ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร

ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 26-05-2025 ผู้ชม 340

[16.420153, 99.3354372, ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร]

ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร
       ลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดกำแพงเพชร บทความนี้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดกำแพงเพชรที่มีชื่อว่า "ลายศิลาล้อมเพชร" ซึ่งเป็นการทอผ้าที่มีความละเอียดและสวยงาม แสดงถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดกำแพงเพชร 

กระบวนการย้อมเส้นด้ายด้วยผงศิลาแลง
       “ผ้าไทย” เป็นมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทย โดยถ่ายทอดภูมิปัญญา กรรมวิธี และเทคนิคการผลิตที่มีลักษณะรูปแบบ ลวดลาย และสีสันตามความเชื่อและประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น ลาย “ศิลาล้อมเพชร” มีความละเอียดวิจิตรสวยงาม บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ประจำจังหวัดกำแพงเพชร
        ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมเส้นฝ้าย
        การเตรียมเส้นฝ้ายก่อนนำไปย้อมกับผงศิลาแลงจะต้องนำฝ้ายดิบมาแช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืน จากนั้นนำเส้นฝ้ายไปซักให้สะอาด และนำมาต้มเพื่อช่วยละลายไขมันที่ติดอยู่กับเส้นฝ้าย การต้มฝ้ายใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ไขมันที่ติดอยู่กับฝ้ายออกให้หมด จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งพร้อมนำไปย้อมกับผงศิลาแลง 
        ขั้นตอนที่ 2 ย้อมเส้นฝ้ายด้วยผงศิลาแลง
        จุดเด่นและความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกำแพงเพชร คือ เป็นเมืองมรดกโลกที่มีโบราณสถานที่สวยงามและสร้างด้วยก้อนหินศิลาแลงจำนวนมาก ลักษณะของสีศิลาแลงจะมีโทนสีแดงปนเหลือง แดงอมส้ม น้ำตาลแดง และสีอิฐ เป็นต้น สีของศิลาแลงส่วนมากจะขึ้นอยู่กับปริมาณของเหล็กและแมงกานีสตามระยะเวลาที่เกิดการผุพังทางเคมีรวมทั้งปริมาณของธาตุอื่น ๆ ที่ประกอบอยู่ในศิลาแลง
        การเตรียมวัตถุดิบในการย้อมฝ้ายจากผงศิลาแลง มีวัตถุดิบหลักที่ต้องใช้ในการย้อม ประกอบด้วย ผงศิลาแลง ยางจากเปลือกไม้ประดู่ เส้นฝ้าย เกลือแกง ปูนแดง และน้ำสะอาด
              1. ผงศิลาแลง ร่อนแล้วปริมาณ 7.5 กิโลกรัม
              2. น้ำสะอาด ปริมาณ 15 ลิตร
              3. เกลือแกงปริมาณ 1/2 กิโลกรัม
              4. ปูนแดงปริมาณ 1.5 ลิตร
              5. เส้นฝ้าย ปริมาณ 1 กิโลกรัม
              6. เปลือกประดู่ จำนวน 10 กิโลกรัม
              ขั้นตอนการย้อมฝ้ายด้วยผงศิลาแลง
              1. นำผงศิลาแลงผสมกับน้ำสะอาด ผสมให้เข้ากัน และนำไปเทในกระทะตั้งไฟให้เดือดที่อุณหภูมิ 90-100 องศาเซลเซียส ใช้เวลาต้มประมาณ 1 ชั่วโมง
              2. นำสารจากเปลือกประดู่ที่เตรียมไว้เทผสมกับน้ำศิลาแลง ผสมให้เข้ากัน ใช้เวลาต้มประมาณ 1 ชั่วโมงใส่น้ำสารส้มและเกลือลงไปในกระทะผสมให้น้ำศิลาแลงและน้ำประดู่ต้มเข้ากัน
              3. นำเส้นฝ้ายใส่ลงในกระทะ กดให้เส้นฝ้ายจมน้ำศิลาแลง ระหว่างการต้มให้ควบคุมไฟให้สม่ำเสมอ ใช้เวลาต้มประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างการต้มให้พลิกเส้นฝ้ายทุก 5-10 นาที เพื่อให้เส้นฝ้ายดูดสีจากน้ำศิลาแลงได้ทั่วถึง เมื่อครบเวลา 1 ชั่วโมงให้นำฝ้ายขึ้นมาผึ่งให้หมาด ตรวจสอบสีของเส้นฝ้าย ถ้ายังไม่เป็นสีที่ต้องการให้ย้อมซ้ำอีกครั้ง โดยต้มต่อประมาณ 1 ชั่วโมง
              4. นำฝ้ายที่ต้มแล้วมาล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำจากแหล่งธรรมชาติตามท้องถิ่น ล้างเส้นฝ้ายจนกว่าน้ำที่ล้างจะใสไม่มีสีออกมา
              5. นำฝ้ายมาทำการกระตุกและนำไปตากที่ราว ทิ้งไว้ให้แห้ง โดยหมั่นกลับเส้นฝ้ายเพื่อให้สีของฝ้ายที่ได้มีความสม่ำเสมอกัน
         ขั้นตอนที่ 3 การกรอเส้นด้าย
         การกรอเส้นด้าย คือ การนำเส้นด้าย (ฝ้ายที่ย้อมแห้งดีแล้ว) มาปั่นเก็บไว้เพื่อแยกเส้นด้าย/ไหม ไม่ให้ติดหรือพันกัน และเป็นการสำรวจเส้นด้าย/ไหมให้มีความเรียบร้อยและไม่ขาด
         ขั้นตอนที่ 4 เดินด้ายยืน หรือ การค้นเส้นด้ายยืน
         นำหลอดด้ายใหญ่ทั้งหมดไปตั้งบนแผงที่มีขาตั้งหลอดความยาวประมาณ 10 เมตร นำปลายเส้นด้ายทั้งหมดที่ตั้งอยู่บนขาตั้งหลอดมามัดรวมกันแล้วดึงไปมัดกับแคร่เดินเส้นด้าย เดินเส้นด้ายโดยใช้ไม้ปลายแหลมตรึงเส้นด้ายเข้ากับหลักค้น ทั้งเที่ยวขึ้นและเที่ยวลงจนครบทุกหลัก เมื่อเดินเส้นด้ายครบแต่ละเที่ยวจะต้องเก็บไขว้เส้นด้ายด้วยการใช้หัวแม่มือเกี่ยวเส้นด้ายแล้วนำไปคล้องกับหลักเก็บไขว้ เดินเส้นด้ายและเก็บไขว้เส้นด้ายสลับกันไปจนครบตามความต้องการ นำเส้นด้ายออกจากเครื่องเดินด้ายแล้วถักเส้นด้ายรวมกัน เส้นด้ายที่ออกจากหลักเก็บไขว้สอดเข้าฟันหวีจนครบทุกเส้นโดยใช้ไม้ไผ่แบนๆ สำหรับคล้องเส้นด้ายเข้ากับฟันหวี
         ขั้นตอนที่ 5 ร้อยฟันหวี
         การหวีเส้นด้าย คือ การจัดเรียงเส้นด้าย และตรวจสอบเส้นด้ายไม่ให้ติดกันหรือพันกันก่อนที่จะนำเข้าเครื่องทอ เมื่อร้อยเส้นด้ายเข้าฟันหวีเสร็จแล้ว ช่างจะดึงเส้นด้ายมาพันเข้ากับใบพัดม้วนด้ายหรือม้ากังหัน จากนั้นช่างจะดันฟันหวีจากม้ากังหันเข้าไปหาม้าก็อปปี้พร้อมกับใช้ไม้แหลมเส้นด้ายให้แยกออกจากกัน ป้องกันไม่ให้เส้นด้ายพันกัน โดยจะกรีดเส้นด้ายจากใบพัดม้วนจนถึงตัวม้าก็อปปี้ เสร็จแล้วปล่อยสลักม้าก็อปปี้หมุนเส้นด้ายพันเข้ากับพัดจนครบทุกเส้นแล้วนำม้วนด้ายที่ได้รับการหวีเสร็จแล้วมาวางบนกี่ (เครื่องทอผ้า)
         ขั้นตอนที่ 6 เก็บตะกอ
         การเก็บตะกอ คือ การจัดเส้นด้ายยืนให้สามารถถูกยกขึ้นหรือลดลงได้เพื่อให้สอดด้ายเส้นพุ่งเข้าไป การเก็บตะกอทำได้ 2 วิธี คือ วิธีสืบเส้นยืน โดยต่อด้ายเส้นยืนใหม่เข้ากับเส้นยืนเดิมที่เก็บตะกอไว้ บางท้องถิ่นเรียกว่า “สืบหูก” เมื่อต่อเส้นยืนครบแล้วก็สามารถทอได้เลยอีกวิธีคือร้อยฟันหวีใหม่ โดยร้อยด้ายช่องละ 2 เส้นและเก็บตะกอใหม่ตามลวดลายที่ต้องการ
         ขั้นตอนที่ 7 การทอผ้า
         กระบวนการทอผ้า โดยใช้เทคนิคมัดหมี่ “ลายศิลาล้อมเพชร” เป็นกระบวนการทอที่ต้องผ่านการเตรียมลายและย้อมสีตามกระบวนการที่กล่าวมาแล้ว เมื่อนำเส้นด้ายที่ย้อมและมัดหมี่เรียบร้อยแล้วมาทอเป็นผืนผ้า จะได้ลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดกำแพงเพชร
         บทความนี้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงกระบวนการผลิตผ้าไทยที่ซับซ้อนและมีความสำคัญทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป 

คำสำคัญ : ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร

ที่มา : สมาคมแม่บ้านมหาดไทย. (2565). หนังสือ ๗๖ จังหวัดร้อยดวงใจสืบสานผ้าเอกลักษณ์ไทยดำรงไว้ในแผ่นดิน ลายผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัด. กรุงเทพฯ: บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2568). ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร. สืบค้น 10 กันยายน 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2294&code_db=610007&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2294&code_db=610007&code_type=01

Google search

Mic

ดินสอพองกำแพงเพชร

ดินสอพองกำแพงเพชร

จะมีคนกำแพงเพชรสักกี่คนที่ทราบว่า ใต้แผ่นดินอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่เต็มไปด้วยศิลาแลง อันทรงคุณค่าต่อเมืองมรดกโลก มีดินขาว ที่เรียกกันว่าดินสอพองจำนวนมาก ดินสอพอง หมายถึง ดินขาว เราเองก็ไม่เคยทราบเช่นกัน ว่ามีดินสอพองใต้แผ่นดินกำแพงเพชร และได้ถูกนำมาผลิตดินสอพองมานับร้อยปี นับเป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดมาอย่างควรบันทึกไว้ในรายการโทรทัศน์วัฒนธรรมของเรา

เผยแพร่เมื่อ 24-04-2020 ผู้เช้าชม 2,550

ดอกไม้ประดิษฐ์จากต้นพลับพลึง

ดอกไม้ประดิษฐ์จากต้นพลับพลึง

ดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นสิ่งประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุมีลักษณะคล้ายรูปร่างดอกไม้ที่ถูกผลิตขึ้นมาจากแรงงานฝีมือมนุษย์ เครื่องจักร หรืออุปกรณ์การผลิต โดยมีการใช้วัตถุดิบการผลิตจากธรรมชาติ หรือวัตถุดิบที่เกิดจากการสังเคราะห์มาผลิตโดยผ่านขั้นตอนการประดิษฐ์ ดัดแปลง อบ ย้อม เผา เคลือบสารเคมี รวมทั้งทำการตกแต่งตัดต่อเติม เพื่อก่อให้เกิดความสวยงาม โดยดอกไม้ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาอาจจะมีความเหมือนหรือไม่เหมือนธรรมชาติก็ได้ขึ้นกับวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยคุณสมบัติของดอกไม้ประดิษฐ์ที่สำคัญคือ มีความคงทน ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายและดูแลรักษา มีความสวยงาม สามารถนำไปใช้ในการประดับในโอกาสต่างๆ 

เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 3,033

เรือนปานะ

เรือนปานะ

เรือนนายไผ่–นางพรวน ประดิษฐ์ (บ้านนางพี ปานะ) บนถนนราชดำเนิน ก่อนถึงสี่แยกทางไปโรงพยาบาลกำแพงเพชร มีเรือนไทยที่สมบูรณ์แบบอยู่เรือนหนึ่ง เป็นเรือนของนางพี ปานะ มีลักษณะเป็นเรือนทรงไทยกำแพงเพชรแท้ๆ ที่ยังมิได้ดัดแปลงแก้ไข น่าศึกษาอย่างที่สุด เรือนนายไผ่-นางพรวน ประดิษฐ์ ตั้งอยู่เลขที่ 378 ถนนราชดำเนิน 1 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2452 ปลายๆ สมัยรัชกาลที่ 5 หรือประมาณเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีที่ผ่านมา บ้านเรือนไทยเดิมที่ถูกปลูกสร้างด้วยสามีภรรยา ผู้ประกอบอาชีพขายหวายและน้ำมันยาง

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 1,581

เรือนรัตนบรรพต

เรือนรัตนบรรพต

เรือนร้านค้านายทองทรัพย์ รัตนบรรพต ตั้งอยู่เลขที่ 69 หมู่ที่ 5 ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชรริมคลองสวนหมากตรงกับบ้านพะโป้ โดยมีคลองสวนหมากคั่นกลาง นายทองทรัพย์เป็นบุตรชายของพะโป้กับแม่ทองย้อย คหบดีชาวกะเหรี่ยง ผู้มาค้าไม้ในครองสวนหมาก เกิดในปีพุทธศักราช 2446 สันนิษฐานว่าจะสร้างบ้านหลังนี้ ราวปี 2465 บ้านหลังนี้จึงมีอายุราว 94 ปี

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 2,187

เรือนครูมาลัย ชูพินิจ

เรือนครูมาลัย ชูพินิจ

บ้านที่มีอายุกว่า 120 ปี และยังรักษาสภาพเดิมๆ ไว้ได้กว่าร้อยละ 80 คือ บ้านครูมาลัย ชูพินิจ อยู่ปากซอยชากังราว อยู่เลยวัดพระบรมธาตุมาทางนครชุมเล็กน้อย ตามถนนสายหน้าเดิม ติดกับคลองสวนหมาก โดยหันหน้าออกไปทางคลองสวนหมาก และแม่น้ำปิง ครูมาลัยเป็นบุตรของกำนันสอน และนางระเบียบ ชูพินิจ กำนันตำบลปากคลองสวนหมาก อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เดิมกำนันสอนตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณเดียวกันกับบ้านหลังนี้ บ้านหลังนี้เป็นฉากสำคัญในนวนิยายเรื่องทุ่งมหาราช

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 2,222

เรือนขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์)

เรือนขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์)

บนถนนเทศา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่วัดเสด็จขึ้นมาจนถึงการประปากำแพงเพชร มีบ้านเรือนไทยเก่าแก่อายุนับร้อยปีจำนวนมาก เป็นโชคดีของกำแพงเพชรที่บ้านเหล่านี้เหลือจากไฟไหม้ใหญ่ที่กำแพงเพชร เมื่อวันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2506 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ ค.ศ. 1963 เวลาประมาณ 10 น. เกิดไฟไหม้กำแพงเพชรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ไหม้บ้านเรือนบนถนนเทศาทั้งสายประมาณร้อยหลังคาเรือน 

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 1,712

เรือนนายหอม รามสูต

เรือนนายหอม รามสูต

บ้านหลังนี้ เป็นบ้านทรงปั้นหยา (เรือนไม้แบบยุโรป มุงหลังคาด้วยกระเบื้อง หลังคาทุกด้านชนกันแบบพีระมิด ไม่มีหน้าจั่วเรือนปั้นหยาปรากฏมีอยู่ที่หลังคาพระราชวังต่างๆ ที่สร้างในสมัยต้นรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นแบบปั้นหยา จากเรือนปั้นหยาได้วิวัฒนาการมาเป็นเรือนมะนิลา คือบางส่วนเป็นเรือนหลังคาปั้นหยาแล้ว เปิดบางส่วนให้มีหน้าจั่ว ในสมัยที่เรือนแบบมะนิลาซึ่งคงจะแพร่หลายมาจากเมืองมะนิลา) เข้ามาสู่ความนิยมอย่างแพร่หลายในพระราชวัง แล้วสู่วังของเจ้านายในราชสำนัก และมาสู่เรือนของผู้มีอันจะกินในต่างจังหวัดในที่สุด

เผยแพร่เมื่อ 05-03-2020 ผู้เช้าชม 1,902

เรือนส่างหม่อง

เรือนส่างหม่อง

ส่างหม่องเป็นชาวไทยใหญ่มาจากเมืองกุกกิก ประเทศพม่า เป็นคหบดี หรือมหาเศรษฐี ในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นผู้มีการศึกษาดี มีชีวิตที่ทันสมัยเหมือนชาวตะวันตก ได้เดินทางมาอยู่คลองสวนหมากในสมัยเดียวกับพะโป้ ได้เข้ามาประกอบอาชีพการทำป่าไม้ ในราว พ.ศ. 2420 และได้สมรสกับนางฝอยทอง มีบุตรธิดา 4 คน เมื่อนางฝอยทองเสียชีวิตลง ส่างหม่องจึงได้แต่งงานใหม่กับนางเฮียงสาวชาวลาวเวียงจันทน์ที่อพยพมาอยู่คลองสวนหมาก และได้ย้ายมาปลูกบ้านเรือนไทยปั้นหยาห่างจากบ้านหลังเดิมเล็กน้อย ส่างหม่องและนางเฮียงไม่มีบุตรด้วยกัน

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 2,594

เรือนพระโป้

เรือนพระโป้

ลักษณะสถาปัตยกรรม บ้านห้างหรือเรือนปั้นหยาประยุกต์สองชั้น ขนาดหน้ากว้าง 20.50 เมตร ลึก 11.50 เมตร มีเรือนประกอบด้านข้างอีกสองหลัง มีนอกชานแล่นกลางขนาดกว้าง 10 เมตร ยาวเกือบ 20 เมตร เชื่อมบ้านสามหลังเข้าด้วยกัน ด้านหลังมีสะพานเชื่อมต่อไปยังครัว และ ห้องน้ำห้องส้วม ห่างจากตัวบ้าน ราว 7 เมตร โครงสร้างทั้งหมดทำด้วยไม้เบญจพรรณ สภาพบ้านรื้อมา (มีเรื่องเล่าขานว่า ซื้อมาจากเรือนพระยารามรณรงค์สงคราม เจ้าเมืองกำแพงเพชร) นำมาปลุกใหม่ แต่ดัดแปลงบางส่วนออกให้เหมาะกับการเป็นสำนักงานห้างค้าไม้

เผยแพร่เมื่อ 05-03-2020 ผู้เช้าชม 2,233

บายศรี

บายศรี

บายศรี เป็นการใช้ภูมิปัญญาไทย ในการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ ผู้ได้รับการทำพิธี บายศรีจึงเป็นของสูง สิ่งมีค่าของไทยมาแต่โบราณ ในงานมงคลทุกงานจะมีพิธีที่มีบายศรีเป็นส่วนสำคัญ เป็นศาสนพิธีของศาสนาพราหมณ์ คำว่าบาย เป็นภาษาเขมร หมายถึง ข้าวสุก ศรี เป็นภาษาสันสกฤต หมายถึง มิ่งขวัญ บายศรี จึงหมายถึง ขวัญข้าว หรือภาชนะใส่เครื่องสังเวย  ก่อนทำพิธีสู่ขวัญ ต้องมีการจัดทำพาขวัญหรือขันบายศรี หมายถึง ภาชนะใส่เครื่องสังเวยบูชาก่อนการเรียกขวัญ ตกแต่งอย่างสวยงามด้วยใบไม้ เช่น ใบตองกล้วย นำมาพับ เป็นมุมแหลมและเย็บซ้อนอย่างสวยงาม อาจทำเป็น 3 ชั้น 5 ชั้น หรือ 7 ชั้น แล้วแต่ความเหมาะสมของผู้จัดพิธี บายศรีจึงเป็นความเชื่อของคนทุกภาคในประเทศไทย การทำพิธีโดยใช้บายศรี ก่อให้เกิดขวัญกำลังใจ ช่วยให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง สามารถเผชิญภยันตรายได้อย่างดี ทำให้เกิดโชคลาภและสิริมงคลแก่ผู้กระทำ การใช้บายศรี มีทั้งเหตุการณ์ดีและเหตุการณ์ไม่ดี

เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 34,806