ตำนานหลวงพ่อเพชร วัดบาง เมืองกำแพงเพชร ถอดรหัส พระพี่พระน้องแห่งสายน้ำ

ตำนานหลวงพ่อเพชร วัดบาง เมืองกำแพงเพชร ถอดรหัส พระพี่พระน้องแห่งสายน้ำ

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 11

[16.4198237, 99.3354382, ตำนานหลวงพ่อเพชร วัดบาง เมืองกำแพงเพชร ถอดรหัส พระพี่พระน้องแห่งสายน้ำ]

ตำนานหลวงพ่อเพชร วัดบาง เมืองกำแพงเพชร ถอดรหัส พระพี่พระน้องแห่งสายน้ำท่ามกลางมรดกอารยธรรมสุโขทัยและโบราณสถานศิลาแลงอันโดดเด่นของเมืองกำแพงเพชร ยังมีศูนย์รวมศรัทธาอีกแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในเขตเมือง นั่นคือวัดบาง   วัดราษฎร์ในตำบลในเมืองอำเภอเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปสำริดที่ชาวกำแพงเพชรเคารพนับถือในฐานะพระพุทธรูปสำคัญของเมืองวัดบางมีสถานะเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ข้อมูลทะเบียนวัดระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2420 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2430 อย่างไรก็ตามปีที่ปรากฏในทะเบียนราชการควรเข้าใจว่าเป็นหลักฐานการรับรองสถานะวัดในยุคเอกสารมิได้ยืนยันว่าพื้นที่ศาสนสถานหรือชุมชนบริเวณนี้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวตำนานและที่มาของชื่อวัดบางคำบอกเล่าท้องถิ่นอธิบายว่า ชื่อ “วัดบาง” น่าจะเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศเดิมของพื้นที่ กล่าวคือบริเวณวัดเคยอยู่ใกล้คลองหรือทางน้ำสายหนึ่งที่แยกจากแม่น้ำปิงไปสู่หนองรี ชาวบ้านเรียกคลองสายนั้นว่า“บาง” เมื่อมีการตั้งวัดริมทางน้ำจึงเรียกชื่อวัดตามภูมิประเทศว่า “วัดบาง”เรื่องเล่านี้สะท้อนภาพของเมืองกำแพงเพชรในฐานะเมืองริมน้ำซึ่งแม่น้ำปิงและคลองสาขามีบทบาททั้งด้านการคมนาคม การค้าขาย การติดต่อระหว่างชุมชนและการเคลื่อนย้ายผู้คนกับศาสนวัตถุ วัดจึงมิได้เป็นเพียงพื้นที่ประกอบศาสนกิจหากยังเป็นศูนย์กลางความสัมพันธ์ของชุมชนที่เติบโตควบคู่กับสายน้ำแม้ภูมิทัศน์และเส้นทางน้ำในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ชื่อ “วัดบาง”ยังคงเก็บรักษาความทรงจำถึงความสัมพันธ์ระหว่างวัด ชุมชน และลำน้ำไว้
และกลายเป็นฉากสำคัญที่ทำให้ตำนานของหลวงพ่อเพชรมีความหมายยิ่งขึ้นพระพี่พระน้องแห่งสายน้ำในความทรงจำของชาวบ้าน หลวงพ่อเพชร วัดบาง มีตำนานผูกโยงกับหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวงจังหวัดพิจิตร โดยเชื่อกันว่าพระพุทธรูปทั้งสององค์เป็น “พระพี่พระน้อง” กันตำนานกล่าวว่า เมื่อเกิดภัยสงครามในหัวเมืองเหนือพระพุทธรูปทั้งสององค์ถูกอัญเชิญล่องมาตามลำน้ำปิงเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย องค์หนึ่งได้มาประดิษฐานณ วัดบาง เมืองกำแพงเพชร ส่วนอีกองค์เดินทางต่อไปจนประดิษฐาน ณ จังหวัดพิจิตรเรื่องเล่านี้ยังเชื่อมโยงกับความศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระ ชาวบ้านจึงนิยมมากราบไหว้ ขอพรและยึดหลวงพ่อเพชรเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชุมชนตำนานดังกล่าวควรอ่านในฐานะมุขปาฐะหรือความทรงจำร่วมของท้องถิ่นเพราะยังไม่มีหลักฐานร่วมสมัยที่ยืนยันได้โดยตรงว่าพระพุทธรูปทั้งสององค์สร้างพร้อมกันหรือเคยถูกอัญเชิญล่องน้ำมาด้วยกันจริง

แต่ตำนานมีคุณค่าอย่างยิ่งในฐานะเรื่องเล่าที่สะท้อนความผูกพันของผู้คนกับสายน้ำ เครือข่ายเมืองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำถิ่นพุทธลักษณะ ขนาด และสัดส่วนของหลวงพ่อเพชรหลวงพ่อเพชร วัดบาง เป็นพระพุทธรูปเนื้อสำริด ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรโดยพระหัตถ์ขวาวางคว่ำลงเหนือพระชานุ ปลายนิ้วชี้ลงสู่พื้นแสดงความหมายถึงการอ้างแผ่นดินเป็นพยานในคราวเอาชนะพญามารส่วนพระหัตถ์ซ้ายวางหงายอยู่บนพระเพลา ทรงครองจีวรและมีชายสังฆาฏิสั้นพาดเหนือพระอุระข้อมูลเผยแพร่เกี่ยวกับองค์พระระบุว่า หลวงพ่อเพชรมีหน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว และสูง 3ศอก 1 คืบ หากคำนวณโดยใช้อัตราโดยประมาณ ศอกละ 50 เซนติเมตร คืบละ 25 เซนติเมตร และนิ้วละ 2.54 เซนติเมตร จะเทียบได้กับหน้าตักกว้างราว 1.38 เมตร และสูงราว 1.75 เมตร ทั้งนี้หน่วยวัดโบราณอาจแตกต่างกันตามมาตรฐานที่ใช้ จึงควรถือเป็นขนาดโดยประมาณและหากต้องการตัวเลขสำหรับงานวิชาการหรือป้ายจัดแสดง ควรวัดองค์พระโดยตรงอีกครั้งในด้านสัดส่วน องค์พระมีพระพักตร์ค่อนข้างกลมเต็ม พระขนงโก่ง พระเนตรทอดต่ำพระนาสิกไม่ยาวมาก พระโอษฐ์เล็ก และพระหนุมน พระวรกายมีลักษณะอวบอิ่ม พระอังสาค่อนข้างกว้างพระอุระนูน และพระเพลามีความมั่นคงหนักแน่น ลักษณะเช่นนี้ทำให้องค์พระดูสงบ สุขุมและมีพลังในเวลาเดียวกันพระเกตุมาลามีลักษณะเป็นเปลวหรือยอดต่อเนื่องเหนือพระเศียร ขณะที่พระรัศมี พระเกศาและรายละเอียดของจีวรแสดงถึงแนวคิดเชิงอุดมคติของงานพุทธศิลป์มากกว่าการถ่ายทอดรูปลักษณ์มนุษย์ตามธรรมชาติรายละเอียดเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้หลวงพ่อเพชรมีความใกล้เคียงกับพระพุทธรูปศิลปะล้านนากลุ่มที่เอกสารรุ่นเก่ามักเรียกว่า “เชียงแสนสิงห์หนึ่ง”หลวงพ่อเพชรในมิติประวัติศาสตร์ศิลปะหลวงพ่อเพชร วัดบาง เป็นพระพุทธรูปเนื้อสำริด ปางมารวิชัย ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรมีพุทธลักษณะสำคัญ ได้แก่ พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระวรกายอวบอ้วนและชายสังฆาฏิสั้นพาดเหนือพระอุระลักษณะโดยรวมมีความใกล้เคียงกับพระพุทธรูปศิลปะล้านนากลุ่มที่ในเอกสารรุ่นเก่ามักเรียกว่า“เชียงแสนสิงห์หนึ่ง”อย่างไรก็ตาม การกำหนดอายุพระพุทธรูปจากรูปแบบศิลปะควรใช้ด้วยความระมัดระวัง คำเรียก“เชียงแสนสิงห์หนึ่ง” เป็นกรอบการจัดประเภทที่ใช้กันมาในวงการประวัติศาสตร์ศิลปะขณะที่การศึกษาร่วมสมัยมักเน้นการพิจารณารูปแบบเฉพาะขององค์พระ บริบทการสร้างและความสัมพันธ์ระหว่างศูนย์กลางศิลปกรรมมากขึ้น

หากพิจารณาจากลักษณะศิลปะ หลวงพ่อเพชรอาจมีอายุอยู่ในช่วงราวพุทธศตวรรษที่ 20–21 หรือประมาณห้าร้อยถึงหกร้อยปีมาแล้ว มากกว่าการมีอายุแปดร้อยปีตามตำนานท้องถิ่นตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินเชิงประวัติศาสตร์ศิลปะมิใช่ผลการกำหนดอายุโดยวิธีวิทยาศาสตร์หรือหลักฐานจารึกที่ระบุถึงองค์พระโดยตรงรากอิทธิพลของศิลปะเชียงแสนสิงห์หนึ่งพระพุทธรูปกลุ่มที่เรียกกันว่า “เชียงแสนสิงห์หนึ่ง” โดยทั่วไปเชื่อมโยงกับศิลปะล้านนาในระยะแรก และสะท้อนการรับอิทธิพลจากศิลปะพุกามของพม่า ศิลปะมอญ–หริภุญชัย และคติพระพุทธศาสนาจากอินเดียผ่านเครือข่ายการเดินทางและการเผยแผ่พุทธศาสนาในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ลักษณะสำคัญ เช่น พระพักตร์กลมเต็ม พระวรกายอวบอิ่ม พระอุระนูน พระอังสากว้าง และการประทับนั่งขัดสมาธิเพชร จึงมิได้เป็นเพียงรูปแบบเฉพาะถิ่น หากเป็นการผสมผสานและพัฒนาให้เกิดเอกลักษณ์ของล้านนา อย่างไรก็ดี คำว่า “เชียงแสนสิงห์หนึ่ง”เป็นศัพท์จัดประเภทที่ใช้ในงานประวัติศาสตร์ศิลปะไทยมาเป็นเวลานาน การอธิบายอิทธิพลจึงควรใช้คำว่า
“มีความสัมพันธ์” หรือ “สะท้อนการรับอิทธิพล” มากกว่าระบุว่าได้รับอิทธิพลจากแหล่งใดโดยตรง เพราะรูปแบบพระพุทธรูปแต่ละองค์อาจมีรายละเอียดต่างกันตามช่วงเวลา แหล่งผลิต และบริบทของการอัญเชิญหรือเคลื่อนย้ายจากล้านนาสู่ลุ่มน้ำปิงตอนล่าง
การพบพระพุทธรูปที่มีรูปแบบใกล้เคียงศิลปะล้านนาในเมืองกำแพงเพชร ช่วยให้เห็นภาพความสัมพันธ์ระหว่างดินแดนทางเหนือกับลุ่มน้ำปิงตอนล่างในอดีต เมืองกำแพงเพชรตั้งอยู่บนเส้นทางสำคัญของแม่น้ำปิง จึงอาจเป็นพื้นที่ที่ศิลปวัฒนธรรม ผู้คน และศาสนวัตถุจากหลายภูมิภาคเดินทางเข้ามาเชื่อมโยงกัน ด้วยเหตุนี้การอธิบายว่าหลวงพ่อเพชรอาจถูกอัญเชิญลงมาจากหัวเมืองเหนือจึงเป็นข้อสันนิษฐานที่สอดคล้องกับภาพการเคลื่อนย้ายศิลปวัตถุและการติดต่อระหว่างเมืองแต่ยังไม่ควรถือเป็นข้อยืนยันทางประวัติศาสตร์จนกว่าจะพบหลักฐานเฉพาะที่เชื่อมโยงถึงองค์พระโดยตรงจารึกฐานพระอิศวรกับความทรงจำของเมืองหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่ช่วยให้เข้าใจบริบทการดูแลศาสนสถานและรูปเคารพในเมืองกำแพงเพชร คือศิลาจารึกฐานพระอิศวรเมืองกำแพงเพชร ซึ่งจารึกขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2453 เนื้อหากล่าวถึงการประดิษฐานพระอิศวรเพื่อคุ้มครองผู้คนในเมือง และการซ่อมแซมพระมหาธาตุ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ตลอดจนวัดวาอารามต่าง ๆ จารึกชิ้นนี้ไม่ได้กล่าวถึงหลวงพ่อเพชร วัดบาง โดยตรง
จึงไม่อาจใช้เป็นหลักฐานยืนยันการอัญเชิญองค์พระได้ แต่มีความสำคัญในฐานะหลักฐานที่สะท้อนค่านิยมของการบูรณะ ดูแล และให้ความหมายแก่ ศาสนสถานกับรูปเคารพในเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นบรรยากาศทางวัฒนธรรมที่ช่วยให้เราเข้าใจการสืบทอดความศรัทธาต่อหลวงพ่อเพชรได้ดีขึ้นตำนานกับหลักฐาน: ความจริงสองระดับที่อยู่ร่วมกันตัวเลข “แปดร้อยปี”ในตำนานท้องถิ่นอาจไม่สอดคล้องกับการประเมินอายุราวห้าร้อยถึงหกร้อยปีจากการเปรียบเทียบรูปแบบศิลปะ แต่ความแตกต่างนี้มิได้ทำให้เรื่องเล่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไร้คุณค่า ในทางหนึ่งหลักฐานประวัติศาสตร์ศิลปะช่วยอธิบายเส้นทางการแพร่กระจายของรูปแบบศิลปะล้านนาและความสัมพันธ์ระหว่างเมืองในลุ่มน้ำปิง ขณะที่ตำนานพระพี่พระน้องและการล่องมาตามสายน้ำทำหน้าที่รักษาความทรงจำ
ความศรัทธา และอัตลักษณ์ของชุมชนหลวงพ่อเพชร วัดบาง จึงมิได้เป็นเพียงพระพุทธรูปโบราณองค์หนึ่ง หากเป็น “เพชรน้ำหนึ่ง”ของเมืองกำแพงเพชร ที่เชื่อมโยงโลกของตำนานเข้ากับโลกของหลักฐาน และเชื่อมอดีตของสายน้ำเข้ากับศรัทธาของผู้คนในปัจจุบัน สถานที่: วัดบาง (หลวงพ่อเพชร) แผนที่: https://maps.app.goo.gl/kwAxTq2bpy1HMmKj8?g_st=ac เรียบเรียงโดย: สำนักข่าวกาขาว หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารทุติยภูมิและคำบอกเล่าท้องถิ่น
เพื่อการเผยแพร่ความรู้เบื้องต้น ผู้ที่จะนำข้อมูลไปใช้ในงานวิชาการควรตรวจสอบเอกสารปฐมภูมิ เช่น จารึก ทะเบียนวัด รายงานสำรวจของกรมศิลปากร และหลักฐานร่วมสมัยอื่น ๆ อีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นอายุองค์พระ ประวัติการอัญเชิญ และรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ศิลปะเอกสารอ้างอิง
1. กองโบราณคดี กรมศิลปากร. รายงานการสำรวจและขึ้นทะเบียนโบราณสถานจังหวัดกำแพงเพชร.พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, 2528.
2. มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์. สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ:ศิลาจารึกฐานพระอิศวรเมืองกำแพงเพชร. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์,2542.
3. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. พระพุทธรูปในประเทศไทย: รูปแบบ พัฒนาการ และแนวคิดที่แสดงออกในงานพุทธศิลป์. กรุงเทพฯ: ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2547.
4. ข้อมูลทะเบียนวัดบาง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร: ระบุการตั้งวัด พ.ศ. 2420 และการได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. 2430                                                                                                                                                            5. ข้อมูลคำบอกเล่าและแหล่งข้อมูลท้องถิ่นเกี่ยวกับชื่อวัดบาง ซึ่งอธิบายความสัมพันธ์ของชื่อวัดกับคลองที่แยกจากแม่น้ำปิงไปยังหนองรี
6. ข้อมูลเผยแพร่เกี่ยวกับหลวงพ่อเพชร วัดบาง: พระพุทธรูปสำริด ปางมารวิชัย ศิลปะแบบเชียงแสนหรือกลุ่มสิงห์หนึ่ง หน้าตักกว้าง 2 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว และสูง 3 ศอก 1 คืบ

คำสำคัญ : หลวงพ่อเพชรวัดบาง กำแพงเพชร เรื่องเล่าประวัติศาสตร์ ศิลปะเชียงแสนสิงห์หนึ่ง เที่ยวกำแพงเพชร

ที่มา : สำนักข่าวกาขาว

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). ตำนานหลวงพ่อเพชร วัดบาง เมืองกำแพงเพชร ถอดรหัส พระพี่พระน้องแห่งสายน้ำ. สืบค้น 8 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2408&code_db=610001&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2408&code_db=610001&code_type=01

Google search

Mic

จากเมืองกล้วยไข่ หรือจะกลายเป็น ทุเรียนศิลาแลง​ การเปลี่ยนผ่านทางการเกษตรของจังหวัดกำแพงเพชร ที่กำลังเกิดขึ้นเงียบ ๆ

จากเมืองกล้วยไข่ หรือจะกลายเป็น ทุเรียนศิลาแลง​ การเปลี่ยนผ่านทางการเกษตรของจังหวัดกำแพงเพชร ที่กำลังเกิดขึ้นเงียบ ๆ

จังหวัดกำแพงเพชร เคยเป็นที่จดจำในฐานะ “เมืองกล้วยไข่” มาอย่างยาวนาน ภาพจำของพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปิงแห่งนี้ คือสวนกล้วย พื้นที่ไร่นา และภูมิประเทศแบบร้อนแล้งของภาคเหนือตอนล่าง มากกว่าจะเป็นพื้นที่ปลูกผลไม้เขตร้อนชื้นอย่าง “ทุเรียน”

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 8

พระบรมธาตุเสด็จออกจากเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม

พระบรมธาตุเสด็จออกจากเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม

ในกำแพงเพชรมีเรื่องเล่าขาน ถึงพระบรมสารีริกธาตุ ขนาดเท่าผลส้มเกลี้ยงสุกสว่าง ลอยวนไปมาเหนือพระเจดีย์ อยู่หลายแห่ง อาทิเจดีย์วัดวังพระธาตุ เจดีย์วัดเสด็จ (ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน) เจดีย์วัดกะโลทัย เจดีย์วัดพระบรมธาตุ และเจดีย์วัดบ้านธาตุ มีเรื่องเล่าว่า ในวันเดือนมืดสนิท จะมีดวงไฟขนาดใหญ่ออกจากพระเจดีย์ดังกล่าว ลอยทักษิณาวรรต ๓ รอบ ณ พระเจดีย์แล้ว ทุกดวงจะเสด็จมาที่เจดีย์วัดพระบรมธาตุ แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นบ่อยครั้ง

เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 2,055

เมืองไตรตรึงษ์ตามตำนานสิงหนวัติกุมาร

เมืองไตรตรึงษ์ตามตำนานสิงหนวัติกุมาร

มีเนื้อความในต้านานสิงหนวัติกุมารเล่าว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีโอรสของพระเจ้าพีล่อโก๊ะองค์หนึ่ง ชื่อพระเจ้าสิงหนวัติ ได้มาสร้างเมืองใหม่ขึ้นทางใต้ ชื่อเมืองโยนกนาคนคร เมืองดังกล่าวนี้อยู่ในเขตละว้า หรือในแคว้นโยนก เมื่อประมาณปี พ.ศ.1111 เป็นเมืองที่สง่างามของย่านนั้น ในเวลาต่อมาก็ได้รวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ที่อ่อนน้อมให้มาเป็นเมืองขึ้นแล้วตั้งชื่อเป็นแคว้นชื่อว่าโยนกเชียงแสน มีอาณาเขตทางทิศเหนือตลอดสิบสองปันนา ทางใต้จดแคว้นหริภุญชัย มีกษัตริย์สืบเชื้อสาย ต่อเนื่องกันมา จนถึงสมัยพระเจ้าพังคราชจึงได้ เสียเมืองให้แก่ขอมดำ 

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 5,172

ความทรงจำเรื่องปราบศึกฮ่อ

ความทรงจำเรื่องปราบศึกฮ่อ

พวกฮ่อนี้เดิมทีเป็นจีนแท้ ทำการขบถขึ้นในเมืองจีน เรียกว่าพวกขบถ “ไต้เผง” จะช่วงชิงอำนาจกับพวก “เม่งจู” ในที่สุดพวกไต้เผงสู้พวกเม่งจูไม่ได้ ต้องแตกฉานซ่านเซ็นหลบหนีไปซุ่มซ่อนตัวตามป่าเขา จีนขบถไต้เผงพวกหนึ่งมีกำลังหลายพันคน หัวหน้ากลุ่มชื่อ “จ่ออาจง” อพยพเข้ามาอยู่ในเขตแดน ญวน ทางเมืองตั้งเกี๋ยเมื่อราว พ.ศ. ๒๔๐๐ ฝ่ายพวกญวนเห็นว่าพวกขบถไต้เผงอพยพเข้ามในเขตของตน เกรงว่าจะเป็นอันตราต่อญวนในภายภาคหน้า จึงแต่งฑูตเข้าไปในประเทศจีน ขอกองทัพจากกษัตริย์เม่งจู มาสมทบกับกองทัพของญวน ช่วยกันขับไล่พวกขบถ พวกกบถก็แตกทัพลงมาในดินแดนของพวกแม้ว คือชายแดนจีนติดต่อกับดินแดนสิบสองจุไทย พวกขบถได้รวบรวมกันและตั้งมั่นอยู่ และได้เรียกชื่อใหม่ว่าเป็น “พวกฮ่อ”

 

 

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 3,844

นครไตรตรึงษ์ นครแห่งแรกของกำแพงเพชร

นครไตรตรึงษ์ นครแห่งแรกของกำแพงเพชร

เมืองไตรตรึงษ์เป็นนครแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร หมายถึงเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีพระอินทร์เป็นมหาราชา ประจำสวรรค์ชั้นนี้ นครไตรตรึงษ์ เป็นเมืองโบราณแห่งแรกของกำแพงเพชร นับว่ายิ่งใหญ่และเกรียงไกรอย่างยิ่ง เมืองไตรตรึงษ์คู่กับเมืองเทพนคร ตั้งอยู่คนละฟากฝั่งลำน้ำปิง เมืองไตรตรึงษ์ คือเมืองของนางอุษา เมืองเทพนคร คือเมืองของท้าวชินเสน หรือท้าวแสนปม ซึ่งเมืองทั้งสองยังมีหลักฐานที่ชัดเจน ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดกำแพงเพชร มีคำขวัญที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตของนครไตรตรึงษ์ว่า เจดีย์เจ็ดยอดงามสม ท้าวแสนปมนาม

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 4,905

เมืองไตรตรึงษ์ เมืองแห่งการกำเนิดราชวงศ์เชียงราย

เมืองไตรตรึงษ์ เมืองแห่งการกำเนิดราชวงศ์เชียงราย

ในหนังสือพระราชพงศาวดาร ฉบับ รศ. 125 ซึ่งดำเนินเรื่องตามต้นพระราชพงศาวดารได้กล่าวไว้ดังนี้ “เดิมพระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่งครองราชย์สมบัติอยู่ ณ เมืองเชียงรายโยนกประเทศ เป็นพระนครใหญ่ มีพระเจ้ามหาราชพระองค์หนึ่ง ครองราชย์สมบัติอยู่ ณ เมืองสตอง ยกกองทัพมาตีเมืองเชียงรายได้ทำสงครามแก่กัน พระเจ้าเชียงรายพ่ายแพ้เสียเมืองแก่พระยาสตอง จึงกวาดครอบครัวอพยพชาวเมืองเชียงราย หนีข้าศึกลงมายังแว่นแคว้นสยามประเทศนี้ ข้ามแม่น้ำโพมาถึงเมืองแปปเป็นเมืองร้าง อยู่คนละฟากฝั่งกับเมืองกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 3,543

สะพานเก่าเมืองกำแพงเพชร

สะพานเก่าเมืองกำแพงเพชร

ภาพที่นำมาให้ชมกันนี้เป็นภาพสะพานกำแพงเพชร ซึ่งถ่ายเอาไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2501อันเป็นช่วงที่สะพานแหง่นี้สร้างเสร็จใหม่ๆ มองดูโดดเด่นเป็นสง่าเหนือล้ำน้ำปิงและยืนหยัดกรำแดดกรำฝน รับใช้พี่น้องชาวกำแพงเพชรมากว่าสี่สิบปี ก่อนจะถูกบดบังจนมองเกือบไม่เห็นใน พ.ศ. 2542 ด้วย สะพานคู่ขนานขนาดใหญ่ตามวิถีการขยายตัวของสังคมเมือง เพื่อมิให้สะพานเก่าเมืองกำแพงเพชรเลือนหายไปจากความทรงจำ จึงขอนำเรื่องราวความเป็นมาของสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกของจังหวัดกำแพงเพชรมาทบทวนความทรงจำกันอีกครั้ง

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 4,824

เมืองคณฑี : เมืองต้นกำเนิดของราชวงศ์พระร่วง

เมืองคณฑี : เมืองต้นกำเนิดของราชวงศ์พระร่วง

เมืองคณฑีหรือบ้านโคน มีการสืบเนื่องของชุมชนมาช้านานแล้ว แม้ในปัจจุบันไม่ปรากฏร่องรอยของคูน้ำแนวคันดินอันเป็นที่ตั้งของเมือง แต่มีวัดและซากโบราณเก่าแก่ที่ทำให้เชื่อได้ว่าครั้งหนึ่งบริเวณบ้านโคนเคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ คือ เมืองคณฑี มีตำนานเล่าเรื่องถึงชาติภูมิหรือบรรพบุรุษของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระมหาธรรมราชหรือพระเจ้าโรจน หรือที่เรียกกันในภาษาพื้นบ้าน ว่าพระร่วง

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 2,750

กษัตริย์เมืองกำแพงเพชรในสมัยทวารวดี

กษัตริย์เมืองกำแพงเพชรในสมัยทวารวดี

ในหนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลกัษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดกำแพงเพชร หน้า 31 ได้กล่าวถึง เมืองโบราณบริเวณลุ่มแม่น้ำปิง ซึ่งมีการค้นพบและพอมีหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นเมืองเก่าแก่มาช้านาน คือ เมืองแปบ เมืองเทพนคร เมืองไตรตรึงษ์ เมืองพาน เมืองคณฑี เมืองนครชุม เมืองชากังราว เมืองพังคา เมืองโกสัมพี เมืองรอ เมืองแสนตอ เมืองพงชังชา และบ้านคลองเมือง ซึ่งล้วนตั้งอยู่อาณาเขตจังหวัดกำแพงเพชรทั้งสิ้น และในหนังสือเรื่องเล่มเดียวกันนั้นในหน้า 37-38 ได้กล่าวถึงเมือง 2 เมืองว่าเป็นเมืองในสมัยทวารวดี คือเมืองไตรตรึงษ์ และเมืองโบราณที่บ้านคลองเมือง

เผยแพร่เมื่อ 18-02-2020 ผู้เช้าชม 6,524

เมืองไตรตรึงษ์ตามตำนานพระเจ้าพรหม

เมืองไตรตรึงษ์ตามตำนานพระเจ้าพรหม

ในพระราชพงศาวดาร ซึ่งกรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรสทรงนิพนธ์พระราชพงศาวดารสังเขปขึ้นมาใหม่ มีความต้นเรื่องต่างกับพงศาวดารกรุงสยาม (ของรัชกาลที่ 2) เริ่มด้วยกษัตริย์เมืองเชียงรายพ่ายศึก ได้อพยพชาวเมืองเชียงรายหนีลงมาทางทิศใต้ แล้วสร้างบ้านเมืองใหม่บริเวณเมืองแปบ ซึ่งเป็นเมืองร้างอยู่ริมแม่น้ำปิง (อยู่คนละฟากเมืองกำแพงเพชรปัจจุบัน) ภายหลังให้ชื่อใหม่ว่าเมืองไตรตรึงษ์ ต่อมามีลูกเขยเป็นสามัญชนคนเข็ญใจชื่อ นายแสนปม ได้เป็นกษัตริย์เมืองเทพนคร พระนามว่าสมเด็จพระเจ้าศิริชัยเชียงแสน มีโอรสชื่อเจ้าอู่ทอง ซึ่งต่อมาคือ สมเด็จพระรามาธิบดี ผู้ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยา

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 2,388