![]()
แกงมัสมั่นกล้วยไข่
เผยแพร่เมื่อ 30-05-2025 ผู้ชม 301
[16.420153, 99.3354372, แกงมัสมั่นกล้วยไข่]
แกงมัสมั่นกล้วยไข่
ประวัติความเป็นมา
แกงมัสมั่น ซึ่งเป็นเมนูอาหารไทย ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณซึ่งถือว่าเป็นอาหารที่มีการผสมผสาน อาหารไทยและอาหารต่างชาติที่มีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศ จึงเป็นอาหารที่มีความลงตัวในเรื่องของโภชนาการอาหารและคุณค่าทางสมุนไพรเป็นสำคัญ
การรับประทานอาหารตำรับไทย ในสำรับต้องมีแกงเป็นหลัก แกงหลักมัสมั่นรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมและให้พลังงาน คนชาติไทยสมัยโบราณนิยมรับประทานอาหารหลักทั้ง 3 มื้อ ที่มีคุณค่าทางสารอาหารครบ 5 หมู่ และต้องมีความเป็นสมุนไพรอยู่ร่วมด้วย และส่วนใหญ่จะมีสมุนไพรเป็นหลัก จึงได้ชื่อว่า”รับประทานอาหารให้เป็นยา”
ด้านความเชื่อการได้รับประทานแกงมัสมั่นกล้วยไข่ที่มีคุณค่าทางด้านอาหารแป้งและโปรตีนกล้วยไข่ ซึ่งให้ประโยชน์ในหลายๆ อย่าง เช่น ให้พลังงานสูงช่วยรักษาแผลในลำไส้ ลดอาการกระเพาะอาหารอักเสบช่วยลดการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดเราจึงได้นำกล้วยไข่มาทำแกงมัสมั่นกล้วยไข่แทนมันเทศ จึงเป็นการต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับกล้วยไข่
วัตถุดิบและเครื่องปรุงสำหรับแกงมัสมั่นกล้วยไข่
1. พริกแกง 200 กรัม
2. เนื้ออกไก่หั่นชิ้นพอคำ 500 กรัม
3. กล้วยไข่ดิบต้มสุก 500 กรัม
4. หอมแดงปอกเปลือก 100 กรัม
5. ถั่วลิสงคั่ว ½ ถ้วยตวง
6. หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
7. หางกะทิ 5 ถ้วยตวง
8. น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ
9. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
10. เกลือบ่น 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมของน้ำพริกแกงมัสมั่นกล้วยไข่
1. พริกชี้ฟ้าแดงแห้ง 6 เม็ด
2. พริกแดงจินดาแห้ง 10 เม็ด
3. กระเทียมไทย 2 หัว
4. หอมแดงเผา 5 หัว
5. ตะไคร้ 2 ต้น
6. ข่า 1 ช้อนโต๊ะ (5 แว่น)
7. ผิวมะกรูด 1 ลูก
8. กะปิ ½ ช้อนโต๊ะ
9. ลูกผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
10. ยี่หร่า ½ ช้อนโต๊ะ
11. ลูกจันทร์ 1 ลูก
12. ลูกกระวาน 5 ลูก
13. อบเชย 2 ชิ้น
14. เกลือ 1 ช้อนชา
วิธีการและขั้นตอนการแกง
1. ต้มน้ำให้เดือด หลังจากน้ำเดือดแล้วใส่กล้วยไข่ที่เตรียมไว้ลงไป ต้มในน้ำเดือดประมาณ 3-5 นาที อย่าให้สุกเกินไปตักขึ้นใส่ภาชนะที่ใส่น้ำเย็นพักไว้
2. นำกล้วยไข่ที่แช่น้ำเย็นไว้มาหั่นชิ้นพอดีคำ และนำไปแช่น้ำมะนาวพักไว้ และนำขึ้นมาพักไว้ให้ให้สะเด็ดน้ำ
3. ตั้งกระทะเปิดไฟอ่อนเทหัวกะทิลงไปในกระทะครึ่งถ้วย รอให้กะทิแตกมัน แล้วใส่พริกแกงลงไปผัดให้เข้ากันจนมีกลิ่นหอม
4. ทยอยเติมหัวกะทิลงไปทีละน้อย ๆ จนหมด ค่อย ๆ ผัดให้เข้ากัน
5. ผัดให้ไก่พอสุก แล้วนำหอมแดงเผา และถั่วลิสงลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว น้ำมะขามเปียกผัดให้เข้ากัน
6. เติมหางกะทิลงไป รอให้เดือดแล้วจึงค่อย ๆ ใส่กล้วยไข่ที่ต้มเสร็จแล้วลงไป หลังจากนั้นรอให้เดือดอีกรอบ ชิมรสชาติตามรสที่ต้องการ ตักเสิร์ฟกับข้าวสวย
เคล็ดลับการปรุง
ไฟต้องสม่ำเสมอในการปรุงใช้ไฟกลางและไฟอ่อนห้ามให้กะทิแตกมันเป็นก้อนๆ กล้วยไข่ต้องไม่เละจนกลายเป็นเมือก รสชาติ อมเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม กลมกล่อมไม่เผ็ดมาก
คุณประโยชน์คุณค่าด้านสุขภาพ/โภชนาการ/สมุนไพร
1. อบเชยรักษาผิวพรรณ
2. หัวหอมเผาให้พลังงานสูง
3. ตะไคร้ซอยป้องกันอัลไซเมอร์
4. ลูกกระวานช่วยให้อารมณ์ดี
5. ลูกผักชีช่วยรักษาแผลในกระเพาะ
การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมตลอดจนระบบนิเวศซึ่งเป็นแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
การนำกล้วยไข่มาแทนมันฝรั่งในการแกงมัสมั่นกล้วยไข่เป็นการส่งเสริมเกษตรกรที่ปลูกกล้วยไข่ผลไม้ประจำจังหวัดกำแพงเพชรนำมาประยุกต์เป็นอาหารคาว ที่ประสมประสานกับเครื่องเทศและแทนการใช้มันฝรั่ง ซึ่งมีราคาแพงกว่า ประกอบกับกล้วยไข่มีคุณค่าทางโภชนาการอาหารและสมุนไพร ใช้เป็นอาหารคาวหวานได้ดีและกล้วยไข่ยังเป็นที่ตระกูลกล้วยที่ให้ผลผลิตที่สามารถส่งออกได้ดีทางด้านเศรษฐกิจพันธุ์เกษตรศาสตร์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนกล้วยไข่ในการสร้างแบรนด์ผลไม้ไทยในต่างประเทศ จากโครงการ Branding Project-Thai Produce and Graina
การเผยแพร่และพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์
เราควรส่งเสริมสนับสนุนและรังสรรค์ให้กล้วยไข่ได้เป็นทั้งอาหาร คาว หวาน และผลไม้ ที่มีคุณค่าหารับประทานเป็นเอกลักษณ์ของคนกำแพงเพชร รับประทานได้ทั้งในฤดูกาล และแกงมัสมั่นกล้วยไข่ได้เผยแพร่ในงานประเพณีสารทไทย - กล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพง อีกทั้งเป็นเมนูที่มีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหารนำไปจัดจำหน่ายสามารถนำไปพัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนด้านคหกรรมในสถานศึกษา สามารถส่งเสริมการตลาดและพัฒนาธุรกิจอาหารไทยเพื่อนำไปสู่การรณรงค์การบริโภคอาหารไทยสู่สากลได้ และสามารถพัฒนาเป็นอาหารเอกลักษณ์ท้องถิ่นได้
คำสำคัญ : แกงมัสมั่นกล้วยไข่
ที่มา : https://library.parliament.go.th/index.php/th/radioscript/rr2565-may7
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2568). แกงมัสมั่นกล้วยไข่. สืบค้น 13 ธันวาคม 2568, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2338&code_db=610008&code_type=01
Google search
ขนมผักห่อ ขนมพืื้นบ้านของคนนครชุม ที่นิยมทำกินในครัวเรือน มีวิธีการทำง่ายๆ โดยโขลกพริก หอม กระเทียม กะปิให้ละเอียด ตักใส่ถ้วย นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมันเทผสมกันในภาชนะ ใส่น้ำเปล่าคนให้เข้ากัน ใส่หมูและน้ำพริก น้ำปลา ไข่ไก่ คนให้เข้ากัน แล้วซอยต้นหอมเป็นท่อนยาวประมาณ 1 ซ.ม.ใส่ลงไป คนให้ทั่ว ชิมดูมีรสเค็ม เผ็ดนิดๆ เย็บกระทงเป็นรูปเรือยาว 4 นิ้ว กว้าง 3 นิ้ว เรียงในซึ้ง ตักแป้งใส่กระทง นำซึ้งตั้งไฟพอน้ำเดือดเอาขนมนึ่งประมาณ 20 นาที เวลารับทานจะทานเปล่าๆ หรือทานกับซอสศรีราชาก็ได้
เผยแพร่เมื่อ 02-04-2019 ผู้เช้าชม 2,047
อาหารพื้นบ้าน ที่นับวันจะหารับประทานได้ยากขึ้นทุกวัน เพราะมีผู้ทำได้น้อยคน ประกอบกับกลวิธีในการทำอาหารค่อนข้างยาก มีเคล็ดลับมากมาย และมีอาหารประเภทถุงพลาสติกขายเกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง จึงทำให้หาคนทำอาหารและปรุงรสได้ยากยิ่งมากขึ้น อาหารที่กล่าวถึงและหารับประทานได้ยาก คือ แกงบอน บอนเป็นพืชที่มีพิษ ใครถูกเข้าจะคัน ถ้าแพ้จะมีอาการปวดแสบปวดร้อนมาก แต่ด้วยภูมิปัญญาไทยได้นำมารับประทานได้อย่างน่าพิศวง และเป็นอาหารจานโปรดของคนไทยเกือบทุกภาค
เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 6,070
อาหารพื้นบ้าน "แกงหยวก” มีความสำคัญสำหรับครอบครัวชนบทในพื้นตำบลนครชุมมาก เพราะเป็นวิถีชีวิตที่คนรุ่นบรรพบุรุษในอดีตได้ทำอาหารแกงหยวกรับประทานกับข้าวมาแต่ดั้งเดิมแสดงถึงความรักความสามัคคีการอยู่การกินที่เรียบง่าย ประหยัดเพราะใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ตามธรรมชาติปลูกขึ้นในสวนใกล้บ้าน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายรับประทานได้ทั้งครอบครัว แสดงถึงคุณค่าทางสังคมที่รักสงบ มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง หยวกหรือต้นกล้วย ส่วนที่นำมาแกง คือใจกลางต้นที่ยังอ่อนอยู่ นิยมแกงใส่ไก่บ้าน และวุ้นเส้น บ้างแกงใส่ปลาแห้ง มีวิธีการแกงเช่นเดียวกับแกงอ่อมเนื้อต่างๆ อีกแบบหนึ่งมีวิธีการแกงเช่นเดียวกับแกงผักหวาน สูตรที่แกงแบบเดียวกับแกงอ่อมเนื้อต่างๆ นั้น นิยมใช้เลี้ยงแขกในงานบุญต่างๆ หรืองานอื่นๆ เมื่อทำหม้อใหญ่ ไม่นิยมใส่วุ้นเส้น
เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 2,945
เมื่อครั้งยังเป็นเด็กอายุเจ็ดแปดขวบ จำได้ว่าอาหารการกินในครัว สิ่งที่ขาดไม่ได้ในตู้กับข้าวเป็นน้ำพริกชนิดหนึ่ง ตอนนั้นยังไม่รู้ประสา จึงไม่รู้ว่าน้ำพริกชนิดนั้นเรียกว่าอะไร ได้ยินแต่ผู้ใหญ่เขาเรียกกันว่า “น้ำพริกขี้กา” ยังสงสัยว่ามีขี้อีกาจริงๆ หรือครั้นพอโตขึ้นมาหน่อยความสงสัยจะสืบสาวราวเรื่องดูเลือนๆ ไปบ้าง เพราะมีสิ่งอื่นให้สนใจมากกว่า กระทั่งมาถึงตอนเป็นผู้ใหญ่ ได้ยินหลายคนพูดถึง “น้ำพริกขี้กา” ขึ้นมาอีก ทำให้ต้องหันกลับมาดูว่าน้ำพริกอีกาคืออะไร จากที่สังเกตเห็นได้ว่าน้ำพริกขี้กาของแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกันเลยจริงๆ น้ำพริกขี้กาสูตรในครัวเรือนที่บ้านกินกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นรสมือแม่ เห็นจะไม่มีเครื่องปรุงแต่งอะไรมาก เป็นเพียงการนำพริกขี้หนู หอมแดง และกระเทียม ไปเผาไฟให้สุกๆ ไหม้ๆ จากนั้นนำมาปอกและลอกส่วนที่ไหม้ออก
เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 9,449
ขนมด้วง ขนมสีสันสดใส น่ารับประทาน ความพิถีพิถันอยู่ที่ต้องผสมแป้งนวดกับน้ำลอยดอกไม้ ทำให้ขนมที่ได้ออกมามีกลิ่นหอม โดยนำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำครึ่งถ้วยตวง นำแป้งข้าวเจ้าลงกวนให้สุก เสร็จแล้วนำออกมานวดกับแป้งมันสำปะหลัง แล้วแบ่งเป็นลักษณะท่อนยาว และนำมาใส่พิมพ์ทำตัวขนมด้วง นำไปนึ่งประมาณ 10 นาที ให้สุกดี แล้วยกลงแช่ในน้ำเย็นเพื่อให้ตัวด้วงแยกออกจากกัน เคี่ยวกะทิในระดับปานกลางจนเดือดและใส่เกลือ พร้อมยกลงพัก ใส่ตัวด้วงลงในกะทิที่พักไว้และใช้เทียนอบ ปิดฝาหม้อไว้เพื่อเพิ่มความหอมของขนมตัวด้วง นำน้ำตาลทรายผสมกับงาคั่วโรยหน้าขนมด้วงพร้อมเสิร์ฟ
เผยแพร่เมื่อ 02-04-2019 ผู้เช้าชม 11,703
ขนมจีบแป้งสด ขนมพื้นบ้านของคนจังหวัดกำแพงเพชร โดยนำแป้งข้าวเจ้ากวนกับน้ำให้สุก และนำลงมานวดพร้อมแป้งมันสำปะหลัง ขั้นตอนการทำไส้ขนมจีบ นำหน่อไม้ หมูสับ กุ้งแห้ง พริกไทยป่น ต้นหอม ผักชีสับผสมให้เข้ากัน นำแป้งนวดแยกเป็นก้อนขนาดเท่าหัว รีดแป้งให้บาง นำแป้งที่รีดแผ่นห่อกับไส้ที่ได้ และนำไปนึ่งประมาณ 15 นาที ขนมจีบสุขดีแล้ว นำลงมาคลุกกับน้ำมัน และคุกกับน้ำมัน โรยกระเทียมเจียว เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง แตงกวา ผักชีใบยาว พริกขี้หนู
เผยแพร่เมื่อ 02-04-2019 ผู้เช้าชม 7,739
ขนมขี้หนู เป็นขนมไทยโบราณ บ้างเรียกขนมทราย ทำจากแป้งข้าวเจ้า น้ำเชื่อม โรยหน้าด้วยมะพร้าว การรับประทาน ตักใส่ภาชนะ (จานแบน ๆ) โรยด้วยมะพร้าวแก่ขูดฝอยตามชอบ (ไม่ใช่มะพร้าวซึก) ขนมที่ดีจะต้องเป็นเหมือนเม็ดทรายละเอียด ร่วนซุย ไม่จับเป็นก้อน หวานเล็กน้อย หอมชื่นใจเมื่อทาน
เผยแพร่เมื่อ 18-03-2017 ผู้เช้าชม 7,054
วันนี้จะมาชวนเพื่อนๆ ทำของกินอร่อยๆ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่สำคัญสามารถนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้ได้ด้วยนะครับ เมนูที่จะมาแนะนำวันนี้ได้แก่ “กล้วยปิ้งราดน้ำกะทิมะพร้าวอ่อน” นั่นเองจ้า กล้วยปิ้งหรือจะเรียกว่ากล้วยทับก็ได้ เป็นเมนูขนมไทยที่คุ้นปากมาตั้งแต่เด็ก แต่ถ้าทานเปล่าๆ คงไม่ฟินเท่าไร่นัก หลังๆ มาจึงมีการจับมาราดด้วยน้ำจิ้มหวานๆ หอมๆ ทานเพลินกว่าเดิมหลายเท่านัก ว่าแล้วเราก็ไปเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบให้พร้อม แล้วเราลงมือทำกันเลยครับ
เผยแพร่เมื่อ 20-01-2020 ผู้เช้าชม 5,703
กล้วยฉาบ เป็นขนมประเภทของว่าง รับประทานเล่นในชุมชนมานานแล้ว เนื่องจากกล้วยเป็นต้นไม้ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน โดยเฉพาะกล้วยไข่ เป็นต้นไม้ที่พบมากในพื้นที่ของเมืองกำแพงเพชร ผู้อาวุโสของชุมชนหนองรี สันนิษฐานว่าน่าจะมีมาตั้งแต่ตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว กล้วยฉาบ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ต้องการนำผลไม้ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก มาแปรรูปเพื่อจะได้เก็บไว้รับประทานได้นานๆ และไว้รับรองญาติมิตรหรือผู้มาเยี่ยมเยียน
เผยแพร่เมื่อ 13-03-2018 ผู้เช้าชม 21,869
ลอดช่อง เป็นขนมไทยแท้โบราณชนิดดั้งเดิม โดยที่ใครๆพากันคิดว่ามันคือขนม ที่มาจากเกาะสิงคโปร์นู้นแต่แท้จริงแล้วต้นกำเนิดไม่ได้มาจากประเทศสิงคโปร์ แต่เกิดจากภูมิปัญญาของคนไทยเรานี่เอง ที่ได้นำแป้งมันสำปะหลังมาปั้น และนวดให้เหนียว รับประทานกับกะทิสด และน้ำเชื่อม น้ำแข็งป่น ก็เพิ่มความสดชื่นให้กับผู้บริโภคได้แล้ว
เผยแพร่เมื่อ 27-02-2017 ผู้เช้าชม 8,167
