![]()
เจาะลึก 2 โศกนาฏกรรม ณ สวนสิริจิตอุทยาน (สวนริมปิง)
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 11
[16.4202896, 99.170579, เจาะลึก 2 โศกนาฏกรรม ณ สวนสิริจิตอุทยาน (สวนริมปิง)]
เหตุการณ์ที่ 1: "มัจจุราชเงียบในห้องน้ำลานอนุรักษ์" (เคสวูบเสียชีวิต)
วันเวลาเกิดเหตุ: 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 เวลาประมาณ 18:30 น. (ช่วงที่มีประชาชนมาออกกำลังกายหนาแน่น)
จุดเกิดเหตุ: ห้องน้ำสาธารณะบริเวณ "ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย"
บุคคล: ชายไทย อายุ 60 ปี (ชาว ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร)
พฤติการณ์: * ผู้ตายเดินทางมาออกกำลังกายที่สวนตามปกติ แต่หายเข้าไปในห้องน้ำนานผิดปกติ
พลเมืองดีสังเกตเห็นว่าห้องน้ำถูกล็อคไว้นาน และไม่มีเสียงตอบรับ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาลให้มาช่วยดู
เมื่อพังประตูเข้าไป พบร่างผู้เสียชีวิตในสภาพสวมชุดออกกำลังกาย นั่งเสียชีวิตอยู่บนโถสุขภัณฑ์
สาเหตุการตาย: แพทย์เวรโรงพยาบาลกำแพงเพชรและกู้ภัยสว่างกำแพงเพชร ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ สันนิษฐานว่าเกิดจาก "ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน" เนื่องจากผู้ตายมีโรคประจำตัว และอาจเกิดอาการหน้ามืด/วูบขณะทำธุระส่วนตัวโดยไม่มีใครเห็น
เหตุการณ์ที่ 2: "หนี้สินและคดีความรุมเร้า" พนักงานดับเพลิงเทศบาลเมืองกำแพงเพชรปลิดชีพหนีปัญหา
วันเวลาเกิดเหตุ: 7 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลาประมาณ 13.00 น.
จุดเกิดเหตุ: บริเวณประตูหน้าห้องน้ำคนพิการ ภายในลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สิริจิตอุทยาน (ริมปิง) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร
พฤติการณ์และการพบศพ นายอุทิ พาพัน อาสาสมัครตำรวจชุมชน ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุ 191 จึงเข้าตรวจสอบพบร่าง นายสันติ (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี พนักงานลูกจ้างขับรถดับเพลิง งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองกำแพงเพชร เสียชีวิตในลักษณะคล้ายท่านั่งยอง ๆ โดยใช้สายยางพลาสติกขนาด 2 นิ้วผูกกับขื่อหลังคาห้องน้ำ แล้วใช้สายกระเป๋าสะพายคล้องที่ลำคอต่อจากสายยางอีกทิศหนึ่ง บริเวณปลายเท้าพบก้อนอิฐตัวหนอนวางอยู่
แพทย์เวรโรงพยาบาลกำแพงเพชรและหน่วยกู้ภัยสว่างกำแพงเพชรธรรมสถานเข้าตรวจสอบเบื้องต้น ระบุว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง พนักงานรักษาความสะอาดในพื้นที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เห็นผู้ตายมาจอดรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีน้ำเงิน นั่งเหม่อลอยอยู่บริเวณนี้ล่วงหน้าถึง 2 วันก่อนเกิดเหตุ
ปมขัดแย้งและแรงกดดันมหาศาล
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่าผู้ตายต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตจาก 2 ทางขนานกัน:
1. วิบากกรรมจากคดีความในหน้าที่:ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2559 นายสันติได้ขับรถดับเพลิงไปประสบอุบัติเหตุชนคนเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ คดีความต่อสู้ยาวนานจนถึงชั้นฎีกา ซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ตายต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่คู่กรณีเป็นเงิน 170,000 บาท นอกจากนี้ยังมีคดีทางแพ่งที่ยังคงค้างอยู่ในชั้นศาล สร้างความวิตกกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับการหาเงินมาชดใช้ตามคำสั่งศาล
2. วิกฤตหนี้สินนอกระบบ:นอกจากภาระจากคดีความ ผู้ตายยังมีปัญหาหนี้สินสะสมอย่างหนักจากการกู้หนี้ยืมสินนอกระบบ มีรายงานว่าในช่วงหลายเดือนก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้ตระเวนขอยืมเงินจากคนใกล้ชิด ทั้งญาติพี่น้อง แม่ค้าในตลาด สมาชิกสภาเทศบาล รวมถึงผู้สื่อข่าวที่คุ้นเคยกัน เพื่อนำมาหมุนเวียนชดใช้หนี้
3. ทางตันของชีวิต:บ้านพักที่เคยเปิดเป็นเพิงขายขนมเล็กๆ ในชุมชนต้องปิดตัวลงและเงียบเหงามาหลายวัน คาดว่าเกิดจากความเครียดสะสมที่ถูกเจ้าหนี้นอกระบบติดตามทวงถามอย่างหนัก ประกอบกับมองไม่เห็นทางออกในการหาเงินจำนวนมากมาชดใช้ทั้งหนี้ส่วนตัวและค่าเสียหายจากคดีรถชน จึงตัดสินใจจบชีวิตเพื่อหนีปัญหาที่รุมเร้า
บทสรุปของเหตุการณ์:เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์และกรณีศึกษาสำคัญของเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติการ ที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุในขณะปฏิบัติหน้าที่แล้วต้องแบกรับภาระทางกฎหมายและค่าชดเชยด้วยตนเอง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสังคมและเศรษฐกิจส่วนตัวที่ยากจะแก้ไข
“บางคนจากไป…โดยไม่มีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้าย
หนึ่งชีวิตล้มลงเงียบ ๆ ในห้องน้ำระหว่างมาออกกำลังกาย
อีกหนึ่งชีวิตพ่ายแพ้ต่อภาระหนี้สินและความทุกข์ที่แบกไว้ลำพัง
สวนริมปิงยังคงมีลมพัดเหมือนเดิม
แต่สองโศกนาฏกรรมนี้ เตือนเราว่า
‘ความเจ็บปวดของคนคนหนึ่ง อาจเงียบเกินกว่าที่ใครจะมองเห็น’”
คำสำคัญ : โศกนาฏกรรม สวนสิริจิตอุทยาน สวนริมปิง
ที่มา : สำนักข่าวกาขาว
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). เจาะลึก 2 โศกนาฏกรรม ณ สวนสิริจิตอุทยาน (สวนริมปิง). สืบค้น 12 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2419&code_db=610001&code_type=01
Google search
บทพระราชนิพนธ์ เที่ยวเมืองพระร่วง ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบันทึกเอาไว้ ตอนหนึ่งมีความว่า “…ยังมีสิ่งที่ทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้นคือถนนระหว่างกำแพงเพชรกับสุโขทัยนั้นได้ผ่านไปใกล้เมืองย่อมๆ 3 เมืองตรงตามความในหลักศิลา แต่เมื่อข้าพเจ้าเดินตามถนนนั้นได้เห็นปลายถนนทางด้านตะวันตกไปหมดอยู่เพียงขอบบึงใหญ่อันหนึ่ง ห่างจากเมืองกำแพงเพชรกว่า 100 เส้น พระวิเชียรปราการแสดงความเห็นว่าน่าจะข้ามบึงไป แต่น้ำได้พัดทำลายไปเสียหมดแล้ว ข้อนี้ก็อาจจะเป็นได้ แต่ข้าพเจ้ายังไม่สู้จะเชื่อนัก ยังนึกสงสัยอยู่ว่าคงจะมีต่อไปจนถึงเมืองเชียงทอง แต่เมื่ออยู่ที่กำแพงเพชรก็ยังไม่ได้ความ
เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 1,663
เมืองไตรตรึงษ์เป็นนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร หมายถึงเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีพระอินทร์เป็นมหาราชา ประจำสวรรค์ชั้นนี้ นครไตรตรึงษ์ เป็นเมืองโบราณแห่งแรกของกำแพงเพชร นับว่ายิ่งใหญ่และเกรียงไกรอย่างยิ่ง เมืองไตรตรึงษ์คู่กับเมืองเทพนคร ตั้งอยู่คนละฟากฝั่งลำน้ำปิง เมืองไตรตรึงษ์ คือเมืองของนางอุษา เมืองเทพนคร คือเมืองของท้าวชินเสน หรือท้าวแสนปม ซึ่งเมืองทั้งสองยังมีหลักฐานที่ชัดเจน ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดกำแพงเพชร มีคำขวัญที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตของนครไตรตรึงษ์ว่า เจดีย์เจ็ดยอดงามสม ท้าวแสนปมนาม
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 4,908
เมืองไตรตรึงษ์ในสมัยสุโขทัยคงจะมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอันมากโดยได้ตกเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย เป็นเมืองขึ้นของเมืองลูกหลวงกำแพงเพชร เพราะในช่วงนั้นสุโขทัยได้ขยายอาณาจักรลงมาทางตอนใต้ยึดได้เมืองไตรตรึงษ์ เลยลงไปถึงเมืองนครพระราม (ชัยนาท) โดยส่งลุงของกษัตริย์สุโขทัยมาเป็นเจ้าเมือง หลักฐานที่ว่าเมืองไตรตรึงษ์เป็นเมืองสำคัญชั้นลุงของกษัตริย์กรุงสุโขทัยคือข้อความที่พบในศิลาจารึกสุโขทัย (กฎหมายลักษณะโจร)
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 1,523
เมื่อพูดต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือใช้เป็นพยานแล้ว หากผิดคำพูดเชื่อกันว่าจะส่งผลเสียต่อชีวิต เช่น เจ็บป่วยชีวิตติดขัด หรือการเงินฝืดเคือง ซึ่งความเชื่อนี้มักถูกโยงเข้ากับแนวคิดเรื่อง กรรมที่ติดตัวมา สาบานที่ไหน กับใครตามธรรมเนียมความเชื่อไทย การสาบานมักทำใน 2 ลักษณะสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระพุทธรูปในบ้านหรือวัด ศาลพระภูมิหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองนับถือเป็นการส่วนตัว บางกรณีก็ไปสาบานที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศ เช่นวัดพระแก้วและศาลหลักเมือง เพื่อเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือให้คำพูด
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 17
ข้อความในจารึกหลักที่ 2 ศิลาจารึกวัดศรีชุม ในหนังสือประชุมศิลาจารึกภาคที่ 1 หน้าที่ 37-39 ในบรรทัดที่ 21-40 อธิบายโดยสรุปว่า พ่อขุนศรีนาวนาถม ได้ครอบครองเมืองสุโขทัยและ เมืองศรีสัชนาลัยมาก่อน หลังสิ้นพ่อขุนศรีนาวนาถมแล้ว พ่อขุนบางกลางหาว ได้เข้ามาครอบครอง ต่อมาถูกขอมขยายอำนาจยึดเมืองต่าง ๆ ได้ พ่อขุนบางกลางหาวจึงต้องขอความช่วยเหลือไปยังพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดซึ่งเป็นโอรสของพ่อขุนศรีนาวนาถม พ่อขุนผาเมืองได้สั่งให้พ่อขุนบางกลางหาวไปนำทหารของพระองค์ที่เมืองบางยางมาสู้รบ พ่อขุนบางกลางหาวก็ยังไม่สามารถที่จะชนะขอมสบาดโขลญลำพงได้ จนทำให้พ่อขุนผาเมืองต้องยกทัพออกมาช่วย จนในที่สุดได้เมืองบางขลัง ศรีสัชนาลัย และเมืองสุโขทัยคืน ได้และพ่อขุนผาเมืองได้อภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวขึ้นเป็นเจ้าเมืองสุโขทัยทรงพระนามว่า “ศรีอินทรบดินทราทิตย์”
เผยแพร่เมื่อ 24-02-2020 ผู้เช้าชม 6,750
ในกำแพงเพชรมีเรื่องเล่าขาน ถึงพระบรมสารีริกธาตุ ขนาดเท่าผลส้มเกลี้ยงสุกสว่าง ลอยวนไปมาเหนือพระเจดีย์ อยู่หลายแห่ง อาทิเจดีย์วัดวังพระธาตุ เจดีย์วัดเสด็จ (ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน) เจดีย์วัดกะโลทัย เจดีย์วัดพระบรมธาตุ และเจดีย์วัดบ้านธาตุ มีเรื่องเล่าว่า ในวันเดือนมืดสนิท จะมีดวงไฟขนาดใหญ่ออกจากพระเจดีย์ดังกล่าว ลอยทักษิณาวรรต ๓ รอบ ณ พระเจดีย์แล้ว ทุกดวงจะเสด็จมาที่เจดีย์วัดพระบรมธาตุ แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นบ่อยครั้ง
เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 2,057
ในสมัยกรุงธนบุรีพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเมืองไตรตรึงษ์เพียงเล็กน้อย โดยเป็นจดหมายเหตุความทรงจำกรมหลวงนรินทรเทวี กล่าวถึงสมัยกรุงธนบุรี เมื่อพ.ศ. 2315 พระเจ้ามังระให้อะแซหวุ่นกี้เป็นแม่ทัพยกยกพลมาทางด่านแม่ละเมา เข้ายึดเมืองสุโขทัย สวรรคโลก แล้วข้าล้อมเมืองพิษณุโลกไว้ โดยการรบที่เมืองพิษณุโลก ดำเนินไปถึง 3 ปี ก็เสียเมืองแก่พม่า ฝ่ายไทยขุดอุโมงค์และทลายกำแพงลง ตั้งล้อมจับพม่ากลางแปลงจับได้แม่ทัพพม่าและทหารเป็นจำนวนมาก
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 3,623
ดอกพิกุล ดอกไม้ประจำจังหวัดกำแพงเพชร พิกุลเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 8–15 เมตร เป็นพุ่มทรงกลมใบออกเรียงสลับกันใบมนรูปไข่ปลายแหลม ลักษณะโคนใบมน สอบขอบใบโค้งเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบเป็นมันสีเขียว ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกดอกเป็นกระจุกตามง่ามใบหรือยอด มีกลีบดอกประมาณ 8 กลีบ เรียงซ้อนกัน กลีบดอกเป็นจักรเล็กน้อย สีขาวนวลมีกลิ่นหอมมาก ผลรูปไข่หรือกลมรีผลแก่มีสีแสด เนื้อในเหลืองรสหวาน ภายในมีเมล็ดเดียว
เผยแพร่เมื่อ 30-08-2019 ผู้เช้าชม 7,996
มีนิทานอันลือชื่อในท้องถิ่นของชาวไตรตรึงษ์เรื่อง “ท้าวแสนปม” ซึ่งเล่าสืบต่อกันมาแต่ครั้งโบราณถือเป็น นิทานฉบับท้องถิ่นโดยมีการถอดความจากการเล่าของนายสรวง ทองสีอ่อน ชาวบ้านวังพระธาตุ ตำบลวังพระ ธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งได้เล่าไว้ดังนี้ “ประวัติเรื่องท้าวแสนปม เดิมทีท้าวแสนปมไม่ใช่คนที่อยู่ในจังหวัดกำแพงเพชร บ้านช่องพ่อแม่อยู่ที่ระแหง อยู่เหนือจังหวัดกำแพงเพชรขึ้นไป แต่พ่อแม่ของเจ้าแสนนี้ไม่ปรากฏว่าชื่ออะไร พอมีลูกชายก็ตั้งชื่อว่าเจ้าแสน เจ้าแสนคนนี้มีรูปร่างอัปลักษณ์ คือว่าผิวเนื้อของแกมีแต่ปุ่มเป็นปมขรุขระเหมือนผิวมะกรูด
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 1,854
ผู้เขียนกล่าวไว้ในบทความเรื่อง “เล่าเรื่องเมืองชากังราว” มาแล้วว่า เมืองชากังราวนั้นได้ตรวจสอบเอกสารจากหลายฉบับ พบว่าเป็นชื่อของเมืองซึ่งซ้ำกัน 2 เมือง คือเมืองกำแพงเพชร และเมืองศรีสัชนาลัย (สวรรคโลก) และในข้อความสุดท้ายว่า พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ ในหนังสือประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 1 หน้า 212-213 ได้กล่าวถึง “สมเด็จพระบรมราชาธิราช (พะงั่ว) ที่ 1” ได้ยกทัพมาปราบปรามเมือง “ชากังราว” ถึง 4 ครั้งนั้น ท่านปราบปราม “เมืองชากังราว” ไหนแน่ ผู้เขียนพยายามสืบค้นจากเอกสารหลายฉบับ พบว่ามีเอกสารที่สามารถจะวินิจฉัยได้ว่า “เมืองชากังราว” ที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) ยกทัพมาปราบปรามนั้นหมายถึง “เมืองศรีสัชนาลัย” ตามหลักฐานจากเอกสารที่สืบค้น ได้แก่
เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 6,584
