วัดวังประดา

วัดวังประดา

วัดวังประดา

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้ชม 25

[16.3075037, 99.5452064, วัดวังประดา]

ประวัติ       
     วัดวังประดา ตั้งอยู่ที่หมู่ 12 ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร วัดวังประดาตั้งวัดเมื่อวันที่ 28 เดือนธันวาคมพ.ศ 2533 มีพระประธานประจำศาลาการเปลี่ยนขนาดหน้าตักกว้าง 29 นิ้วสูง 36 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2519 ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 15 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เจ้าอาวาสวัดคือ พระฐปกรอินุทาโก  (รก.)
เจ้าอาวาส      พระฐปกรอินุทาโก  (รก.)

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : ม.12

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=953&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดอุดมศรัทธาราม

วัดอุดมศรัทธาราม

ประวัติ    
        วัดอุดมศรัทธาราม ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2460 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันทธ์ พ.ศ.2460 ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ตำบลป่าพุทรา ขาณุวรลักษบุรี นมัสการหลวงพ่อเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปทองคำ ปางสะดุ้งมาร มีฐานเป็นบัวเม็ด มีเกศเป็นก้นหอย หน้าตักกว้างประมาณ 29 นิ้ว สูงประมาณ 39 นิ้ว จะจัดในช่วงเดือนธันวาคม หรือ มกราคมของทุกปี

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 18

 วัดบาง

วัดบาง

โบสถ์วัดบาง วัดแห่งนี้อยู่ท่ามกลางย่านเศรษฐกิจของกำแพงเพชร ด้านหนึ่งติดถนนราชดำเนิน 1 ด้านหนึ่งติดถนนเจริญสุข เมื่อเข้ามาในวัดจะมีบรรยากาศโล่งกว้าง ประกอบด้วยอาคาร (เสนาสนะ) ต่างๆ กระจายกันไป โดยมีเขตสังฆาวาสอยู่แยกออกไปอีกด้านหนึ่งอย่างชัดเจน โบสถ์หรืออุโบสถอยู่ตรงกลางของพื้นที่ มีวิหารหลวงพ่อเพชรอยู่เยื้องออกไปด้านข้าง มุขด้านหลังของอุโบสถล้อมด้วยกระจกใสรอบด้าน ก่อนที่จะเข้าไปไหว้พระกันอยากจะกล่าวถึงประวัติของวัดบางแห่งนี้กันก่อนดังนี้
วัดบางเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองกำแพงเพชร สันนิษฐานว่าที่ชื่อวัดบางคงเป็นเพราะที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับคลองน้ำ ซึ่งแยกจากแม่ปิงไปสู่ "หนองรี" คลองน้ำดังกล่าวเรียกว่า "บาง" เมื่อวัดมาตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ จึงตั้งชื่อ "วัดบาง"

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 7

วัดเทพโมฬี

วัดเทพโมฬี

วัดเทพโมฬี (วัดหลวงพ่อโม้) ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดเก่าแก่และสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโมฬี พระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ ศิลปะสมัยอู่ทอง ยุคต้นของกรุงศรีอยุธยาที่งดงามมากองค์หนึ่ง ชาวเมืองเรียกกันว่า "หลวงพ่อโม้" ซึ่งหมายความว่า เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีขนาดหน้าตักกว้าง 10 ศอก 1 คืบ สูง 13 ศอก 1 คืบ เป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดกำแพงเพชรให้ความเคารพนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และแสดงปาฏิหาริย์ให้ชาวบ้านได้เห็นกันอยู่เสมอ เชื่อกันว่าสามารถห้ามมิให้ฝนตกได้

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 6

วัดอินทาราม

วัดอินทาราม

ประวัติ      
           เมืองบางจันทร์ เป็นเมืองสำคัญ ในสมัยสุโขทัย คู่กับเมืองบางพาน นักโบราณคดีคิดว่าหายสาบสูญไปจากสังคมไทย แต่เมื่อมาชมวัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้แล้ว ทำให้หวนคิดถึงเมืองบางจันทร์ ที่หายสาบสูญไป น่าจะใช่เมืองบางจันทร์ เมื่อชมโบราณสถานและโบราณวัตถุแล้ว ยิ่งมั่นใจมากขึ้น ว่าใช่เมืองบางจันทร์อย่างแน่นอน
           นัดกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัชวาลย์ ธรรมสอน แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร พบกันที่วัดอินทาราม เพื่อค้นหา เมืองบางจันทร์ด้วยกัน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2550 โดย มี อาจารย์เรืองศักดิ์ แสงทอง นักค้นคว้า ไปสังเกตการณ์ด้วย เมื่อพบโบสถ์ และวิหารวัดอินทารามรู้สึกประทับอย่างยิ่ง สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุถึงสมัยสุโขทัย อาจเป็นวัดหลวงแห่งเมืองบางจันทร์ที่เราตามหาก็อาจเป็นไปได้
           เดิมบริเวณนี้เรียกว่าดงตาจันทร์ บ้านตาจันทร์ ไปคล้องกับชื่อ เมืองบางจันทร์โดยบังเอิญ หรือโดยจริงแท้ ยังไม่สามารถสรุปได้ ประวัติการสร้างวัด อินทาราม สร้างเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2347 ราวสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ชื่อว่าเป็นวัดอินทารามโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2351 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2355 มีหลวงพ่อแก้ว เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และนายจันทร์เป็นผู้ถวายที่ดินสร้างวัด
           วัดอินทารามมีเจ้าอาวาส ติดต่อกันมา 12 รูป เจ้าอาวาสท่านปัจจุบันคือ พระครูถาวรวชิรสาร ท่านครองวัดตั้งแต่พ.ศ. 2517 จนถึงปัจจุบัน
           วัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร มีพระอุโบสถและพระวิหาร ที่มีลักษณะงดงามมาก พบพระพุทธรูปโบราณอย่างมากมาย ศิลปะเชียงแสน สุโขทัย อยุธยา มากมายหลายองค์ แต่ที่น่าสังเกตคือ ทั้งโบสถ์และวิหาร ทำลูกกรงเหล็กล้อมพระไว้อย่างน่าสงสัยว่า ทำไมผู้ร้าย นักโจรกรรมทำไมมากมายนัก น่าสลดหดหู่กับภาพที่เห็น
           เมืองไทยเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา แต่การโจรกรรม พระพุทธรูปพระบูชาพระเครื่อง
ยังมีอยู่ทุกหัวระแหง อาจต้องตั้งคำถามว่าทำไม พระพุทธรูปต้องถูกล้อมกรอบด้วยลูกกรงเช่นนี้
แล้วเรายังไม่มีความอับอาย ชาวต่างชาติหรือคนไทยร่วมชาติ หรือ ใครจะตอบได้ช่วยพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย
           เราไม่สามารถค้นพบ แนวกำแพงเมืองแนวคูเมืองเมืองบางจันทร์ได้ พบเพียงวัดอินทารามที่พอเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า บ้านท่าไม้ อาจเป็นที่ตั้งของเมืองบางจันทร์ ในสมัยสุโขทัย การค้นพบในวันนี้ อาจตอบได้ว่า เมืองบางจันทร์มีจริง และสันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ ในบริเวณนี้อย่างแน่นอน แม้ยังไม่สามารถยืนยันด้วยหลักฐานทางโบราณคดีได้

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 11

วัดสังฆานุภาพ

วัดสังฆานุภาพ

มโนปณิธานในการก่อสร้างวัดสังฆานุภาพ

         หลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ตั้งใจจะพัฒนาพุทธอุทยานประวัติศาสตร์ 5,000 ปี ให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งประทานนามอารามขึ้นมาใหม่ว่า “วัดสังฆานุภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา, เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ, เพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อ พระมงคลเทพมุนี หลวงพอ่ วัดปากน้ำ ผู้เป็น มหาปูชนียาจารย์, เพื่อเป็นสถานที่ประกอบบุญพิธีของ พุทธศาสนิกชน, เพื่ออนุรักษ์และเชิดชูศิลปกรรม หรือ สถาปัตยกรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ประการสำคัญ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเอง และเพื่อการสร้างบุญกุศลเพิ่มขึ้นแก่พุทธศาสนิกชน ผู้ได้ ถวายจตุปัจจัยในโอกาสที่ได้รับอาราธนาไปปฏิบัติศานสกิจใน ที่ต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ ทุนทรัพย์การสร้างวัดในครั้งนี้ นอกจากคณะสงฆ์และสาธุชนทั้งหลายได้ร่วมบริจาคแล้ว “ที่เหลือล้วนเป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวของหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทั้งสิ้น”

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 40

วัดโขมงหัก

วัดโขมงหัก

ประวัติ
หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปสร้างด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ ในสมัยอาณาจักรสุโขทัยยังรุ่งเรือง โดยมีกำแพงเพชร เป็นเมืองหน้าด่าน เรียกว่า เมืองชากังราว ได้มีการจัดสร้างพระพุทธรูปขึ้นมากมาย ทั้งพระพุทธรูปตามวัดวาอารามต่างๆ และพระบูชา สันนิฐานว่าจะสร้างสมัย พระเจ้าลิไท พระราชโอรสของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมัยสุโขทัยยุคกลาง คือทำตามแบบสุโขทัยยุคต้น ส่วนมากมีอยู่ตามกรุเก่าตามแนวแม่น้ำมากมายหลายกรุ*หลวงพ่อโต*วัดโขมงหักเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี ค้นพบอยู่เดิมที่วัดโขมงหักแห่งนี้มานานแล้ว ก่อนที่วัดจะจัดตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการ ก่อนปี พ.ศ.๒๕๐๐

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 23

วัดสิงคาราม

วัดสิงคาราม

ประวัติ
อยู่ที่ตำบลสลกบาตร อำเภอขาณุวรลักษบุรี สนามกลางติดถนนสายสี่แยกไปอำเภอขาณุวรลักษบุรี และสายไปตำบลบ่อถ้ำ นครสวรรค์และกำแพงเพชร เป็นจุดศูนย์รวมหลายตำบล ถูกจัดตั้งขึ้นโดยพระครูวชิรณิติโสพณ ได้มีการสร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาธรรมสังเวช และเมรุ และเป็นที่นับถือของชาวสลกบาตร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 7

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

ประวัติ        
วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง) ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 บ้านปางใหม่พัฒนา ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความเชื่อและศรัทราของประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีเจ้าอาวาสชื่อ พระครูสังฆรักษ์ ปัญญาสีลโชโต (ธ) หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ "หลวงพ่อถัง" ชาวบ้านมีความเชื่อว่าท่านเจ้าอาวาสมีความสามารถพิเศษในการลงยันต์ และเสกคาถาอาคมลงบนถังตวงข้าวสาร หากใครนำไปบูชาแล้วจะทำมาค้าขายดี
นอกจากนี้ภายในวัดป่าเขาเขียว จัดให้มีพิพิธภัณฑ์ถังตวงข้าวแบบโบราณ และแบบสมัยใหม่หลายขนาดมากกว่า 1,000 ถัง เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิวัฒนาการการใช้มาตรการตวงทั้งในอดีตและปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 9

วัดกุฏิการาม

วัดกุฏิการาม

ประวัติ          
  วัดกุฏิการามปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 114 หมู่ 10 ถนนป่าเรไร (กำแพงเพชร-สุโขทัย) ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ 26 ไร่ 3 งาน 15 ตารางวา       
จากการบอกเล่าของผู้สูงอายุว่า พระใบฏีกากัน ยสปญโญ เดิมสังกัดอยู่ วัดไตรภูมิ ตำบลพรานกระต่าย อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยคณะศิษย์และคณะศรัทธา ได้พร้อมใจกันสร้างวัด ณ ที่ดินแปลงนี้เนื่องจากเห็นเป็นสภาพวัดเก่า อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก มีหลักฐานคือพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ เพื่อให้ประชาชนตำบลพรานกระต่าย ด้านทิศตะวันตกจะได้มีสถานที่สร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เมื่อได้ ก่อสร้างวัด ให้เจริญรุ่งเรืองแล้ว เปรียบได้เป็นวัดท้ายบ้าน วัดไตรภูมิเป็นวัดหัวบ้าน ของชาวอำเภอพรานกระต่าย
การก่อสร้างได้รับแรงศรัทธาจากสาธุชนเป็นอย่างดี จนกระทั่งในปี พ.ศ.2476 ได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 11 เมตร ลักษณะก่ออิฐถือปูน ภายในสากลมไม้มะค่าแต้ และอุโบสถหลังนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2482 และได้มีการจัดงานผูกพัทธสีมาอุโบสถ เมื่อ เดือน เมษายน พ.ศ.2483(สมัยพปัจจุบันวัดกุฏิการาม คือ เป็นสถานที่เล่าเรียนพระธรรมวินัยของพระภิกษุสามเณร ทั้งแผนกธรรม และบาลี มีพระภิษุ สามเณรอยู่ประจำ 40 รูป เป็นวัดที่เป็นศูนย์รวมการปกครองของคณะสงฆ์ อำเภอพรานกระต่ายและการอนุรักษ์งานประเพณีที่สำคัญ ฯระครูวินิจวชิรคุณ (กัน เมฆี))

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 14

วัดหนองปลิง

วัดหนองปลิง

ประวัติ           
บนเนินเขา ริมสายน้ำปิงลมพัดโบกโบยเย็นสบายตลอดทั้งวัน...ริมคลองบางทวน ดินแดนทางประวัติศาสตร์ ติดกับค่ายลูกเสือในปัจจุบัน....สถานที่งดงามตอนเหนือของตัวเมืองกำแพงเพชรที่ตำบลหนองปลิง สร้างตามหลักของฮวงจุ้ย มีวัดขนาดใหญ่วัดหนึ่งที่ดูสงบเงียบและงดงามและมีระเบียบ ออกจะแตกต่างจากวัดทั่วๆไป ที่สร้างตามแบบของกรมการศาสนา ที่มีการจัดวางและออกแบบเป็นพิมพ์เดียวกันหมดทำให้ขาดความน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์
        วัดที่สวยงามและออกแบบแปลกไม่เหมือนใครนี้คือวัดหนองปลิง การจัดการของวัดยึดประโยชน์การใช้สอย ให้เกิดประโยชน์ต่อมหาชน มากกว่า ท่านเจ้าอาวาส พระครูวิเชียรธรรมนาท หรือหลวงพ่อสีหนาท ใช้เวลาเพียง 6 ปี จัดการวัดหนองปลิง จนอยู่ในสภาพที่ เกิดประโยชน์และรับใช้สังคม มากกว่า เน้นไปที่การปฏิบัติ วิปัสนากรรมฐาน เพื่อให้มนุษย์เข้าใจในการมีสติ เมื่อปฏิบัติงาน ทุกประเภทการออกแบบ การใช้พื้นที่ของวัดด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ของพระครูวิเชียรธรรมนาททำให้อาคารขนาดใหญ่ สามชั้นที่ประกอบด้วย ..ห้องพัก ชั้นดีสำหรับผู้มาอาศัยปฏิบัติธรรม ชั้นที่2 เป็นห้องสำหรับประกอบพิธีบุญ และชั้นที่ 3 เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่ใช้อบรมสัมมนา ทำให้การจัดการของวัดนี้ จึงแตกต่างจากวัดอื่นๆ... ที่มุ่งสร้างคุณภาพของชีวิตของผู้คน..มากกว่าที่จะรับประโยชน์จากผู้คน
        ด้วยบุคลิกที่เป็นนักประชาสัมพันธ์. นักจัดการ นักบริหารและนักปกครอง ของท่านเจ้าอาวาส ทำให้วัดหนองปลิง กลายเป็นวัดที่น่าสนใจในสายตาของปัญญาชนอาจจะแปลกแยกกับวัดทั่วไปทำให้คนทั่วไปในบริเวณใกล้เคียงที่มีวิสัยทัศน์ดั้งเดิม มองวัดหนองปลิงด้วยสายตาที่แตกต่างและยังไม่เข้าใจดีพอพราะ เจตนารมณ์ของการสร้างวัดหนองปลิงอยู่ที่การสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนโชคดีของชาวกำแพงเพชร ที่ได้พบทางธรรมที่แตกต่างไม่สามัญเหมือนที่ปฏิบัติธรรมแห่งใด

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 16