กำเนิดพระซุ้มกอ: พุทธศิลป์สุโขทัย ตำนานแห่งศรัทธานครชุม

กำเนิดพระซุ้มกอ: พุทธศิลป์สุโขทัย ตำนานแห่งศรัทธานครชุม

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 25

[16.4202896, 99.170579, กำเนิดพระซุ้มกอ: พุทธศิลป์สุโขทัย ตำนานแห่งศรัทธานครชุม]

ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา พระกำแพงซุ้มกอไม่ได้ดำรงอยู่เพียงในฐานะโบราณวัตถุหรือพระพิมพ์ทางศิลปกรรมเท่านั้น หากยังเป็นศูนย์รวมของตำนาน มุขปาฐะ และคติความเชื่อที่สืบทอดกันมาในหมู่ผู้ศรัทธาและนักสะสมพระเครื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในพระกรุที่มีเรื่องราวประกอบมากที่สุดของประเทศไทย

นครชุมและหลักฐานทางประวัติศาสตร์
       นครชุมเป็นเมืองโบราณสำคัญที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ตรงข้ามเมืองกำแพงเพชร ปรากฏหลักฐานความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยเฉพาะในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) หลักฐานสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งคือ จารึกนครชุม (จารึกหลักที่ 3) ซึ่งสร้างขึ้นราว พ.ศ. 1900 เนื้อหาในจารึกกล่าวถึงการสถาปนาพระบรมธาตุและพระศรีมหาโพธิ ณ เมืองนครชุม อันสะท้อนถึงความสำคัญของเมืองแห่งนี้ในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย
ในจารึกปรากฏข้อความตอนหนึ่งว่า
        "...พระมหาธรรมราชาธิราช หากเอาพระศรีมหาโพธิอันนี้แต่ลังกาทวีปมาปลูกไว้ที่นี้... พระมหาธรรมราชาธิราช หากเอาพระบรมธาตุอันนี้แต่ลังกาทวีปมาสถาปนาไว้ในเมืองนครชุมนี้..." (คัดบางตอนจากคำอ่านจารึกนครชุม ด้านที่ 1)  ข้อความดังกล่าวมีความหมายว่า พระมหาธรรมราชาที่ 1 ทรงอัญเชิญทั้งหน่อพระศรีมหาโพธิและพระบรมสารีริกธาตุจากลังกาทวีปมาประดิษฐาน ณ เมืองนครชุม เพื่อให้เป็นพุทธบูชาและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนในแผ่นดินสุโขทัย  แม้จารึกนครชุมจะมิได้กล่าวถึงพระกำแพงซุ้มกอโดยตรง แต่ข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดนี้ก็ช่วยให้เห็นภาพว่า นครชุมมิใช่เพียงเมืองหน้าด่านริมแม่น้ำปิง หากเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการอุปถัมภ์จากพระมหากษัตริย์ และเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญของยุคสมัย
บริเวณวัดพระบรมธาตุนครชุมและพื้นที่โดยรอบนี้เอง ที่ต่อมาได้กลายเป็นแหล่งค้นพบพระกรุจำนวนมาก รวมถึงพระกำแพงซุ้มกอ อันเป็นพระพิมพ์ที่ได้รับการยกย่องสูงสุดองค์หนึ่งในวงการพระเครื่องไทย

การค้นพบพระกรุนครชุม
      พระกำแพงซุ้มกอเป็นหนึ่งในพระพิมพ์สำคัญที่ค้นพบจากกรุโบราณบริเวณวัดพระบรมธาตุนครชุมและพื้นที่ใกล้เคียง โดยการค้นพบพระกรุในพื้นที่กำแพงเพชรตลอดช่วงรัตนโกสินทร์ทำให้เกิดการศึกษาพระพิมพ์สกุลกำแพงเพชรอย่างกว้างขวาง ในวงการพระเครื่องมีเรื่องเล่าสืบทอดกันว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เคยเดินทางมายังนครชุมและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบูรณะพระบรมธาตุนครชุม รวมถึงการค้นพบพระกรุบางส่วน อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังไม่ปรากฏหลักฐานร่วมสมัยที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน จึงควรพิจารณาในฐานะตำนานท้องถิ่นและมุขปาฐะประกอบการศึกษา

ลักษณะพุทธศิลป์ของพระซุ้มกอ
       พระกำแพงซุ้มกอเป็นพระพิมพ์ปางสมาธิ ประทับนั่งเหนือฐานบัว ภายในซุ้มเรือนแก้วที่มีลักษณะอ่อนช้อยตามแบบศิลปะสุโขทัย องค์พระมีสัดส่วนสมดุล สงบนิ่ง และเปี่ยมด้วยพลังทางศิลปกรรมนักประวัติศาสตร์ศิลปะจำนวนมากยกย่องว่าพระกำแพงซุ้มกอเป็นหนึ่งในพระพิมพ์ที่สะท้อนอุดมคติความงามแบบสุโขทัยได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ทั้งในด้านสัดส่วน องค์ประกอบ และความอ่อนโยนของรูปทรง ชื่อ "ซุ้มกอ" เป็นชื่อที่นักสะสมพระเครื่องใช้เรียกในภายหลัง โดยเชื่อว่ามาจากลักษณะซุ้มเรือนแก้วที่มีรูปทรงคล้ายตัวอักษร "ก"

ลักษณะเนื้อพระและกรรมวิธีการสร้าง
        พระซุ้มกอสร้างจากเนื้อดินเผาที่ผ่านการกดพิมพ์จากแม่พิมพ์ ก่อนนำไปเผาด้วยความร้อนจนเกิดความแข็งแกร่ง อุณหภูมิที่แตกต่างกันในการเผาส่งผลให้สีเนื้อพระมีความหลากหลาย เช่น สีส้ม สีแดง สีน้ำตาล และสีเขียวอมเทา ด้านหลังขององค์พระมักปรากฏร่องรอยการกดแต่งเนื้อและลายนิ้วมือ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในลักษณะที่นักสะสมใช้ประกอบการศึกษาพระกรุแต่ละองค์ในวงการพระกรุมีคำเรียกเฉพาะสำหรับลักษณะบางประการของเนื้อพระ เช่น "ว่านดอกมะขาม" สำหรับจุดสีแดงเล็ก ๆ ที่ปรากฏในเนื้อพระ และ "รารัก" หรือ "ราดำ" สำหรับคราบสีดำที่พบในบางองค์ อย่างไรก็ตาม คำเรียกเหล่านี้เป็นศัพท์เฉพาะในวงการพระเครื่อง และยังไม่มีข้อยุติทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับที่มาของลักษณะดังกล่าว

มุขปาฐะ ตำนานลานเงิน และความเชื่อสืบทอด
       นอกเหนือจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีแล้ว พระกำแพงซุ้มกอยังมีมิติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ คือ มุขปาฐะและคำบอกเล่าที่สืบทอดกันมาในหมู่ผู้ศรัทธาเรื่องเล่าที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดคือ ตำนานแผ่นลานเงินนครชุม ซึ่งตามสำเนาและคำบอกเล่าที่เผยแพร่ในวงการพระเครื่อง ระบุถึงการสร้างพระพิมพ์โดยคณะฤๅษี การใช้เกสรดอกไม้ ว่านยา และมวลสารศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก ตลอดจนพิธีกรรมปลุกเสกตามคติความเชื่อโบราณ

ตำนานฤๅษีผู้สร้างพระ
       ตามมุขปาฐะและสำเนาข้อความลานเงินที่เผยแพร่ในวงการพระเครื่องกำแพงเพชร มีเรื่องเล่าสืบทอดกันว่า พระกำแพงซุ้มกอมิได้เกิดจากการสร้างโดยช่างหลวงเพียงอย่างเดียว หากมีคณะฤๅษีผู้ทรงวิทยาคุณร่วมประกอบพิธีสร้างและปลุกเสกพระพิมพ์  รายละเอียดของตำนานมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสำนวน บางสำนวนกล่าวถึงคณะฤๅษี 11 ตน ขณะที่บางสำนวนกล่าวถึงฤๅษีเพียงไม่กี่ตน โดยรายนามที่ปรากฏบ่อยในคำบอกเล่า ได้แก่ ฤๅษีพิลาลัย ฤๅษีพิจิตร และฤๅษีไปยาทิพย์ เป็นต้น
ในข้อความที่มีการเผยแพร่กันในวงการพระเครื่อง มีการอ้างถึงข้อความลักษณะว่า
      "...ฤๅษี 11 ตน มีฤๅษีพิจิตรร่วมใจเป็นประธาน... ทำด้วยนวสารมีเกสรดอกไม้ 108 และว่านยาต่าง ๆ บดให้ละเอียดผสมด้วยเวทมนตร์คาถา..."
และอีกตอนหนึ่งว่า
      "...ถ้าผู้ใดได้พบพระพิมพ์นี้แล้ว ให้เอาเกสรดอกไม้ 108 นวสารมาบดให้ละเอียด... เอาศาสตราจับแช่น้ำมนต์... เสกด้วยมนต์คาถาตามกำลัง... ผู้นั้นจะมีอานุภาพมาก ภัยอันตรายใด ๆ ก็ไม่สามารถกล้ำกรายได้เลย..."
ข้อความดังกล่าวเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของความเชื่อเรื่องมวลสารศักดิ์สิทธิ์ การปลุกเสก และพุทธคุณของพระกำแพงซุ้มกอที่สืบทอดต่อกันมาในหมู่ผู้ศรัทธาและนักสะสม
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อยุติทางวิชาการเกี่ยวกับต้นฉบับและที่มาของข้อความดังกล่าว นักวิชาการจำนวนมากจึงจัดเรื่องราวเกี่ยวกับคณะฤๅษีไว้ในกลุ่มตำนานและมุขปาฐะที่สะท้อนความเชื่อของชุมชน มากกว่าจะใช้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์โดยตรง
นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อเชื่อมโยงพระกำแพงซุ้มกอกับบริเวณ "ทุ่งเศรษฐี" ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในคำบอกเล่าของคนท้องถิ่นเกี่ยวกับพื้นที่ค้นพบพระกรุบางส่วน อันเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความมั่งคั่งและโชคลาภของพระพิมพ์ชนิดนี้
คำกล่าว "มีกูไว้ไม่จน"
หนึ่งในมุขปาฐะที่มีชื่อเสียงที่สุดเกี่ยวกับพระกำแพงซุ้มกอ คือคำกล่าวว่า
     "มีกูไว้ไม่จน"
หรือในสำนวนที่พบในวงการพระเครื่องบางสายว่า
     "มึงมีกูไว้ไม่จน"
คำกล่าวดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดกันอย่างกว้างขวางในหมู่นักสะสมและผู้ศรัทธา จนกลายเป็นคำขวัญประจำพระกำแพงซุ้มกอในความรับรู้ของสังคมไทย
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่ในปัจจุบัน ยังไม่พบว่าคำกล่าวดังกล่าวปรากฏอยู่ในจารึกนครชุม ศิลาจารึกสมัยสุโขทัย หรือข้อความจากแผ่นลานเงินที่มีการถอดความเผยแพร่กันนักวิชาการและนักสะสมพระจำนวนมากจึงเห็นตรงกันว่า คำกล่าวนี้น่าจะเกิดขึ้นในยุคหลังจากประสบการณ์ ความศรัทธา และการตีความพุทธคุณของผู้ครอบครองพระกำแพงซุ้มกอ ซึ่งเชื่อกันว่าเด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความสำเร็จในการดำเนินชีวิต

บทสรุป
        พระกำแพงซุ้มกอเป็นพระกรุสำคัญที่สะท้อนความรุ่งเรืองของพุทธศิลป์สมัยสุโขทัย และความสำคัญของนครชุมในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย ขณะเดียวกัน พระกำแพงซุ้มกอยังเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่ประกอบด้วยตำนาน มุขปาฐะ และคติความเชื่อที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งเรื่องคณะฤๅษีผู้สร้างพระ ตำนานแผ่นลานเงิน พุทธคุณ และคำกล่าว "มีกูไว้ไม่จน" ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อพระพิมพ์ชนิดนี้ตลอดมา

หมายเหตุเกี่ยวกับแหล่งข้อมูล
       บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลหลายประเภท ทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี เอกสารที่มีการเผยแพร่ในวงการพระเครื่อง ตลอดจนมุขปาฐะและคำบอกเล่าที่สืบทอดกันมาในหมู่ผู้ศึกษาและผู้ศรัทธา เนื้อหาบางส่วน โดยเฉพาะเรื่องคณะฤๅษีผู้สร้างพระ ตำนานแผ่นลานเงิน พุทธคุณ และคำกล่าว "มีกูไว้ไม่จน" จัดอยู่ในกลุ่มข้อมูลเชิงตำนาน คติความเชื่อ หรือมุขปาฐะ ซึ่งมีคุณค่าในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมและความทรงจำร่วมของชุมชน แต่ไม่อาจถือเป็นข้อยืนยันทางประวัติศาสตร์ได้ทั้งหมด

คำสำคัญ : พระกำแพงซุ้มกอ เมืองนครชุม บรมธาตุนครชุม พระเครื่องเบญจภาคี กำแพงเพชร

ที่มา : สำนักข่าวกาขาว

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). กำเนิดพระซุ้มกอ: พุทธศิลป์สุโขทัย ตำนานแห่งศรัทธานครชุม. สืบค้น 12 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2407&code_db=610001&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2407&code_db=610001&code_type=01

Google search

Mic

ดาบที่สร้างจากประวัติศาสตร์

ดาบที่สร้างจากประวัติศาสตร์

พระแสงราชศัสตราแห่งเมืองกำแพงเพชร เป็นพระแสงประจำเมืองเล่มเดียวในประเทศที่เป็นของเก่าที่แท้จริง เนื่องด้วยเป็นพระแสงที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ให้เป็นบำเหน็จความดีความชอบในการศึกปัตตานี ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์แก่พระยากำแพงเพชร (นุช ) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชรคนที่ 2 ต่อจากบิดา ส่วนพระแสงประจำเมืองของจังหวัดอื่น ๆ ล้วนสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 5,030

คำขวัญเมืองนครชุม

คำขวัญเมืองนครชุม

พระบรมธาตุคู่บ้าน พระยาวชิรปราการคุ้มเมือง ป้อมทุ่งเศรษฐีลื่อเลื่อง กำแพงเพชรเมือง700ปี คลองสวนหมากเสด็จประพาส ทุ่งมหาราชบทประพันธ์ดี หลวงพ่ออุโมงค์เป็นศักดิ์ศรี คนดีศรีเมืองนครชุม

เผยแพร่เมื่อ 21-01-2020 ผู้เช้าชม 4,048

คัมภีร์คาถาชินบัญชรสมเด็จพุฒาจารย์(โต) พบในเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม

คัมภีร์คาถาชินบัญชรสมเด็จพุฒาจารย์(โต) พบในเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม

คำว่า ชินบัญชร นั้นแปลว่า กรง หรือ เกราะป้องกันภัยของพระพุทธเจ้า คำว่า ชิน หมายถึง พระพุทธเจ้า คำว่า บัญชร หมายถึง กรง หรือ เกราะ โดยที่เนื้อหาในคาถาในชินบัญชรนั้นจะเป็นการอัญเชิญพระพุทธเจ้าจำนวน 28 พระองค์ เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าพระนามว่าตัณหังกร เป็นต้น เดินทางลงมาสถิตอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เพื่อเป็นการเสริมให้ตนเองนั้นมีพลังพุทธคุณให้ยิ่งใหญ่ จากนั้นจึงอัญเชิญพระอรหันต์ที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 80 องค์ซึ่งเป็นผู้มีบารมีธรรมที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังได้มีการอาราธนาพระสูตรอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ทรงอานุภาพในด้านต่างๆ

เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 4,161

กำแพงเพชร : สมัยสุโขทัย

กำแพงเพชร : สมัยสุโขทัย

ข้อความในจารึกหลักที่ 2 ศิลาจารึกวัดศรีชุม ในหนังสือประชุมศิลาจารึกภาคที่ 1 หน้าที่ 37-39 ในบรรทัดที่ 21-40 อธิบายโดยสรุปว่า พ่อขุนศรีนาวนาถม ได้ครอบครองเมืองสุโขทัยและ เมืองศรีสัชนาลัยมาก่อน หลังสิ้นพ่อขุนศรีนาวนาถมแล้ว พ่อขุนบางกลางหาว ได้เข้ามาครอบครอง ต่อมาถูกขอมขยายอำนาจยึดเมืองต่าง ๆ ได้ พ่อขุนบางกลางหาวจึงต้องขอความช่วยเหลือไปยังพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดซึ่งเป็นโอรสของพ่อขุนศรีนาวนาถม พ่อขุนผาเมืองได้สั่งให้พ่อขุนบางกลางหาวไปนำทหารของพระองค์ที่เมืองบางยางมาสู้รบ พ่อขุนบางกลางหาวก็ยังไม่สามารถที่จะชนะขอมสบาดโขลญลำพงได้ จนทำให้พ่อขุนผาเมืองต้องยกทัพออกมาช่วย จนในที่สุดได้เมืองบางขลัง ศรีสัชนาลัย  และเมืองสุโขทัยคืน ได้และพ่อขุนผาเมืองได้อภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวขึ้นเป็นเจ้าเมืองสุโขทัยทรงพระนามว่า “ศรีอินทรบดินทราทิตย์” 

เผยแพร่เมื่อ 24-02-2020 ผู้เช้าชม 6,750

รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี ​166,945 บาท​ คุณมีรายได้เท่านี้จริงไหม?

รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี ​166,945 บาท​ คุณมีรายได้เท่านี้จริงไหม?

​กำแพงเพชร มั่งคั่งบนแผ่นกระดาษ แต่ขาดแคลนบนความจริง? ตีแผ่ตัวเลข GPP ที่ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าชาวบ้าน หากเปิดดูรายงานจากสภาพัฒน์ฯ หรือตัวเลขทางเศรษฐกิจระดับภาค คุณจะพบชื่อ “จังหวัดกำแพงเพชร” ทะยานขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของภาคเหนืออย่างสง่างาม ด้วยรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GPP Per Capita) ที่สูงจนน่าอิจฉา มายากลตัวเลข: เมื่อเศรษฐีกับคนจนถูกมัดรวมกัน ​ตัวเลขรายได้เฉลี่ยแสนกว่าบาทต่อปีที่ดูดีนั้น แท้จริงแล้วมันคือ “ค่าเฉลี่ยมายากล” เพราะในขณะที่รายได้มหาศาลไหลมาจาก ขุมทรัพย์ใต้ดิน (สัมปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) และ ขุมทรัพย์บนดิน (โรงงานแปรรูปเกษตรขนาดใหญ่) 

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 12

กำเนิดพระซุ้มกอ: พุทธศิลป์สุโขทัย ตำนานแห่งศรัทธานครชุม

กำเนิดพระซุ้มกอ: พุทธศิลป์สุโขทัย ตำนานแห่งศรัทธานครชุม

พระกำแพงซุ้มกอ เป็นพระกรุเนื้อดินเผาที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในพระเครื่องชุดเบญจภาคีของประเทศไทย และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นผลงานพุทธศิลป์ชั้นเยี่ยมของสกุลช่างกำแพงเพชรในสมัยสุโขทัย พระพิมพ์ชนิดนี้ถูกค้นพบจากกรุโบราณในเขตนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร อันเป็นพื้นที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาและประวัติศาสตร์ของลุ่มแม่น้ำปิง

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 25

เมืองคณฑี : เมืองพักระหว่างทางของพระนางจามเทวี

เมืองคณฑี : เมืองพักระหว่างทางของพระนางจามเทวี

เมืองคณฑี เป็นเมืองโบราณเก่าแก่เมืองหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงทางฝั่งตะวันออก ตัวกำแพงเมืองหรือร่องรอยของเมืองเกือบไม่เหลือร่องรอยให้เห็นในปัจจุบัน ทั้งที่เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาอย่างน้อยในช่วง พ.ศ. 1176-1204 เมื่อครั้งพระนางจามเทวี พระราชธิดาของกษัตริย์ละโว้ (พระยากาฬวรรณดิส) ซึ่งเสด็จโดยทางชลมารคจากนครละโว้ (ลพบุรี) ขึ้นไปสร้างเมืองที่นครหริภุญชัย (ลำพูน) ระหว่างทางที่เสด็จพระนางจามเทวีได้เสด็จขึ้นมาประทับที่เมืองคณฑี แล้วจึงไปพักที่เมืองกำแพงเพชร ผ่านเมืองตากไปจนถึงลำพูน

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 2,059

เมืองไตรตรึงษ์สมัยรัตนโกสินทร์

เมืองไตรตรึงษ์สมัยรัตนโกสินทร์

มีหลักฐานจากการตรวจค้นและศึกษาข้อมูลของจิตร์ ภูมิศักดิ์ ได้พบว่าเมืองไตรตรึงษ์ยังคงมีสภาพเป็นบ้านเมืองแต่อาจลดขนาดเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ต่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ดังหลักฐานที่พบรายชื่อเมืองในจารึกวัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์) ซึ่งจารึกไว้ในคราวซ่อมแซมวัดครั้งใหญ่ระหว่าง พ.ศ. 2374-2381 สมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีใบบอกเมืองขึ้นของเมืองกำแพงเพชร (เมืองโท) ว่ามี 5 เมือง คือ   เมืองโกสามพิน 1 (น่าจะหมายถึงเมืองโกสัมพี) เมืองบงการบุรี 1 (ไม่รู้ว่าเป็นเมืองใด) เมืองโบราณราช 1 (ไม่รู้ว่าเป็นเมืองใด) เมืองนาถบุรี 1 (ไม่รู้ว่าเป็นเมืองใด) เมืองไตรตรึงษ์ 1

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 1,600

ถอดบทเรียนจากโรงไฟฟ้าชีวมวล : พลังงานสะอาดที่ชุมชนยังมีคำถาม

ถอดบทเรียนจากโรงไฟฟ้าชีวมวล : พลังงานสะอาดที่ชุมชนยังมีคำถาม

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “โรงไฟฟ้าชีวมวล” ถูกผลักดันในฐานะพลังงานทดแทนที่ช่วยลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นไม้สับ เปลือกไม้ ใบอ้อย ทะลายปาล์ม หรือซังข้าวโพด ในจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ก็มีการพัฒนาโรงไฟฟ้าชีวมวลหลายแห่ง ทั้งในอำเภอคลองขลุง พรานกระต่าย และโครงการใหม่ในอำเภอขาณุวรลักษบุรี

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 9

เมืองไตรตรึงษ์ตามประวัติแม่น้ำเจ้าพระยา

เมืองไตรตรึงษ์ตามประวัติแม่น้ำเจ้าพระยา

มีตำนานของแม่น้ำเจ้าพระยาที่เกี่ยวข้องอยู่กับเมืองไตรตรึงษ์อยู่ด้วย โดยได้เค้าเรื่องมาจากสมุดข่อย วัดเขื่อนแดง ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในปัจจุบันสมุดข่อยดังกล่าวนี้ได้สูญหายและไม่ทราบว่าผู้ใดเอาไป แต่นายอ้อม ศรีรอด แห่งโรงเรียนศรีสัคควิทยา ตลาดสะพานดำ ตำบลนครสวรรค์ตก อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ได้เรียบเรียงเอาไว้ ตามตำนานกล่าวว่าเมื่อประมาณ ปีพุทธศักราช 1893 พระเจ้าอู่ทอง ทรงสร้างกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และได้ขึ้นครองราชย์สมบัติทรงพระนามว่า "สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1" ในขณะที่พระองค์ทรงได้ขึ้นครองราชย์นั้นได้ให้พระราเมศวรราชบุตรไปปกครองเมืองลพบุรี

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 5,843