ลิเกป่า

ลิเกป่า

ลิเกป่า

เผยแพร่เมื่อ 13-02-2018 ผู้ชม 12

[16.4336195, 99.4094765, ลิเกป่า]

ที่มา
        เล่นในงานลงแขกเกี่ยวข้าว หรือในงานประเพณีบวชพระที่บ้านเจ้าภาพ เพื่อความสนุกสนาน ผู้สืบค้น แม่แฉล้ม บุญสุข แม่สุวรรณ สังข์สุวรรณ แม่พวงเพ็ญ จิ๋วปัญญา แสดงโดยแม่บ้านหมู่ 4 ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร 

วิธีการเล่น
        ชายหญิง ร้องโต้ตอบเกี้ยวพาราสี ไม่มีเครื่องดนตรี มีลูกคู่ร้องรับและปรบมือเข้าจังหวะ จำวนผู้แสดงไม่จำกัด 

การแต่งกาย
        ชายหญิง แต่งกายธรรดาเหมือนอยู่บ้าน 

เนื้อเพลง
ชาย  - แม่คิ้วโก่งเหมือนวงฆ้อง พี่อยากได้นวลน้องเข้ามาพาที แม่กลิ่นเอยกลิ่นธูปที่เขาจุดฟังเทศน์มาตัดสวาทขาดเด็ด ช่างไม่เหลียวหลัง ทำให้พี่หลงรอ เชียวนะแม่ช่อดอกรัง
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย       
หญิง - พ่อคิ้วโก่งเหมือนวงพระจันทร์ คิ้วน้องนี้ไม่ต้องกันมันก็โก่งอยู่เอง พ่อผมแหวกหว่างหวีทำให้น้องนี้วังเวง
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ  เอ๊ย
ชาย - พี่รักน้องมานาน ไม่รู้จะไปไหว้วานใครเขามาเป็นสื่อ พี่ก้มหน้าเขียนสารจนชาวบ้านเขาลื
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
หญิง - อย่ามัวรักน้องเลย เดี๋ยวชาวบ้านเขาเย้ยเอานะพ่อปูก้ามเก จงถอยหลังลงรูปเถิดนะพ่อปูทะเล
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย       
ชาย - แม่ปลาปิ้งข้าวปั้น น้องอย่ามาทำป่วนปั่นว่าพี่เกี้ยวไม่เป็น พี่เอามือเขาไปแปะ น้องก็ป่ายมือปัด มือพี่ไม่กัดเนื้อเป็นน้องจะเว้าก้เว้า แม่นกกาเหว่าเสียเย็น
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
หญิง - พ่ออ้อยลำโอน ปล่อยให้ใครเขาโหน เอาเสียจนลำเอน ไม่กลัวแฟนๆ ที่ว่า จะสู้ก้ม หน้ารับเดน
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ  เอ๊ย
ชาย - แม่ทับทิมริมตลิ่ง ขอให้พี่ตอนสักกิ่งพี่จะเอาไว้ทำพันธุ์ ถ้าทับทิมไม่ตาย เราคงไม่วายรักกัน
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ  เอ๊ย      
หญิง - พ่อทับทิมริมสระ ให้พี่ไปบวชเป็นพราะ ไม่เถิดนะพี่ไป พี่อย่ามาหลงรักน้อง เดี๋ยวจะไม่ได้ครองผ้าไตร
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ  เอ๊ย
ชาย  - อนิจจาแม่ยาใจ พี่มีความรักใคร่กับแม่ พอถึงวันดีพี่จะมาหมั้น พอถึงวันจันทร์พี่จะมาขอแม่แขนอ่อนเหมือนท่อนจันทน์ ถ้ารักฉันน้องจงรอ
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
หญิง - พ่อ ร. เรือรุ่งริ่ง พ่อ ล. ลิงจับหลัก พี่อย่ามาพะวงหลงรัก เลยนะพ่อ ร. เรือรูปหล่อ พ่อ ร. เรือหลุดหลักถึงมาบอกรักน้องก็ไม่รอ
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
ชาย  - แม่ฝรั่งข้างรั้ว น้องจะสุกคาขั้วเอาไว้คอยใคร น้องจะหล่นก็หล่น ขอให้พี่คนละใบ
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ เอ๊ย
หญิง - พ่อฝรั่งข้าวรั้ว น้องไม่สุกคาขั้วเอาไว้คอยใคร รักน้องไม่หล่นไม่เล็ด แม้แต่เท่าเม็ดพริกไทย
ลูกคู่  - โย้นๆ จัง เขาไม่รักเราจริงก็ไปเสียดอกกระมัง ก้ไปเสียดอกกระมัง เอ้อ เออ เอ่อ  เอ๊ย 

ผู้แสดง
                นางแฉล้ม  บุญสุข   แสดงเป็นชาย
                นางพวงเพ็ญ จิ๋วปัญญา  แสดงเป็นหญิง

ลูกคู่ลิเกป่า นางลั่นทม  โรจนพัฒนกุล
                นางสุภาพ  สุขสำราญ
                นางเนียม   เกตุน้อย
                นางบุญมา  เงินอาจ
                นางมณี   กาวีสูง
                ด.ญ. นันทิกาญจน์  เงินอาจ
                นางมาลี  คำอินทร์

 ลักษณะคำประพันธ์
        เป็นคำคล้องจองที่ใช้ปฏิภาณไหวพริบ ทำให้เกิดสัมผัสระหว่างวรรคใช้ลีลาทำนองและน้ำเสียงคล้ายๆ ลิเก แต่เป็นการโต้ตอบระหว่างหนุ่มสาว ดัดแปลงมีลูกคู่กำกับเหมือนลำตัดและเพลงฉ่อย แต่ลักษณะคำประพันธ์หาแบบฉบับที่มาตรฐานไม่ได้ จึงเป็นลักษณะวรรณกรรมชาวบ้าน ที่ยังไม่ได้ปรุงแต่งทั้งจำนวนวรรค ไม่สามารถสรุปเป็นรูปแบบได้

คำสำคัญ : เพลงพื้นบ้าน

ที่มา : สภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร. (2544). การแสดงพื้นบ้านของชุมชนโบราณเมืองกำแพงเพชร. กำแพงเพชร: สภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร.

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=126&code_db=610004&code_type=01

Google-Scholar : ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

ประเพณีลอยกระทงธารประทีป จังหวัดกำแพงเพชร

ประเพณีลอยกระทงธารประทีป จังหวัดกำแพงเพชร

เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทยและของท้องถิ่น อีกทั้งเป็นการสนับสนุนส่งเสริมการท่อง เที่ยวของจังหวัดกำแพงเพชร และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้กับประชาชนด้วย 

เผยแพร่เมื่อ 05-02-2017 ผู้เช้าชม 45

การยกยอดฉัตรองค์พระบรมธาตุนครชุม

การยกยอดฉัตรองค์พระบรมธาตุนครชุม

พระมหาธรรมราชาลิไท นำพระบรมพระสารีริกธาตุและพระศรีมหาโพธิ์ มาประดิษฐานตั้งแต่พุทธศักราช 1900  กาลเวลาล่วงมาพระบรมธาตุกลายเป็นวัดร้าง  พญาตะก่า พ่อค้าไม้ชาวกะเหรี่ยง  ได้ขอพระบรมราชานุญาต สร้างเจดีย์ทรงมอญครอบไว้ แต่มิทันเสร็จ พญาตะก่าถึงแก่กรรม พะโป้น้องชายบูรณะต่อโดยนำฉัตรทองจากเมืองมะระแหม่ง มาประดิษฐาน ตั้งแต่ปีพุทธศักราช  2449 ก่อนหน้าพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จกำแพงเพชรเพียง 3 เดือน  คือเมื่อ 99 ปีที่ผ่านมา เจดีย์วัดพระบรมธาตุเป็นหลักชัย ในพระพุทธศาสนาเมืองกำแพงเพชรมาตลอดเกือบศตวรรษ

เผยแพร่เมื่อ 14-02-2018 ผู้เช้าชม 44

วัฒนธรรมข้ามโลก

วัฒนธรรมข้ามโลก

ความรักและบุเพสันนิวาส เป็นสิ่งที่ไม่มีคำตอบและคำถาม ว่าทำไมคนสองคนที่อยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลก จึงมีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน ได้รักกัน ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เพราะโลกไร้พรมแดนอย่างจริงจัง การที่สาวไทยไปแต่งงานกับคนต่างชาติ มีมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย พม่า กะเหรี่ยง เวียดนาม ลาว หรือชาติบ้านใกล้เรือนเคียง ปัจจุบันยุโรปและอเมริกา คนละซีกโลก แต่เพียงลัดนิ้วมือเดียว ก็ลัดฟ้ามาพบกันได้ เราจึงเรียกเขยฝรั่งเหล่านี้ว่า สานสัมพันธ์วัฒนธรรมข้ามโลก ดำเนินการโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร 

เผยแพร่เมื่อ 22-02-2017 ผู้เช้าชม 18

การแต่งงานของชาวกำแพงเพชร

การแต่งงานของชาวกำแพงเพชร

ประเพณีการแต่งงาน ในจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับการบันทึกการสืบทอดจากการปฏิบัติมากกว่าการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร การศึกษาประเพณีการแต่งงาน จากนวนิยายเรื่องทุ่งมหาราช ของครูมาลัย ชูพินิจ ระหว่าง ทิด รื่น หนุ่มวังแขม กับสุดใจสาวปากคลองสวนหมาก ทำให้เราทราบว่าการแต่งงานระหว่างอดีตกับปัจจุบันยังไม่แตกต่างกันมากนัก 

เผยแพร่เมื่อ 21-02-2017 ผู้เช้าชม 161

ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว

ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว หมายถึง การที่เจ้าของนาจะบอกเพื่อนบ้านให่รู้ว่าจะเกี่ยวข้าวเมื่อใด และเมื่อถึงวันที่กำหนดเจ้าของนาก็จะต้องปักธงที่ที่นาของตนเพื่อให้เพื่อนบ้านหรือแขกที่รู้จะได้มาช่วยเกี่ยวได้ถูกต้องทั้งนี้เจ้าของนาจะต้องจัดเตรียมอาหาร คาวหวาน สุรา บุหรี่ น้ำดื่ม ไว้รองรับด้วย และในการขณะเกี่ยวข้าวก็จะมีการละเล่นร้องเพลงเกี่ยวข้องระหว่างหนุ่มสาวเป็นที่สนุกสนานและเพลิดเพลินเพื่อคลายความเหน็ดเหนื่อยได้ 

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 110

ระบำคล้องช้าง

ระบำคล้องช้าง

เป็นการละเล่นพื้นบ้านเก่าแก่ของตำบลนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร การละเล่นนี้ได้ดัดแปลงการคล้องช้างลากไม้มาแสดงรำคล้องช้างในเทศกาลสงกรานต์ การทำบุญกลางบ้าน เพื่อหนุ่มสาวได้มีโอกาสพบปะกัน ผู้สืบค้น แม่เฟี้ยม กิตติขจร แม่ลำภู ทองธรรมชาติ แสดงโดยแม่บ้านตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร  วิธีการเล่น ดนตรีและนักรองจะเริ่มบรรเลง ฝ่ายชายจะจับชายผ้าทั้งสอง ชายรำป้อออกมาคล้องหญิงที่ตนสนใจ แล้วรำต้อนไปมาอยู่กลางวง ฝ่ายหญิงนำฝ่ายชายมาส่งแล้วไปคล้องชายคนอื่นๆ สลับกัน

เผยแพร่เมื่อ 13-02-2018 ผู้เช้าชม 33

ลิเกป่า

ลิเกป่า

เล่นในงานลงแขกเกี่ยวข้าว หรือในงานประเพณีบวชพระที่บ้านเจ้าภาพ เพื่อความสนุกสนาน ผู้สืบค้น แม่แฉล้ม บุญสุข แม่สุวรรณ สังข์สุวรรณ แม่พวงเพ็ญ จิ๋วปัญญา แสดงโดยแม่บ้านหมู่ 4 ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร วิธีการเล่น ชายหญิง ร้องโต้ตอบเกี้ยวพาราสี ไม่มีเครื่องดนตรี มีลูกคู่ร้องรับและปรบมือเข้าจังหวะ จำวนผู้แสดงไม่จำกัด

เผยแพร่เมื่อ 13-02-2018 ผู้เช้าชม 12

การแต่งกายของชาวกำแพงเพชร

การแต่งกายของชาวกำแพงเพชร

จุดกำเนิดของการแต่งกายต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากการพบชุมชนโบราณที่เขากะล่อน พบเครื่องประดับประเภททำด้วยหิน เช่น กำไล หินขัด ชุมชนโบราณบ้านหนองกอง ตำบลนาบ่อคำ พบลูกปัดแก้ว ลูกปัดทำจากแร่อะเกตตา เนียล และชุมชนโบราณเมืองไตรตรึงษ์ พบลูกปัดแก้ว ลูกปัดหินทำเป็นสร้อยคอและสร้อยข้อมือ เป็นจุดกำเนิดของการแต่งกายของชาวกำแพงเพชรสมัยก่อนประวัติศาสตร์เท่าที่สืบค้นได้ในปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 21-02-2017 ผู้เช้าชม 127

ชากังราวว่าวไทย

ชากังราวว่าวไทย

เทศบาลเมืองกำแพงเพชรจัดงาน "ชากังราวว่าวไทย" เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมการเล่นว่าว ในประเทศไทยขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ บริเวณลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สิริจิตอุทยาน ภายในงานมีกิจกรรมดังนี้ การประกวดว่าวไทย ในระดับเยาวชนและประชาชนทั่วไป การประกวดปลากัดและปลาสวยงาม เพื่อส่งเสริมกิจกรรม ยามว่างของเยาวชนและประชาชนทั่วไป ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมอีกด้วย

เผยแพร่เมื่อ 20-02-2017 ผู้เช้าชม 19

 ประเพณีและพิธีโกนจุก

ประเพณีและพิธีโกนจุก

ในปัจจุบันนี้พิธีโกนจุกได้เลือนหายไปจากสังคมไทย เนื่องจากเด็กไม่นิยมที่จะไว้ผมจุก เพราะความเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมจึงทำให้พิธีกรรม ในสมัยโบราณได้สูญหายไป พิธีโกนจุกจะกระทำเมื่อเด็กย่างเข้าวัยหนุ่มสาว หมายความว่า ชายจะมีอายุ 13 ปี ส่วนหญิงจะมีอายุ 11 ปี จึงมีการบอกกล่าวแก่ญาติมิตรโดยเรียกว่า พิธีมงคลโกนจุก ในพิธีการสวดมนต์เย็นก่อนวันฤกษ์ 1 วัน วันรุ่งขึ้นเลี้ยงพระแล้วต้องตัดจุกเด็กตามเวลาฤกษ์ ในตอนบ่ายจะมีการเวียนเทียนสมโภชทำขวัญเด็กตามแบบพิธีพราหมณ์ โดยส่วนมากพิธีโกนจุกจะหาโอกาสทำร่วมกับพิธีมงคลอื่นๆ เช่น การทำบุญขึ้นบ้านใหม่ การทำบุญวันเกิด เป็นต้น  ผมของเด็กที่จะโกนจะแบ่งออกเป็น 3 ปอย ซึ่งประธานในพิธีจะตัดผมปอยที่หนึ่ง ญาติผู้ใหญ่ตัดปอยที่สอง พ่อตัดปอยที่สาม เมื่อตัดครบสามปอยเรียบร้อยแล้วก็จะต้องโกนผมให้เกลี้ยงเกลา ถือว่าเป็นอันเสร็จพิธี

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 110