดหินเป็นต้น
เผยแพร่เมื่อ 21-06-2022 ผู้เช้าชม 2,568
