วัดแก้วสุริย์ฉาย

วัดแก้วสุริย์ฉาย

เผยแพร่เมื่อ 06-09-2019 ผู้ชม 4

[16.5983641, 99.8562383, วัดแก้วสุริย์ฉาย]

           เจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย และเจ้าคณะตำบลลานกระบือ เล่าประวัติวัดแก้วสุริย์ฉายว่า ได้สร้างราวพุทธศักราช 2400 ในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ผู้ที่ยกที่ดินให้สร้างวัดคือ นายแก้ว และนางฉาย ประชาชนจึงร่วมกันสร้างวัดขึ้น ณ ที่ดินแห่งนี้และขนานนามวัดแห่งนี้ว่า “วัดแก้วสุริย์ฉาย”
           ในวัดประดิษฐาน หลวงพ่อขำ หลวงพ่อกลับ ซึ่งมีรูปหล่อของท่านทั้งสองอยู่ในศาลากลางวัด ว่าท่านทั้งสองเป็นพระอาจารย์ของเจ้าอธิการยี้ และได้รับการถ่ายถอดวิทยาคุณ จากพระอาจารย์ของท่าน คือหลวงพ่อขำ เป็นอาจารย์ของหลวงพ่อกลับ หลวงพ่อกลับเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อไสว (พระครูวินิจวชิรคุณ) หลวงพ่อไสวเป็นอาจารย์ของเจ้าอธิการยี้ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ทรงวิทยาคุณทางคาถาอาคมยิ่ง เป็นที่พึ่งหลักทั้งทางธรรมะ และทางโลก พระเจดีย์โบราณ สององค์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของเจ้าอาวาสและผู้ที่มีพระคุณต่อวัด และพระอุโบสถ ซึ่งเป็นโบสถ์สมัยโบราณที่ถมดินขึ้นมาสูงมากทำให้ อาคารพระอุโบสถและพระวิหารเสียรูปทรงไป ในโบสถ์มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นพระประธาน เมื่อสังเกตโดยละเอียด พบว่า ได้นำปูนไปฉาบพระองค์ไว้ จึงอาจสันนิษฐานได้ว่ามี พระที่เป็นโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งที่มีคุณค่ามาก มีพระวิหารอยู่หลังพระอุโบสถ เป็นวิหารเก่า ที่ได้รับการบูรณะเปลี่ยนรูปทรงไป แต่ก็ยังดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมกำแพงเพชร ในสมัยรัตนโกสินทร์ ในศาลาใหญ่มีชมรมผู้สูงอายุ มาชุมนุมจำนวนมาก ได้จัดกิจกรรมร่วมกัน ทั้งการออกกำลังกาย และกิจกรรมบันเทิง นับว่าเป็นการจัดตั้งได้อย่างงดงามมาก      
            นอกจากนั้นลูกศิษย์สายหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน มรณภาพมาครบ 9 ปี แต่ร่างไม่เน่าเปื่อย แถมยังแข็งเป็นหิน นามว่า “หลวงพ่อโน” หรือ “พระครูวินิจวชิรคุณ” หลวงพ่อโน อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของ จ.กำแพงเพชร ซึ่งมรณภาพเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2544 โดยทางวัดได้ขอพระราชทานเพลิงศพให้ หลวงพ่อโน ในวันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ.2553 ซึ่งตรงกับวันที่หลวงพ่อโนมรณภาพ ครบ 9 ปีพอดี ต่อมาพระครูรัตนวชิโรภาส เจ้าคณะตำบลลานกระบือ เจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย พระสมุห์อำนวย อัคควัณโณ รองเจ้าอาวาส พร้อมด้วยนายธำรงค์ จันทร์คง นายกเทศมนตรีลานกระบือ และคณะกรรมการวัดได้ช่วยกันนำโลงศพหลวงพ่อโนออกมา พบว่าศพของหลวงพ่อโน ไม่เน่าเปื่อย สภาพศพแห้งแกร่ง เหมือนคนที่มีรูปร่างผอม ผมบนศีรษะและขนคิ้ว ขนตา และหน้าแข้งยังอยู่ครบ          
            นอกจากนี้คณะลูกศิษย์ได้นำศพ หลวงพ่อโน เปลี่ยนจีวรชุดใหม่ให้ พบว่าหนังช่วงที่อยู่ภายใต้จีวรยังมีสภาพเป็นสีขาวนวลคล้ายผิวคนธรรมดา และไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าแต่อย่างใด หลังจากเปลี่ยนจีวรชุดใหม่แล้วจึงนำศพใส่โลงแก้วนำมา ตั้งไว้บนศาลาการเปรียญ เพื่อรอพระราชทานเพลิงศพ       
            บรรยากาศบนศาลาการเปรียญวัดแก้วสุริย์ฉาย ช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นที่ตั้งโลงแก้วบรรจุร่างของ หลวงพ่อโน มีประชาชนที่ทราบข่าวความมหัศจรรย์พากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์จำนวนมากจนล้นศาลา โดยทางวัดได้นำโต๊ะหมู่บูชามาประดับตบแต่ง และนำรูปหลวงพ่อโนที่เปลี่ยนจีวรชุดใหม่อยู่ในท่ายืน ขยายใหญ่มาตั้งให้ประชาชนกราบสักการะ โดยรูปดังกล่าวเหมือนพระที่ยังมีชีวิตหลับตาเดินจงกรม ส่วนบริเวณลานวัดเต็มไปด้วยประชาชนที่ขับรถมาจากทั่วสารทิศ ยืนตามร่มไม้ต่างๆ ทำให้ที่วัดแก้วสุริย์ฉายคึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นช่วงใกล้วันที่สลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกรางวัล ยิ่งมีประชาชนและลูกศิษย์ลูกหาที่เดินทางกลับมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์พากันมากราบไหว้ขอพรกันอย่างมากมาย และเสี่ยงโชคเลขวันเกิด วันบวช วันมรณภาพ รวมไปถึงอายุ และพรรษาที่บวช แต่เลขวันพระราชทานเพลิงเป็นเลขที่กล่าวถึงมากที่สุด              
             สำหรับหลวงพ่อโนเกิด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2475 ที่ อ.พรานกระต่าย อุปสมบทเมื่อวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2496 ที่วัดแก้วสุริย์ฉาย เป็นลูกศิษย์สายหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองไทย โดยหลวงพ่อโนเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่กลับและหลวงปู่ขำ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเงินโดยตรง ต่อมาเมื่อประมาณปี 2536 หลวงพ่อโน อาพาธเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต และโรคกระเพาะอักเสบ ต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดลำไส้ จนกระทั่งมรณภาพเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2544 ภายในกุฏิ รวมสิริอายุได้ 96 ปี 49 พรรษา ขณะที่พระเครื่องที่หลวงพ่อโนสร้าง เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ลูกศิษย์ว่า มีพุทธคุณทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงด้านเมตตามหานิยม โดยเฉพาะเหรียญรุ่นแรกสร้างเมื่อปี 2517 ปัจจุบันลูกศิษย์ลูกหาต่างเก็บไว้หมด มีการเช่าหาองค์ละหลักหมื่นบาท นอกจากนั้นยังมีพระเนื้อดินแบบต่างๆหลายรุ่น ซึ่งก็หายได้ยากเหมือนกัน

คำสำคัญ : วัดแก้วสุริย์ฉาย

ที่มา : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong/2010/05/23/entry-12

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1253&code_db=610009&code_type=11

Google : ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

วัดแก้วสุริย์ฉาย

วัดแก้วสุริย์ฉาย

เจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย และเจ้าคณะตำบลลานกระบือ เล่าประวัติวัดแก้วสุริย์ฉายว่า ได้สร้างราวพุทธศักราช 2400 ในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ผู้ที่ยกที่ดินให้สร้างวัดคือ นายแก้ว และนางฉาย ประชาชนจึงร่วมกันสร้างวัดขึ้น ณ ที่ดินแห่งนี้และขนานนามวัดแห่งนี้ว่า “วัดแก้วสุริย์ฉาย”  ในวัดประดิษฐาน หลวงพ่อขำ หลวงพ่อกลับ ซึ่งมีรูปหล่อของท่านทั้งสองอยู่ในศาลากลางวัด 

เผยแพร่เมื่อ 06-09-2019 ผู้เช้าชม 4

วัดโพธิ์เตี้ย

วัดโพธิ์เตี้ย

วัดโพธิ์เตี้ย (วัดปลักไม้ดำ) อยู่ที่บ้านปลักไม้ดำ ม.3 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ  เป็นวัดโบราณวัดหนึ่ง เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ วัดงิ้วงาม ” มีหลวงพ่อกล้ายเป็นเจ้าอาวาส หลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อขำ ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมาและเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดงิ้วงาม เป็นวัดโพธิ์เตี้ย ตามสัญลักษณ์ของต้นโพธิ์ที่มีลักษณะเตี้ยแคระ ซึ่งปัจจุบันต้นโพธิ์นี้ได้ตายแล้ว     

เผยแพร่เมื่อ 06-09-2019 ผู้เช้าชม 8