ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร

ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 26-05-2025 ผู้ชม 103

[16.420153, 99.3354372, ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร]

ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร
       ลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดกำแพงเพชร บทความนี้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดกำแพงเพชรที่มีชื่อว่า "ลายศิลาล้อมเพชร" ซึ่งเป็นการทอผ้าที่มีความละเอียดและสวยงาม แสดงถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดกำแพงเพชร 

กระบวนการย้อมเส้นด้ายด้วยผงศิลาแลง
       “ผ้าไทย” เป็นมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่แสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบไทย โดยถ่ายทอดภูมิปัญญา กรรมวิธี และเทคนิคการผลิตที่มีลักษณะรูปแบบ ลวดลาย และสีสันตามความเชื่อและประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น ลาย “ศิลาล้อมเพชร” มีความละเอียดวิจิตรสวยงาม บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ประจำจังหวัดกำแพงเพชร
        ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมเส้นฝ้าย
        การเตรียมเส้นฝ้ายก่อนนำไปย้อมกับผงศิลาแลงจะต้องนำฝ้ายดิบมาแช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืน จากนั้นนำเส้นฝ้ายไปซักให้สะอาด และนำมาต้มเพื่อช่วยละลายไขมันที่ติดอยู่กับเส้นฝ้าย การต้มฝ้ายใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ไขมันที่ติดอยู่กับฝ้ายออกให้หมด จากนั้นนำไปผึ่งให้แห้งพร้อมนำไปย้อมกับผงศิลาแลง 
        ขั้นตอนที่ 2 ย้อมเส้นฝ้ายด้วยผงศิลาแลง
        จุดเด่นและความเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดกำแพงเพชร คือ เป็นเมืองมรดกโลกที่มีโบราณสถานที่สวยงามและสร้างด้วยก้อนหินศิลาแลงจำนวนมาก ลักษณะของสีศิลาแลงจะมีโทนสีแดงปนเหลือง แดงอมส้ม น้ำตาลแดง และสีอิฐ เป็นต้น สีของศิลาแลงส่วนมากจะขึ้นอยู่กับปริมาณของเหล็กและแมงกานีสตามระยะเวลาที่เกิดการผุพังทางเคมีรวมทั้งปริมาณของธาตุอื่น ๆ ที่ประกอบอยู่ในศิลาแลง
        การเตรียมวัตถุดิบในการย้อมฝ้ายจากผงศิลาแลง มีวัตถุดิบหลักที่ต้องใช้ในการย้อม ประกอบด้วย ผงศิลาแลง ยางจากเปลือกไม้ประดู่ เส้นฝ้าย เกลือแกง ปูนแดง และน้ำสะอาด
              1. ผงศิลาแลง ร่อนแล้วปริมาณ 7.5 กิโลกรัม
              2. น้ำสะอาด ปริมาณ 15 ลิตร
              3. เกลือแกงปริมาณ 1/2 กิโลกรัม
              4. ปูนแดงปริมาณ 1.5 ลิตร
              5. เส้นฝ้าย ปริมาณ 1 กิโลกรัม
              6. เปลือกประดู่ จำนวน 10 กิโลกรัม
              ขั้นตอนการย้อมฝ้ายด้วยผงศิลาแลง
              1. นำผงศิลาแลงผสมกับน้ำสะอาด ผสมให้เข้ากัน และนำไปเทในกระทะตั้งไฟให้เดือดที่อุณหภูมิ 90-100 องศาเซลเซียส ใช้เวลาต้มประมาณ 1 ชั่วโมง
              2. นำสารจากเปลือกประดู่ที่เตรียมไว้เทผสมกับน้ำศิลาแลง ผสมให้เข้ากัน ใช้เวลาต้มประมาณ 1 ชั่วโมงใส่น้ำสารส้มและเกลือลงไปในกระทะผสมให้น้ำศิลาแลงและน้ำประดู่ต้มเข้ากัน
              3. นำเส้นฝ้ายใส่ลงในกระทะ กดให้เส้นฝ้ายจมน้ำศิลาแลง ระหว่างการต้มให้ควบคุมไฟให้สม่ำเสมอ ใช้เวลาต้มประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างการต้มให้พลิกเส้นฝ้ายทุก 5-10 นาที เพื่อให้เส้นฝ้ายดูดสีจากน้ำศิลาแลงได้ทั่วถึง เมื่อครบเวลา 1 ชั่วโมงให้นำฝ้ายขึ้นมาผึ่งให้หมาด ตรวจสอบสีของเส้นฝ้าย ถ้ายังไม่เป็นสีที่ต้องการให้ย้อมซ้ำอีกครั้ง โดยต้มต่อประมาณ 1 ชั่วโมง
              4. นำฝ้ายที่ต้มแล้วมาล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำจากแหล่งธรรมชาติตามท้องถิ่น ล้างเส้นฝ้ายจนกว่าน้ำที่ล้างจะใสไม่มีสีออกมา
              5. นำฝ้ายมาทำการกระตุกและนำไปตากที่ราว ทิ้งไว้ให้แห้ง โดยหมั่นกลับเส้นฝ้ายเพื่อให้สีของฝ้ายที่ได้มีความสม่ำเสมอกัน
         ขั้นตอนที่ 3 การกรอเส้นด้าย
         การกรอเส้นด้าย คือ การนำเส้นด้าย (ฝ้ายที่ย้อมแห้งดีแล้ว) มาปั่นเก็บไว้เพื่อแยกเส้นด้าย/ไหม ไม่ให้ติดหรือพันกัน และเป็นการสำรวจเส้นด้าย/ไหมให้มีความเรียบร้อยและไม่ขาด
         ขั้นตอนที่ 4 เดินด้ายยืน หรือ การค้นเส้นด้ายยืน
         นำหลอดด้ายใหญ่ทั้งหมดไปตั้งบนแผงที่มีขาตั้งหลอดความยาวประมาณ 10 เมตร นำปลายเส้นด้ายทั้งหมดที่ตั้งอยู่บนขาตั้งหลอดมามัดรวมกันแล้วดึงไปมัดกับแคร่เดินเส้นด้าย เดินเส้นด้ายโดยใช้ไม้ปลายแหลมตรึงเส้นด้ายเข้ากับหลักค้น ทั้งเที่ยวขึ้นและเที่ยวลงจนครบทุกหลัก เมื่อเดินเส้นด้ายครบแต่ละเที่ยวจะต้องเก็บไขว้เส้นด้ายด้วยการใช้หัวแม่มือเกี่ยวเส้นด้ายแล้วนำไปคล้องกับหลักเก็บไขว้ เดินเส้นด้ายและเก็บไขว้เส้นด้ายสลับกันไปจนครบตามความต้องการ นำเส้นด้ายออกจากเครื่องเดินด้ายแล้วถักเส้นด้ายรวมกัน เส้นด้ายที่ออกจากหลักเก็บไขว้สอดเข้าฟันหวีจนครบทุกเส้นโดยใช้ไม้ไผ่แบนๆ สำหรับคล้องเส้นด้ายเข้ากับฟันหวี
         ขั้นตอนที่ 5 ร้อยฟันหวี
         การหวีเส้นด้าย คือ การจัดเรียงเส้นด้าย และตรวจสอบเส้นด้ายไม่ให้ติดกันหรือพันกันก่อนที่จะนำเข้าเครื่องทอ เมื่อร้อยเส้นด้ายเข้าฟันหวีเสร็จแล้ว ช่างจะดึงเส้นด้ายมาพันเข้ากับใบพัดม้วนด้ายหรือม้ากังหัน จากนั้นช่างจะดันฟันหวีจากม้ากังหันเข้าไปหาม้าก็อปปี้พร้อมกับใช้ไม้แหลมเส้นด้ายให้แยกออกจากกัน ป้องกันไม่ให้เส้นด้ายพันกัน โดยจะกรีดเส้นด้ายจากใบพัดม้วนจนถึงตัวม้าก็อปปี้ เสร็จแล้วปล่อยสลักม้าก็อปปี้หมุนเส้นด้ายพันเข้ากับพัดจนครบทุกเส้นแล้วนำม้วนด้ายที่ได้รับการหวีเสร็จแล้วมาวางบนกี่ (เครื่องทอผ้า)
         ขั้นตอนที่ 6 เก็บตะกอ
         การเก็บตะกอ คือ การจัดเส้นด้ายยืนให้สามารถถูกยกขึ้นหรือลดลงได้เพื่อให้สอดด้ายเส้นพุ่งเข้าไป การเก็บตะกอทำได้ 2 วิธี คือ วิธีสืบเส้นยืน โดยต่อด้ายเส้นยืนใหม่เข้ากับเส้นยืนเดิมที่เก็บตะกอไว้ บางท้องถิ่นเรียกว่า “สืบหูก” เมื่อต่อเส้นยืนครบแล้วก็สามารถทอได้เลยอีกวิธีคือร้อยฟันหวีใหม่ โดยร้อยด้ายช่องละ 2 เส้นและเก็บตะกอใหม่ตามลวดลายที่ต้องการ
         ขั้นตอนที่ 7 การทอผ้า
         กระบวนการทอผ้า โดยใช้เทคนิคมัดหมี่ “ลายศิลาล้อมเพชร” เป็นกระบวนการทอที่ต้องผ่านการเตรียมลายและย้อมสีตามกระบวนการที่กล่าวมาแล้ว เมื่อนำเส้นด้ายที่ย้อมและมัดหมี่เรียบร้อยแล้วมาทอเป็นผืนผ้า จะได้ลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดกำแพงเพชร
         บทความนี้ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจถึงกระบวนการผลิตผ้าไทยที่ซับซ้อนและมีความสำคัญทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป 

คำสำคัญ : ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร

ที่มา : สมาคมแม่บ้านมหาดไทย. (2565). หนังสือ ๗๖ จังหวัดร้อยดวงใจสืบสานผ้าเอกลักษณ์ไทยดำรงไว้ในแผ่นดิน ลายผ้าเอกลักษณ์ประจำจังหวัด. กรุงเทพฯ: บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2568). ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร. สืบค้น 8 ธันวาคม 2568, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2294&code_db=610007&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2294&code_db=610007&code_type=01

Google search

Mic

ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร

ผ้าลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าประจำจังหวัดกำแพงเพชร

ลายศิลาล้อมเพชร ลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดกำแพงเพชร บทความนี้นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับลายผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดกำแพงเพชรที่มีชื่อว่า "ลายศิลาล้อมเพชร" ซึ่งเป็นการทอผ้าที่มีความละเอียดและสวยงาม แสดงถึงวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 26-05-2025 ผู้เช้าชม 103

เรือนพระโป้

เรือนพระโป้

ลักษณะสถาปัตยกรรม บ้านห้างหรือเรือนปั้นหยาประยุกต์สองชั้น ขนาดหน้ากว้าง 20.50 เมตร ลึก 11.50 เมตร มีเรือนประกอบด้านข้างอีกสองหลัง มีนอกชานแล่นกลางขนาดกว้าง 10 เมตร ยาวเกือบ 20 เมตร เชื่อมบ้านสามหลังเข้าด้วยกัน ด้านหลังมีสะพานเชื่อมต่อไปยังครัว และ ห้องน้ำห้องส้วม ห่างจากตัวบ้าน ราว 7 เมตร โครงสร้างทั้งหมดทำด้วยไม้เบญจพรรณ สภาพบ้านรื้อมา (มีเรื่องเล่าขานว่า ซื้อมาจากเรือนพระยารามรณรงค์สงคราม เจ้าเมืองกำแพงเพชร) นำมาปลุกใหม่ แต่ดัดแปลงบางส่วนออกให้เหมาะกับการเป็นสำนักงานห้างค้าไม้

เผยแพร่เมื่อ 05-03-2020 ผู้เช้าชม 1,983

แหล่งผลิตขนมโบราณ ขนมข้าวตอกอัด

แหล่งผลิตขนมโบราณ ขนมข้าวตอกอัด

ตั้งอยู่ในอำเภอนครชุม ไม่ไกลจากแหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่องนครชุม เป็นบ้านไม้เก่าแก่ของครูมาลัย นักประพันธ์ชื่อดังแห่งเมืองกำแพงเพชรซึ่งตกทอดมาสู่รุ่นหลาน ที่นี่คือแหล่งผลิตขนมโบราณหาชิมได้ยากอย่าง ขนมข้าวตอก ขนมโบราณ รูปทรงสี่เหลี่ยมสีขาว ดูคล้ายก้อนเกล็ดหิมะสีขาว ทำมาจากน้ำตาลปี๊บเคี่ยวกับกะทิ คลุกเคล้ากับข้าวตอกบดละเอียดที่ทำมาจากข้าวเปลือกข้าวเหนียวที่คั่วไฟจนพอง ก่อนจะอัดพิมพ์แล้วอบด้วยเทียนหอม เนื้อเหนียวนุ่ม รสชาติหวานมัน นิยมนำไปใช้ในงานบุญ งานแต่ง

เผยแพร่เมื่อ 16-04-2020 ผู้เช้าชม 4,129

เรือนขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์)

เรือนขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์)

บนถนนเทศา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่วัดเสด็จขึ้นมาจนถึงการประปากำแพงเพชร มีบ้านเรือนไทยเก่าแก่อายุนับร้อยปีจำนวนมาก เป็นโชคดีของกำแพงเพชรที่บ้านเหล่านี้เหลือจากไฟไหม้ใหญ่ที่กำแพงเพชร เมื่อวันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2506 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ ค.ศ. 1963 เวลาประมาณ 10 น. เกิดไฟไหม้กำแพงเพชรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ไหม้บ้านเรือนบนถนนเทศาทั้งสายประมาณร้อยหลังคาเรือน 

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 1,521

เรือนปานะ

เรือนปานะ

เรือนนายไผ่–นางพรวน ประดิษฐ์ (บ้านนางพี ปานะ) บนถนนราชดำเนิน ก่อนถึงสี่แยกทางไปโรงพยาบาลกำแพงเพชร มีเรือนไทยที่สมบูรณ์แบบอยู่เรือนหนึ่ง เป็นเรือนของนางพี ปานะ มีลักษณะเป็นเรือนทรงไทยกำแพงเพชรแท้ๆ ที่ยังมิได้ดัดแปลงแก้ไข น่าศึกษาอย่างที่สุด เรือนนายไผ่-นางพรวน ประดิษฐ์ ตั้งอยู่เลขที่ 378 ถนนราชดำเนิน 1 ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2452 ปลายๆ สมัยรัชกาลที่ 5 หรือประมาณเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีที่ผ่านมา บ้านเรือนไทยเดิมที่ถูกปลูกสร้างด้วยสามีภรรยา ผู้ประกอบอาชีพขายหวายและน้ำมันยาง

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 1,273

เสื้อลายดอก

เสื้อลายดอก

การสวมเสื้อลายดอกเป็นเอกลักษณ์สำคัญของภาคกลาง ในเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดกำแพงเพชร มีเอกลักษณ์การสวมเสื้อผ้าลายดอกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเทศกาลสำคัญประจำเมืองมรดกโลกกำแพงเพชร ด้วยเหตุดังกล่าว เสื้อลายดอกและผ้าไทย จึงเป็นที่น่าสนใจของทุกสถาบันพากันสวมเสื้อลายดอกกันอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ทั้งระบบสถาบันและชาวกำแพงเพชร นิยมที่จะสวมใส่เสื้อลายดอกและผ้าไทยกันทุกรุ่นทุกวัย ทำให้กิจกรรมการตัดเย็บเสื้อผ้าลายดอกที่กำแพงเพชรจึงมีหลายร้าน ที่น่านิยมและสนใจ

เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 2,025

เรือนสาวห้อม

เรือนสาวห้อม

ริมถนนเทศา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นับแต่วัดเสด็จขึ้นมา มีบ้านเรือนไทยอยู่มากมาย แต่ละหลังอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี รอดพ้นจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ในกำแพงเพชร เมื่อเดือนเมษายน 2506 ทางด้านซ้ายมือ เมื่อขึ้นมาทางเหนือ ตามถนนเดินรถทางเดียว พบบ้านสามหลังต่อเนื่องกันยาวเหยียดลงในในสวนหลังบ้าน บ้านแต่ละหลังล้วนมีสถาปัตยกรรมเป็นของตนเอง หาชมที่อื่นใดไม่ได้อีกแล้ว

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 2,015

เรือนรัตนบรรพต

เรือนรัตนบรรพต

เรือนร้านค้านายทองทรัพย์ รัตนบรรพต ตั้งอยู่เลขที่ 69 หมู่ที่ 5 ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชรริมคลองสวนหมากตรงกับบ้านพะโป้ โดยมีคลองสวนหมากคั่นกลาง นายทองทรัพย์เป็นบุตรชายของพะโป้กับแม่ทองย้อย คหบดีชาวกะเหรี่ยง ผู้มาค้าไม้ในครองสวนหมาก เกิดในปีพุทธศักราช 2446 สันนิษฐานว่าจะสร้างบ้านหลังนี้ ราวปี 2465 บ้านหลังนี้จึงมีอายุราว 94 ปี

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 1,895

แคนหรือเก้งชนเผ่าม้ง

แคนหรือเก้งชนเผ่าม้ง

แคนหรือเก้งชนเผ่าม้ง ดนตรีชาวเขาเผ่าม้ง ไพเราะแว่วมาอย่างโหยหวน แสดงความสูญเสีย ที่สลับซับซ้อน ชาวม้ง เรียกดนตรีชิ้นนี้ว่า เก้ง คนพื้นราบเรียกกันว่า แคน แต่เดิมดนตรีที่เรียกว่าเก้งใช้ในการเป่าเพื่อส่งวิญญาณของผู้ตาย เมื่อได้ยินเพลงจากแคน แสดงถึงมีการตาย มีการลั่นกลองประกอบ เมื่อมีการตายชาวม้งต้องนำศพไปฝังบนเขาผู้นำขบวนจะเดินเป่าแคนเพื่อส่งวิญญาณไปสวรรค์ จากการสัมภาษณ์ นายหวั่งเซ้ง จังเจริญกุล ชาวเขาเผ่าม้ง อายุ 63 ปี มีอาชีพทำแคนขายท่านเล่าให้ฟังว่า ดนตรีประจำชาวเขาเผ่าม้งที่สำคัญ คือ แคนหรือเก้ง ใช้เป่าเพื่อส่งวิญญาณผู้ตายไปสู่สวรรค์ 

เผยแพร่เมื่อ 24-04-2020 ผู้เช้าชม 6,508

ของที่ระลึกจากแป้งข้าวเหนียว

ของที่ระลึกจากแป้งข้าวเหนียว

ของที่ระลึกจากแป้งข้าวเหนียว ทำจากแป้งข้าวเหนียวมาปั้นเป็นส่วนประกอบของสินค้า ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ของกล้วยไข่ เช่น ลำต้น เครือกล้วยไข่ แล้วนำมาประกอบเป็นต้นกล้วยไข่และทำเป็นพวงกุญแจ ใช้เป็นของที่ระลึก ของฝาก หรือทำเป็นของตกแต่งก็ดูสวยงาม

เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 5,474