![]()
สักขาลาย
เผยแพร่เมื่อ 02-12-2025 ผู้ชม 55
[17.3035458, 98.2841859, สักขาลาย]
บ้านตะพิโจ ต.แม่ต้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก หมู่บ้านปกาเกอะญอในหุบเขาที่ยังมีวิถีความเชื่อของลูกผู้ชายตั้งแต่อดีต เกี่ยวกับการสักขาลายโบราณที่ใกล้สูญหาย
"อาจารย์ละดา ศรีอุเบท" ปัจจุบันเป็นช่างสักขาลายโบราณ เพียงคนเดียวในหมู่บ้านที่สักลายโบราณด้วยมือ โดยใช้หัวเข็มที่มีลักษณะแบน ๆ ขั้นตอนการสักเริ่มจากการใช้ตอก ในการมาวัดตีเส้นเพื่อแบ่งช่องโครงร่างบริเวณขา จากนั้นก็เริ่มลงเข็มสัก การสักนั้นจะสักทีละช่อง ซึ่งทั้งหมดไม่ต้องวาดลายลงไป เพราะลวดลายทุกอย่างนั้น อ.ละดา จำได้หมด ลายที่ต้องมีในการสักขาลาย หลัก ๆ จะประกอบไปด้วยลายขาบัว ลายปะลู ลายมอม ลายกรรไกร และลายโบราณอื่น ๆ หมึกที่ใช้เป็นหมึกสักทั่วไป แต่ในอดีตเดิมใช้สีหมึกจากดีเสือ ดีหมี ดีหมู ผสมกับเขม่าไฟ การสักกว่าจะได้ครบทุกช่องและครบทุกส่วนใช้เวลาถึง 3 วัน เพราะการ "สักขาลาย" แบบโบราณนั้นจะสักตั้งแต่ใต้เข่าไปถึงเอว โดยคนที่จะสักก็คือ "ผู้ชาย" เท่านั้น โดยการสักขาลายนั้นถือเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย มากกว่านั้นยังสะท้อนไปในเรื่องของความกตัญญูในเรื่องที่จะได้รับรู้ความเจ็บปวดที่แม่นั้นมีในยามที่ต้องคลอดลูกออกมา
ปัจจุบันนี้การสักขาลายของบ้านตะพิโจนั้นโด่งดัง ทำให้ชาวปกาเกอะญอที่อยู่ในพื้นที่อื่น ๆ ของจังหวัดตาก ก็จะเดินทางเข้ามาที่นี่เพื่อสักกับอาจารย์ละดา ซึ่งตัวอาจารย์เองในปัจจุบันถือว่าเป็นช่างสักเพียงคนเดียวของหมู่บ้านที่ยังหลงเหลืออยู่ หากอาจารย์ไม่สามารถทำได้ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีใครมาสานต่อหรือไม่
“รอยสัก” เป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ ที่มนุษย์ยุคอดีตสรรสร้างขึ้น สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีวิตของแต่ละเผ่าพันธ์ุ จนกลายเป็นความเชื่อที่มีการพัฒนามากว่า 5,000 ปี และเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในทั่วทุกมุมโลก ดินแดนล้านนาในอดีตมีวัฒนธรรมการสักอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง นั่นคือ “การสักขาลาย” ซึ่งเปรียบเสมือนจารึกแขนงหนึ่งในทางประวัติศาสตร์ อันเกิดจากการจรดปลายเข็มและน้ำหมึกเพื่อสร้างลวดลายลงบนผิวกายของมนุษย์ อย่างไรก็ตาม การสักขาลายนับวันกำลังค่อย ๆ สูญหายไป เนื่องจากค่านิยมสมัยใหม่ที่มีทัศนคติต่อ “รอยสัก” เปรียบเสมือน “ตราบาป” และเป็นสัญลักษณ์แห่งความไม่ดีงาม น่าดีใจที่วันนี้ลูกหลานแห่งแผ่นดินล้านนาส่วนหนึ่ง ต่างพากันสืบหาร่องรอยเหล่านี้ จนค้นพบว่ายังมีช่างสักขาลายล้านนาชาวปกาเกอะญอในตำนาน แห่งบ้านตะพิโจ ซึ่งเหลือแค่เพียงหนึ่งเดียวบนแผ่นดินล้านนา จนในที่สุดนำมาสู่การเรียนรู้เพื่อการอนุรักษ์ สืบสานวัฒนธรรมนี้ให้ยังคงอยู่คู่แผ่นดินล้านนาสืบต่อไป
คำสำคัญ : บือ บอ ลู่ หมู่บ้านตะพิโจ วิถีชีวิต สักขาลาย ชาวปกาเกอะญอ สักขาลายโบราณ
ที่มา : https://www.thaipbs.or.th/program/TheConnect/episodes/97123
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2568). สักขาลาย. สืบค้น 15 มกราคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2350&code_db=610007&code_type=TK009
Google search
สักขาลาย รอยประวัติศาสตร์ผ่านน้ำหมึก ที่เริ่มเป็นเพียงภาพจำแห่งอดีต"การสักขาลายของชาวล้านนา" ทุกวันนี้เหลือแต่คนเฒ่าคนแก่รุ่น 80 หรือ 90 ปีเท่านั้นที่ยังมีรอยสักบนขาติดตัว เพราะสักมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่มๆ ส่วนหมอสัก ครูสักในปัจจุบันก็เหลือน้อยด้วยเหตุไม่มีผู้สืบทอดต่อ การสักขาลายถือเป็นพิธีกรรมสำคัญที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ของชายชาวล้านนา โดยมีความเชื่อว่าเป็นการพิสูจน์ความอดทนและความกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิด ปัจจุบันอาจารย์ละดาเป็นช่างสักเพียงคนเดียวในหมู่บ้านที่ยังคงสืบสานศิลปะนี้อยู่ และได้รับความสนใจจาก ผู้ที่ต้องการเรียนรู้และอนุรักษ์วัฒนธรรมดังกล่าว
เผยแพร่เมื่อ 02-12-2025 ผู้เช้าชม 55
ลายเต้โพจือ (ผ้าปักมือ) เป็นลายที่มีมาตั้งแต่สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย ที่สืบทอดต่อ ๆ กันมา จนถึงปัจจุบัน เป็นเสื้อลายดั้งเดิม ที่มีมาตั้งแต่โบราณ และเป็นเสื อที่ท้ามาจากธรรมชาติ เป็นสีธรรมชาติ โดยตรงไม่ว่าจะเป็นการปั่นด้าย หรือย้อมด้าย ตลอดจงถึงการทอ และปักลายทีลู่ข่าลงบนผ้าทอ
เผยแพร่เมื่อ 26-05-2025 ผู้เช้าชม 95
ลายตาแห (ผ้าทอมือ) เป็นการผสมผสานลายลวดลายมาไว้เป็นลายเดียวกันมักเกิดจากการสังเกต การใช้จินตนา การนำเอาลักษณะเด่นจากสิ่งที่พบเห็นในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งพืชพรรณ ดอกไม้ต้นไม้สัตว์น้อยใหญ่ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจ้าวัน ลายตาแห ได้มาจาก บ้านแม่สอง (บ้านเชียงแก้ว) เป็นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้แม่น้ำแม่สองแม่น้ำแม่สองเป็นแม่น้ำที่มีปลาเยอะ พ่อบ้านมักไปหาปลาที่แม่น้ำแม่สอง โดยใช้เครื่องมือในกาหาปลาถือ แหแม่บ้านจึงได้ถอดลายตาแห มาเป็นลายผ้าทอของหมู่บ้านขึ นมา เพื่อให้แสดงถึงความสมบูรณ์ของหมู่บ้าน และเป็นอัตลักษณ์ของหมู่บ้าน
เผยแพร่เมื่อ 26-05-2025 ผู้เช้าชม 91
ลายต้าเบ้อะเลอะ (ผ้าทอมือ) เป็นการผสมผสานลายลวดลายมาไว้เป็นลายเดียวกันมักเกิดจากการสังเกต การใช้จินตนาการ นำเอาลักษณะเด่นจากสิ่งที่พบเห็นในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งพืชพรรณ ดอกไม้ ต้นไม้ สัตว์น้อยใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดไปจนถึงประเพณีและคตินิยมของชนเผ่ามาประยุกต์ถ่ายทอดลงสู่ลวดลายบนผืนผ้าได้อย่างงดงาม เป็นลายผ้าต้าเบ้อเลอะ แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงปากะญอ มีความหนักแน่น มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับเผ่าพันธุ์ตัวเอง ตลอดจนการเป็นผู้หญิงที่มีความเชื่อมั่น กล้าหาญ พร้อมเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อครอบครัวและเผ่าพันธุ์ ลายต้าเบ้อเลอะ เป็นการผสมลายผ้าหลายหลาย มาเป็นลายเดียวกัน
เผยแพร่เมื่อ 26-05-2025 ผู้เช้าชม 85
