วัดวังทอง

วัดวังทอง

วัดวังทอง

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้ชม 66

[16.3385484, 99.4422533, วัดวังทอง]

ประวัติ     
       วังทอง ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลวังทองอำเภอเมืองกำแพงเพชรจังหวัดกำแพงเพชร วัดวังทองตั้งวัดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ. ศ. 2540 โดยนายตันนายเชียง ใจหลัก ชาวบ้านวังทอง เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัด โดยนิมนต์หลวงพ่อเหน่ง ซึ่งเป็นพระภิกษุที่มาพำนัก ณบ้านวังทอง ให้มาพำนักวัดที่สร้างนี้ โดยชาวบ้านร่วมกันสร้างอาคาร เสนาสนะ ต่อมา นายจรูญ และนางเม้า ยอดจิ๋ว ได้บริจาคที่ดินประมาณ 2 ไร่ ให้ขุดสระไว้ใช้ในฤดูร้อนประมาณปีพ.ศ 2529 หลวงพ่อเหน่ง ได้นิมนต์พระอาจารย์เมฆ มาดูแลวัดวังทอง ต่อมาประมาณปีพ.ศ 2537 พระอาจารย์เมฆ ได้ดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดิน จากกรมป่าไม้เพื่อความถูกต้อง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 27 มกราคมพ.ศ 2548 เขตวิสุงคาม สีมา กว้าง 30 เมตรยาว 60 เมตร เจ้าอาวาส พระครูสุวรรณวชิรกิจ
เจ้าอาวาส      พระครูสุวรรณวชิรกิจ

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : ม.2

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=955&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

ประวัติ
วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ๒ งาน ๓๖ ตารางวา ตั้งอยู่ที่ บ้านทุ่งสนุ่น หมู่ที่ ๔ ตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร เริ่มสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ โดยชาวบ้านซึ่งมีเชื้อสายลาวครั่ง และลาวเวียง ได้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดนครปฐม และ จังหวัดราชบุรี มาจับจองที่ดินเพื่อทำมาหากินที่บริเวณอำเภอขาณุวรลักษบุรี (บริเวณ อ.บึงสามัคคีในปัจจุบัน) ซึ่งในขณะนั้นบริเวณนี้ยังเป็นป่าดงดิบเต็มไปด้วยสัตว์ป่า อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ และมีต้นสนุ่น (ใคร้นุ่น) เกิดอยู่เต็มท้องทุ่งนา ชาวบ้านจึงเรียกขานบ้านตนเองว่า บ้านทุ่งสนุ่น และหลังจากนั้นไม่นานชาวอีสาน จากจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่นก็อพยพมาสมทบกันอยู่เพิ่มเติมอีก จากนั้นจึงมีคนไทยเชื้อสายจีนเดินทางมาค้าขายทีหลัง
เมื่อมีประชาชนอพยพเข้ามาอยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นชุมชนใหญ่พอสมควรแล้ว ชาวบ้านจึงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่โรงเรียนอนุบาลบึงสามัคคีในปัจจุบัน และได้ไปนิมนต์ หลวงปู่เบี้ยว ถาวริโก จาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาเป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์ แต่ด้วยทำเลที่ตั้งวัดนั้นไม่เหมาะเพราะอยู่ติดทางโค้งหลวงปู่และชาวบ้านจึงได้แลกที่ดินกันกับโรงเรียน ทำให้วัดทุ่งสนุ่นรัตนารามได้มาตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกบ้านทุ่งสนุ่นตราบเท่าปัจจุบัน ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๑๓ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า '''วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม''' ซึ่งแปลว่า วัดที่เปรียบเหมือนแก้วอันล้ำค่าของชาวบ้านทุ่งสนุ่น เปิดทำการเรียนการสอนนักธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ เป๋นต้นมา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ และได้ทำการผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ มีเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 327

วัดเทพนิมิตรมงคล

วัดเทพนิมิตรมงคล

ประวัติ          
  อยู่ที่หมู่ที่ 1 ต.ไทรงาม อำเภอไทรงาม วัดเทพนิมิตรมงคล หรือชาวบ้านพากันเรียกว่า วัดไทรงามเหนือ มีประวัติความเป็นมาคือ ในปี พ.ศ. 2518 วันหนึ่งหลวงปู่อินทร์ท่านได้นิมิตว่ามีเทวดา มาบอกว่าที่ตรงนี้ให้สร้างวัดเพราะในภายภาคหน้าจะเป็นที่พึ่งพาของประชาชน เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และในขณะนั้นประชาชนได้เป็นไข้มาเลเรียกันมาก เทวดาจึงบอกยารักษาโรคแก่หลวงปู่ให้นำมารักษาชาวบ้าน เมื่อหลวงปู่ได้นิมิตแล้วจึงได้บอกเล่าให้ผู้ใหญ่ม้วน เทียนสันต์ ถึงเรื่องนิมิตดังกล่าว และได้ขายที่ดินที่ชาวบ้านถวายหลวงปู่ไว้เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ไว้ทั้งหมด นำปัจจัยดังกล่าวไปก่อสร้างกุฏิ ศาลา จนสำเร็จลุล่วงไปส่วนหนึ่ง และอาศัยที่เทวดาบอกยามาต้มกิน ชาวบ้านจึงหายจากโรคภัยเป็นปกติ อาศัยเหตุดังกล่าว หลวงปู่อินทร์และชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “วัดเทพนิมิตรมงคล” หลวงปู่อินทร์ได้เป็นประธานก่อสร้างพระอุโบสถวัดเทพนิมิตรมงคล โดยนิมนต์พระมหาโชติ มาดำเนินการก่อสร้าง ทำการก่อสร้างอยู่ 2 ปี จึงแล้วเสร็จ และได้ทำการฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ. 2520

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 245

วัดปางมะค่า

วัดปางมะค่า

ประวัติความเป็นมาของวัดปางมะค่า

​            เดิมทีที่ตั้งวัดปางมะค่าเมื่อก่อนเป็นป่าไม้ มีต้นมะค่าขึ้นเยอะ  เป็นที่ของนายพัน  พรนิคม  เป็นที่ขึ้นของไม้นาๆชนิดเพราะติดกับแม่น้ำแม่วงศ์   และยังเป็นที่ขึ้นน้ำยางของพวกทำน้ำมันยางโดยขึ้นทางหลังวัด  ปัจจุบันเป็นถนนคอนกรีตซอยเข้าวัดปางมะค่าลงไปถึงแม่น้ำ   และเมื่อก่อนก็เป็นปางไม้ที่คนนำไม้มาเก็บและแปรรูป   คนที่สร้างวัดทีแรกก็คือนายพัน   พรนิคม   ได้ร่วมมือกับนายสนิท   อิทรานุสรซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นลูกเขยของนายพัน  พรนิคมอีกด้วย  และยังมีนายทองหล่อศรียันต์  นายทองใบ  พวงสมบัติ   เริ่มแรกสร้างศาลาไม้  ๑  หลังโดยมีกุฎีอยู่ในศาลาพระองค์แรกที่มาอยู่นี้สืบค้นไม่ได้  เพราะเริ่มสร้างวัดทีแรกนั้นประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๗คนเก่าแก่ก็ได้เสียชีวิตไปหมดแล้วที่เหลืออยู่ก็จำไม่ได้   หลวงพ่อองค์แรกที่มาอยู่ก็อยู่ได้ไม่กี่ปีก็จากไปต่อมาก็หลวงพ่อจันที   ก็มาอยู่สร้างศาลาหลังใหม่ซึ่งเป็นศาลาไม้แต่ยังไม่ทันเสร็จก็ไปอยู่ที่หนองแสงซึ่งอยู่ติดกับปางมะค่าโดยอยู่ที่วัดปางมะค่านี้ประมาณ  ๒  ปีต่อมาก็หลวงพ่อฟอง   มาอยู่ก็สร้างศาลาที่หลวงพ่อจันที   สร้างค้างไว้มาสร้างจนเสร็จแต่อยู่ดูแลวัดปางมะค่าได้ประมาณ  ๕  ปีก็จากไปอีกต่อมาก็มีพระมาอยู่อีกหลายองค์แต่ก็อยู่ได้ไม่นานที่สืบได้ก็คือมหาภาดี   องค์เดียวเมื่อมหาภาดีจากไปก็มีหลวงพ่อสุทิน   ฐิตวุธฺโธมาอยู่ซึ่งหลวงพ่อสุทินองค์นี้มาอยู่นานและได้สร้างเสนาสนะมากมายสร้างความเจริญให้แก่วัดปางมะค่าเป็นอย่างมากเช่น  อุโบสถกลางน้ำ    วิหารหลวงพ่อเพ็ชร    หอระฆัง    ศาลาการเปรียญหลังใหญ่    รอยพระพุทธบาท    แต่น่าเสียดายที่หลวงพ่อต้องมาจากไปในปี พ.ศ. ๒๕๓๔   ด้วยโรคประจำตัวและข่าวร้ายที่ได้รับคือ  ศาลาการเปรียญหลังใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ได้พังทลายลงมาเมื่อแต่ก่อนที่ศาลาจะพังลงมาอุโบสถกลางน้ำก็ถูกน้ำท่วมพัดพาไปให้เสียหายก็ทีหนึ่ง   ปัจจุบันจึงเหลือแต่  วิหารหลวงพ่อเพ็ชร  หอระฆัง  และรอยพระพุทธบาท

ต่อมาก็มีอาจารย์เทพ   ฐิตสวโร มาอยู่สร้างกำแพงวัดทางด้านทิศเหนือและตะวันตกเสร็จมาอยู่ได้  ๒  ปีก็ลาสิกขาไป  ต่อมาก็อาจารย์น้อย   มาอยู่สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ยังไม่ทันเสร็จก็ลาสิกขาออกไปรวมแล้วมาอยู่ได้ประมาณ  ๓  ปี  ก็มีมาอยู่อีกองค์หนึ่งแต่อยู่ไม่ถึงปีก็จากไปต่อมาในปี   พ.ศ. ๒๕๔๑  ก็ได้   พระอธิการประจักษ์    ขนฺติธโร    มาอยู่โดยได้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดปางมะค่า โดยถูกต้องตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เพราะได้รับตราตั้งวัดที่ถูกต้องในวันที่   ๒๖

ตุลาคม  ๒๕๓๗   พระอธิการประจักษ์    ขนฺติธโร  มาอยู่ก็ได้สร้างศาลาการเปรียญจนแล้วเสร็จและสร้างศาลาธรรมสังเวศ   เมรุ   และกำลังสร้างวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช   แต่ยังไม่แล้วเสร็จก็ลาสิกขาไปในปีพ.ศ.  ๒๕๔๖ เป็นเจ้าอาวาสได้   ๕  ปี ต่อมาก็มีพระอนุวัต   อนุวตฺตโกมาอยู่ได้ปีเดียวก็ลาสิกขาไป  แล้วก็ว่างเจ้าอาวาสไปสองปีในปีพ.ศ.  ๒๕๕๒  หลวงพ่อเจ้าคณะตำบลก็แต่งตั้งพระสุทัศน์   ปิยสีโล  รักษาการเจ้าอาวาสวัดปางมะค่าจนถึงปัจจุบัน  ตอนนี้ทางวัดปางมะค่ากำลังก่อสร้างอุโสถอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 233

วัดร่มโพธิญาณ

วัดร่มโพธิญาณ

ประวัติ        
    พระอาจารย์บุญเชิด อนามโย เจ้าอาวาสวัดร่มโพธิญาณ เลขที่ 88 หมู่ 10 บ้านดงดำ ตำบลวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สร้างพระประธานในพระมหาเจดีย์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์พระปฐมปางสมาธิทรงพุทธรัตนะหน้าตัก 10 ศอก 10 นิ้ว
            พระอาจารย์เล่าว่า...ตอนที่อาตมาเดินธุดงค์มาที่นี่ เมื่อปี 2541 มาอยู่รูปเดียว จิตออกจากร่าง ส่วนแรกที่ได้เห็นคือร่างของอาตมานอนอยู่ในกรด ส่วนที่ 2 ได้เห็นเทวบุตร ซึ่งเป็นอารักษ์อยู่ในเขตนี้ ยืนนิ่งสงบ ร่างสว่างนวล มีแสงออกจากทางส่วนอก เขียวอ่อนๆ เหลืองอ่อนๆ จางๆ ขาวนวล สีแพรวๆ พราวๆ เมื่อกลับมาที่ร่างก็พิจารณาว่าสภาพ เย็น สงบ สว่าง ในเทวบุตรที่เห็นในเขต 20 ไร่ เมื่อก่อนมีป่าพงล้อมรอบ มีศาลาหลังเดียว แร้นแค้นกันดาร 1 วันสรงน้ำครั้งหนึ่ง อาตมาสร้างขึ้นทั้งหมด พอออกนอกเขตก็เห็นพวกเปรต สัมพเวสี ปะปนกัน แต่ละท่านไม่มีความสงบในตัวเอง มีความสับสนกลับกลอกในอารมณ์ บ่นพร่ำเพ้อไปตามฐานะกรรม ที่ตนได้สร้างไว้ในอดีตและปัจจุบันด้วย

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 873

วัดสังฆานุภาพ

วัดสังฆานุภาพ

มโนปณิธานในการก่อสร้างวัดสังฆานุภาพ

         หลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ตั้งใจจะพัฒนาพุทธอุทยานประวัติศาสตร์ 5,000 ปี ให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งประทานนามอารามขึ้นมาใหม่ว่า “วัดสังฆานุภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา, เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ, เพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อ พระมงคลเทพมุนี หลวงพอ่ วัดปากน้ำ ผู้เป็น มหาปูชนียาจารย์, เพื่อเป็นสถานที่ประกอบบุญพิธีของ พุทธศาสนิกชน, เพื่ออนุรักษ์และเชิดชูศิลปกรรม หรือ สถาปัตยกรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ประการสำคัญ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเอง และเพื่อการสร้างบุญกุศลเพิ่มขึ้นแก่พุทธศาสนิกชน ผู้ได้ ถวายจตุปัจจัยในโอกาสที่ได้รับอาราธนาไปปฏิบัติศานสกิจใน ที่ต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ ทุนทรัพย์การสร้างวัดในครั้งนี้ นอกจากคณะสงฆ์และสาธุชนทั้งหลายได้ร่วมบริจาคแล้ว “ที่เหลือล้วนเป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวของหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทั้งสิ้น”

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 181

วัดหนองแม่แตง

วัดหนองแม่แตง

ประวัติ      
      วัดหนองแม่แตง ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลหนองแม่แตงอำเภอไทรงามจังหวัดกำแพงเพชร วัดหนองไม้แตงตั้งวัดเมื่อวันที่ 31 มกราคมพ.ศ 2538 ได้รับอนุญาตตั้งวัดจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเริ่มสร้างวัดได้รับการบริจาคที่ดินจากนายตัน นางฟุ้ง นายก้อม นางสนิท ทองทาพื้นที่เดิมของวัดมี 24 ไร่ วัดหนองแม่แตงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมพ.ศ 2552 วัดหนองแม่แตงมีพระประธานประจำ อุโบสถ ปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วสูง 5 19 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2538 เจ้าอาวาสวัดคือพระครูอุดมวชิรคุณ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 67

วัดสว่างอารมณ์

วัดสว่างอารมณ์

ประวัติ           

ตั้งอยู่ที 217/1 หมู่ที่ 2 ตำบลแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี นมัสการหลวงพ่อโตวัดสว่างอารมณ์ เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร มีเกศเป็นเปลวเพลิง หน้าตักกว้าง 4 ศอก ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอขาณุวรลักษบุรี

            วัดสว่างอารมณ์ ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2275 โดยมีนายสว่าง นางรมณ์ เป็นผู้บริจาคทที่ดินให้สร้างวัด จึงมีนามวัดอย่างนั้น เดิมมีแม่น้ำปิงผ่านหน้าวัด ต่อมาแม่น้ำปิงเปลี่ยนทิศทาง ทำให้หน้าวัดตื้นขึ้นเป็นที่ดนงอกออกไปประมาณ 350 เมตร สำหรับอุโบสถได้สร้างขึ้นมาถึง 3 ครั้ง ชาวบ้านเรียกว่าแสนตอ ตามชื่อหมู่บ้าน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 97

วัดศรีโยธิน

วัดศรีโยธิน

ประวัติ
ที่วัดศรีโยธิน ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นวัดที่สร้างโดยรอ.ทำนอง โยธินธนสมบัติ ต่อมาท่านได้บวชและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส นาม หลวงพ่อทำนอง คุณังกะโร เมื่อท่านสร้างวัด ท่านนิมิตว่า มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งมาเข้านิมิตและจะมาช่วยสร้างวัด เมื่อท่านตื่นขึ้นก็ไปเที่ยวหาพระตามนิมิต และพบพระพุทธรูป โกลนศิลาแลง ขนาดหน้าตักกว้าง 6 เมตร จมดินอยู่บริเวณหลัง ฌาปนสถานของเทศบาล ในลักษณะฝังดินอยู่ ได้ทำพิธี อัญเชิญขึ้นมามีชิ้นส่วนหลายชิ้น ตามหลักการสร้างพระโกลนศิลาแลงขนาดใหญ่ เมื่ออัญเชิญขึ้นมาเกิดพายุใหญ่ ลมหมุน มืดครึ้มไปทั่วบริเวณ ได้ยกขึ้นมาพบแมงป่องจำนวนมาก อยู่ใต้ฐานพระ ยกมาประดิษฐานเป็นพระประธานในวัดศรีโยธิน ได้ตกแต่งให้เป็นองค์พระที่งดงาม เดิมเรียกกันว่าหลวงพ่อศิลาแลงภายหลังขนานนามท่านว่าหลวงพ่อศรีสรรเพชญ์
        เมื่อนำผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีมาตรวจสอบพบว่า หลวงพ่อศรีสรรเพชญ์องค์นี้ น่าจะเป็นพระพุทธรูปที่วัดพระแก้วภายในกำแพงเมืองกำแพงเพชรที่ถูกเคลื่อนย้ายไป และนำไปซ่อนไว้ที่พบพระและไม่สามารถนำไปได้ด้วยเหตุผลหลายประการ เมื่อหลวงพ่อทำนองมาพบและนำไปประดิษฐานเป็นพระประธานในโบสถ์วัดพระศรีสรรเพชญ์ เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดมหัศจรรย์หลายประการต่อมามีผู้โชคดีจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลที่นำเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งมาสร้างวัด ทำให้วัดศรีโยธินเจริญอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นความเชื่อของผู้คนในยุคสมัย หลวงพ่อศรีสรรเพชญ์ วัดศรีโยธิน จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งหนึ่งที่พบในเมืองกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 193

วัดคฤหบดีสงฆ์

วัดคฤหบดีสงฆ์

ประวัติ         

   อยู่ที่บ้านท่าพุทรา หมู่ที่ 3 ตำบลท่าพุทรา อำเภอคลองขลุง ห่างจากถนนสายพหลโยธิน ประมาณ 200 เมตร ถ้าเดินทางจากจังหวัดนครสวรรค์ ไปทางเหนือตามถนนพหลโยธิน ทางวัดจะอยู่ทางขวามือ จะมีป้ายบอกทางเข้าบ้านท่าพุทรา ระหว่าง กิโลเมตรที่ 83-84 และ จากจังหวัดกำแพงเพชร ไปทางใต้ตามถนนสายพหลโยธิน ทางเข้าวัดจะอยู่ทางซ้ายมือระหว่างกิโลเมตรที่ 37-38 มีป้ายบอกว่าเข้าบ้านท่าพุทรา

          วัดนี้เป็นเก่าแก่วัดหนึ่งในเขตอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร คงมีอายุเป็นร้อยปี ทั้งนี้ เพราะมีคนแก่ที่บ้านท่าพุทราเองเล่าให้ฟังว่า เมื่อเกิดมาจำความได้ก็เห็นมีวัดมาแล้วอย่างนี้ ตามที่สันนิษฐานดูแล้ว บ้านท่าพุทราเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มาก ตามปกติคนไทยเรานับถือพระพุทธศาสนา มีศาสนาพุทธเป็นที่พึ่งทางจิตใจ เมื่อไปอยู่ที่แห่งใดก็ต้องสร้างวัดขึ้นมา พร้อมกับหมู่บ้านเพื่อเป็นที่ทำบุญ และเพื่อเป็นที่ประกอบการกุศลอื่น ๆ อีก เช่น บวชลูกหลานเป็นต้น เพราะคนไทยถือว่า ถ้าเป็นผู้ชายเมื่ออายุครบ  20 ปี บริบูรณ์  จะต้องบวชพระกันทุกคน ถ้าไม่บวชเรียกว่าคนดิบ ฉะนั้น วัดท่าพุทรานี้ก็คงจะสร้างขึ้นมาพร้อมกับบ้านท่าพุทรา ถึงจะหลังบ้างก็คงไม่กี่ปี แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่มีใครทราบแน่นอนว่าสร้างกันขึ้นมาแต่เมื่อไร ต่อมาได้รับเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อ พ.ศ.2511

           ที่ดินที่สร้างวัดมีจำนวน 20 ไร่ 2 งาน 54 ตารางวา ทิศเหนือจดที่ดินนายยั้ว คชวารี ทิศใต้จดถนนกรมทางเข้าตลาดท่าพุทรา ทิศตะวันออกจดแม่น้ำปิง ทิศตะวันตกจดคลองยาง

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 73

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

ประวัติ

ตั้งอยู่ที่ 116 หมู่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง พ.ศ.2498 ได้เริ่มสร้าง ดำเนินการโดย ผู้ใหญ่เปรื่อง ฤกษ์หร่าย ได้บริจาคที่ดิน 18 ไร่ พ.ศ.2512 ได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2512 วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี เริ่มแรก สร้างวัด ได้ปั้นพระพุทธรูป ปางนาคปรก 1 องค์ หน้าตักกว้าง 5 เมตร โดยก่ออิฐ แกนไม้ ต่อมาไม้ผุทำให้พระล้มลง และองค์พระได้แตกไป เหลือแต่เศียร นอนไว้ใต้ต้นโพธิ์ ไม่สามารถทำองค์ใหม่ได้ ต่อมา ชาวบ้านได้สร้างพระนาคปรก ขึ้นใหม่อีก 1 องค์ กลางลานวัด มาปี พ.ศ. 2550 ได้ให้ช่างทำองค์พระขึ้นใหม่โดยใช้เศียร เก่ามาต่อ แต่ไม่มีนาคปรกและให้นามใหม่ว่า พระพุทธวัชรมงคล ปี พ.ศ. 2550 ได้เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมากเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับจังหวัด ปี พ.ศ. 2551 ได้เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับเขต เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมาก

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2018 ผู้เช้าชม 163