วัดอินทาราม

วัดอินทาราม

วัดอินทาราม

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้ชม 11

[16.7225121, 99.4541113, วัดอินทาราม]

ประวัติ      
           เมืองบางจันทร์ เป็นเมืองสำคัญ ในสมัยสุโขทัย คู่กับเมืองบางพาน นักโบราณคดีคิดว่าหายสาบสูญไปจากสังคมไทย แต่เมื่อมาชมวัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้แล้ว ทำให้หวนคิดถึงเมืองบางจันทร์ ที่หายสาบสูญไป น่าจะใช่เมืองบางจันทร์ เมื่อชมโบราณสถานและโบราณวัตถุแล้ว ยิ่งมั่นใจมากขึ้น ว่าใช่เมืองบางจันทร์อย่างแน่นอน
           นัดกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัชวาลย์ ธรรมสอน แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร พบกันที่วัดอินทาราม เพื่อค้นหา เมืองบางจันทร์ด้วยกัน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2550 โดย มี อาจารย์เรืองศักดิ์ แสงทอง นักค้นคว้า ไปสังเกตการณ์ด้วย เมื่อพบโบสถ์ และวิหารวัดอินทารามรู้สึกประทับอย่างยิ่ง สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุถึงสมัยสุโขทัย อาจเป็นวัดหลวงแห่งเมืองบางจันทร์ที่เราตามหาก็อาจเป็นไปได้
           เดิมบริเวณนี้เรียกว่าดงตาจันทร์ บ้านตาจันทร์ ไปคล้องกับชื่อ เมืองบางจันทร์โดยบังเอิญ หรือโดยจริงแท้ ยังไม่สามารถสรุปได้ ประวัติการสร้างวัด อินทาราม สร้างเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2347 ราวสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ชื่อว่าเป็นวัดอินทารามโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2351 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2355 มีหลวงพ่อแก้ว เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และนายจันทร์เป็นผู้ถวายที่ดินสร้างวัด
           วัดอินทารามมีเจ้าอาวาส ติดต่อกันมา 12 รูป เจ้าอาวาสท่านปัจจุบันคือ พระครูถาวรวชิรสาร ท่านครองวัดตั้งแต่พ.ศ. 2517 จนถึงปัจจุบัน
           วัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร มีพระอุโบสถและพระวิหาร ที่มีลักษณะงดงามมาก พบพระพุทธรูปโบราณอย่างมากมาย ศิลปะเชียงแสน สุโขทัย อยุธยา มากมายหลายองค์ แต่ที่น่าสังเกตคือ ทั้งโบสถ์และวิหาร ทำลูกกรงเหล็กล้อมพระไว้อย่างน่าสงสัยว่า ทำไมผู้ร้าย นักโจรกรรมทำไมมากมายนัก น่าสลดหดหู่กับภาพที่เห็น
           เมืองไทยเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา แต่การโจรกรรม พระพุทธรูปพระบูชาพระเครื่อง
ยังมีอยู่ทุกหัวระแหง อาจต้องตั้งคำถามว่าทำไม พระพุทธรูปต้องถูกล้อมกรอบด้วยลูกกรงเช่นนี้
แล้วเรายังไม่มีความอับอาย ชาวต่างชาติหรือคนไทยร่วมชาติ หรือ ใครจะตอบได้ช่วยพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย
           เราไม่สามารถค้นพบ แนวกำแพงเมืองแนวคูเมืองเมืองบางจันทร์ได้ พบเพียงวัดอินทารามที่พอเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า บ้านท่าไม้ อาจเป็นที่ตั้งของเมืองบางจันทร์ ในสมัยสุโขทัย การค้นพบในวันนี้ อาจตอบได้ว่า เมืองบางจันทร์มีจริง และสันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ ในบริเวณนี้อย่างแน่นอน แม้ยังไม่สามารถยืนยันด้วยหลักฐานทางโบราณคดีได้

เจ้าอาวาส      พระครูถาวรวชิรสาร

คำสำคัญ : วัด

ที่มา :

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=939&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดดงตาจันทร์

วัดดงตาจันทร์

ประวัติ
วัดดงตาจันทร์ ตั้งวัดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2544 มีเรื่องอยู่ว่าชาวบ้านดงตาจันทร์ มาจากจังหวัดต่างๆด้วยกันทั้งนั้นจึงคิดสร้างสำนักสงฆ์ขึ้น โดยมีนายหยด นายเจริญ นายอ้น นายจิ๋ว และนายถาวร ร่วมกับอุบาสกอุบาสิกา รวมกันเป็นสำนักสงฆ์ ขึ้น และได้ขออนุญาตสร้างวัดขึ้นและได้ขออนุญาตสร้างวัดขั้นเมื่อ พ.ศ.2507 และมพระภิกษุจำพรรษาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 6

วัดวังน้ำแดง

วัดวังน้ำแดง

ประวัติ        
    วัดวังน้ำแดง ตั้งอยู่ที่บ้านวังน้ำแดง หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งทรายอำเภอทรายทองวัฒนาจังหวัดกำแพงเพชร วัดวังน้ำแดงตั้งวัดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ 2521 โดยให้ใช้ชื่อวัดว่าวัดวังน้ำแดง เพราะสมัยก่อนน้ำในลำคลองของหมู่บ้านมีสีแดง ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ 2524 เจ้าอาวาสคือพระครูถาวรวัชรคุณ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 7

วัดอุทุมพร

วัดอุทุมพร

ประวัติ         วัดอุทุมพร ตั้งอยู่เลขที่ 076 บ้านท่าเดื่อ หมู่ 1 ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 7 ไร่ 80 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว 72 วา ติดต่อกับลำคลองสวนหมาก ทิศใต้ยาว 72 วา ติดต่อกับที่ดินของนายพูล สุวรรณดี ทิศตะวันออกยาว 40 วา ติดต่อกับที่ดินของนางเทอม ขำแนม ทิศตะวันตกยาว 40 วา ติดต่อกับคลองซอย และที่ดินของนายยม ป้อมภา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ อยู่ริมคลองสวนหมาก อาคารเสนาสนะต่างๆ มีศาลาการเปรียญกว้าง 14 เมตร ยาว 58 เมตร สร้าง พ.ศ. 2522 กฎีสงฆ์ จำนวน 4 หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานรูปปั้น 1 องค์ (หลวงพ่อสัมฤทธิ์)
อุทุมพร กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2420 ชาวบ้านเรียก “วัดท่าเดื่อ” ตามชื่อบ้าน มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา 5 รูป สามเณร 1 รูป มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการทางตั้งอยู่ในวัดนี้ด้วย ซึ่งทางวัดได้ให้การอนุเคราะห์ด้วยดีตลอดมา
เจ้าอาวาสมี 7 รูป คือ รูปที่ 1 พระอาจารย์ยุทธ รูปที่ 2 พระอาจารย์ปุ่น รูปที่ 3 พระอาจารย์จำรอง รูปที่ 4 พระอาจารย์สนิท รูปที่ 5 พระอาจารย์เชื้อ รูปที่ 6 พระอาจารย์วอ รูปที่ 7 พระอธิการวงษ์ ภูริปญฺโญ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2511 เป็นต้นมา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 8

วัดสามขา

วัดสามขา

ประวัติ
วัดสามขา ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลเทพนิมิตอำเภอบึงสามัคคีจังหวัดกำแพงเพชร วัดสามขาตั้งวัดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมพ.ศ 2532 โดยมีนายบุญส่งประมูลและชาวบ้านร่วมใจกันสร้างวัดและพัฒนามาตลอดจนปัจจุบัน ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 10

วัดวังประดา

วัดวังประดา

ประวัติ       
     วัดวังประดา ตั้งอยู่ที่หมู่ 12 ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร วัดวังประดาตั้งวัดเมื่อวันที่ 28 เดือนธันวาคมพ.ศ 2533 มีพระประธานประจำศาลาการเปลี่ยนขนาดหน้าตักกว้าง 29 นิ้วสูง 36 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2519 ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 15 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เจ้าอาวาสวัดคือ พระฐปกรอินุทาโก  (รก.)

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 24

วัดป่าไทรงาม

วัดป่าไทรงาม

ประวัติ        
    ดำริ หลวงปู่อินทร์  จนฺทูปโม พระสงฆ์ที่ชาวไทรงามและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ให้ความเคารพเป็นอย่างสูง เพราะท่านเป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง ได้เคยดำริว่าอยากจะสร้างวัดกรรมฐานสักวัดหนึ่งในอำเภอไทรงาม แต่ไม่ทันที่จะดำเนินการ เนื่องจากท่านมรณภาพเสียก่อน ยังความโศกเศร้าและเสียดายแก่ศรัทธาญาติโยมยิ่งนัก
            ริเริ่ม พ.ศ.๒๕๒๔ ผู้ใหญ่ม้วน  เทียนสันต์ บริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัด จำนวน ๑๒ ไร่ เป็นการสนองเจตนาของหลวงปู่ และได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันตามกำลังความสามารถ สร้างกุฏิและศาลาชั่วคราว ให้พระสงฆ์ได้อยู่เจริญกรรมฐานภาวนา ขณะนั้นท่านพระอาจารย์ละมาย  ลาภสมฺปนฺโน ได้เดินธุดงค์มาจากภาคอีสาน ผู้ใหญ่ม้วนพร้อมด้วยอุบาสก อุบาสิกา ได้กราบอาราธนานิมนต์ให้อยู่โปรดศรัทธาญาติโยม นอกจากนี้ยังได้รับเมตตาจาก หลวงพ่อจันทร์   อินฺทวีโร วัดป่าบึงเขาหลวง จังหวัดอุบลราชธานี(สาขาที่ ๒ ของวัดหนองป่าพง) ส่งพระภิกษุ สามเณร มาอยู่จำพรรษา และตั้งชื่อว่า “สำนักสงฆ์ไทรงามอินทาราม”
            พัฒนา ในปี พ.ศ.๒๕๒๕ พระอาจารย์ละมาย เห็นว่าที่ตั้งวัดคับแคบและอยู่ใกล้หมู่บ้านเกินไป จึงย้ายมาปรับปรุงและขยายพื้นที่ ปลูกต้นไม้จัดเขตวัดให้เป็นสัดส่วน บนเนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ และพัฒนาบุคคลไปพร้อมกัน โดยการจัดอบรมปฏิบัติธรรม และจัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเป็นประจำทุกปี ทำให้มีธรรมทายาทสืบทอดกันอย่างต่อเนื่อง สามเณรที่บรรพชาภาคฤดูร้อนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในข้อวัตรข้อปฏิบัติ และตั้งใจว่าถ้าจะอุปสมบท ต้องมาอุปสมบทที่วัดไทรงาม พระอาจารย์ได้นิมนต์ครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐาน ซึ่งเป็นศิษย์ของ หลวงปู่ชา  สุภทฺโท แห่งวัดหนองป่าพง มาอบรมศรัทธาญาติโยมในทุก ๆ ปี และวัดไทรงามได้รับการจัดตั้งเป็น สาขาที่ ๖๘ ของวัดหนองป่าพง
            อุปถัมภ์ บุญของชาวไทรงาม ในปี พ.ศ.๒๕๓๐ พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย  ฐิตวิริโย) แห่งวัดเขาสุกิม ได้นำคณะศิษย์จำนวนมากมาแวะเยี่ยมวัดไทรงาม ได้เห็นข้อวัตรข้อปฏิบัติที่เคร่งครัดของพระภิกษุ สามเณร และญาติโยม จึงได้รับนิมนต์และรับอุปถัมภ์เป็นประธานทอดกฐินที่วัดไทรงามทุกปี รวมทั้งรับเป็นสาขาอุปถัมภ์ของวัดเขาสุกิมอีกด้วย
            สืบต่อ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๓ กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศรับรองสำนักสงฆ์ไทรงามอินทาราม ให้จัดตั้งเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ชื่อ “วัดไทรงาม” และเนื่องจากพระอาจารย์ละมาย  ลาภสมฺปนฺโน มีภารกิจต้องสร้างวัดอีกแห่งหนึ่ง จึงได้ปรึกษากับคณะกรรมการวัดและศรัทธาญาติโยม ให้นิมนต์ พระสง่า  อุฏฺฐาโน เป็นเจ้าอาวาส และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดไทรงาม ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๓๓ ได้สานต่องาน ทุ่มเท เสียสละ เพื่อพระพุทธศาสนา และได้รับการแต่งตั้งจากมหาเถรสมาคม เป็น “พระครูโสภณวชิรกิจ (สง่า  อุฏฺฐาโน)” วัดไทรงาม อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร ตำแหน่ง พระครู เจ้าอาวาสวัดราษฎร์
            วัดไทรงาม ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ ๑๕๐ ไร่ เป็นวัดป่าสายปฏิบัติ สถานที่สำหรับประพฤติปฏิบัติ ฝึกฝน อบรม พระภิกษุ สามเณร ผู้มุ่งสู่ความพ้นทุกข์ นำพาไปสู่การเป็นสมณะที่งดงาม ด้วยการรักษาวัตรปฏิบัติตามธรรมวินัย อันจะเป็นเหตุให้เกิดความเลื่อมใสแก่ผู้พบเห็น ต่อมาได้เป็นศูนย์กลางการอบรมสั่งสอน ตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา ให้กับนักปฏิบัติธรรม เป็นสถานที่ฝึกอบรมคุณธรรม จริยธรรม ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ศูนย์ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกำแพงเพชรแห่งที่ ๑”

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 8

วัดคฤหบดีสงฆ์

วัดคฤหบดีสงฆ์

ประวัติ         

   อยู่ที่บ้านท่าพุทรา หมู่ที่ 3 ตำบลท่าพุทรา อำเภอคลองขลุง ห่างจากถนนสายพหลโยธิน ประมาณ 200 เมตร ถ้าเดินทางจากจังหวัดนครสวรรค์ ไปทางเหนือตามถนนพหลโยธิน ทางวัดจะอยู่ทางขวามือ จะมีป้ายบอกทางเข้าบ้านท่าพุทรา ระหว่าง กิโลเมตรที่ 83-84 และ จากจังหวัดกำแพงเพชร ไปทางใต้ตามถนนสายพหลโยธิน ทางเข้าวัดจะอยู่ทางซ้ายมือระหว่างกิโลเมตรที่ 37-38 มีป้ายบอกว่าเข้าบ้านท่าพุทรา

          วัดนี้เป็นเก่าแก่วัดหนึ่งในเขตอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร คงมีอายุเป็นร้อยปี ทั้งนี้ เพราะมีคนแก่ที่บ้านท่าพุทราเองเล่าให้ฟังว่า เมื่อเกิดมาจำความได้ก็เห็นมีวัดมาแล้วอย่างนี้ ตามที่สันนิษฐานดูแล้ว บ้านท่าพุทราเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มาก ตามปกติคนไทยเรานับถือพระพุทธศาสนา มีศาสนาพุทธเป็นที่พึ่งทางจิตใจ เมื่อไปอยู่ที่แห่งใดก็ต้องสร้างวัดขึ้นมา พร้อมกับหมู่บ้านเพื่อเป็นที่ทำบุญ และเพื่อเป็นที่ประกอบการกุศลอื่น ๆ อีก เช่น บวชลูกหลานเป็นต้น เพราะคนไทยถือว่า ถ้าเป็นผู้ชายเมื่ออายุครบ  20 ปี บริบูรณ์  จะต้องบวชพระกันทุกคน ถ้าไม่บวชเรียกว่าคนดิบ ฉะนั้น วัดท่าพุทรานี้ก็คงจะสร้างขึ้นมาพร้อมกับบ้านท่าพุทรา ถึงจะหลังบ้างก็คงไม่กี่ปี แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่มีใครทราบแน่นอนว่าสร้างกันขึ้นมาแต่เมื่อไร ต่อมาได้รับเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อ พ.ศ.2511

           ที่ดินที่สร้างวัดมีจำนวน 20 ไร่ 2 งาน 54 ตารางวา ทิศเหนือจดที่ดินนายยั้ว คชวารี ทิศใต้จดถนนกรมทางเข้าตลาดท่าพุทรา ทิศตะวันออกจดแม่น้ำปิง ทิศตะวันตกจดคลองยาง

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 10

วัดสิงคาราม

วัดสิงคาราม

ประวัติ
อยู่ที่ตำบลสลกบาตร อำเภอขาณุวรลักษบุรี สนามกลางติดถนนสายสี่แยกไปอำเภอขาณุวรลักษบุรี และสายไปตำบลบ่อถ้ำ นครสวรรค์และกำแพงเพชร เป็นจุดศูนย์รวมหลายตำบล ถูกจัดตั้งขึ้นโดยพระครูวชิรณิติโสพณ ได้มีการสร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาธรรมสังเวช และเมรุ และเป็นที่นับถือของชาวสลกบาตร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 7

วัดหัวทุ่งน้อย

วัดหัวทุ่งน้อย

 

ประวัติ   
วัดหัวทุ่งน้อย ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลคลองสมบูรณ์ อำเภอ คลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 11 ไร่ 3 งาน 29ตารางวา ที่ดิน ส.ป.ก. มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 50 นิ้ง สูง 200 นิ้ว ปูชนียวัตถุอื่นๆ พระเจดีย์พระธาตุ วิหารพระเจ้าทันใจ วัดหัวทุ่งน้อย ตั้งวัดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ผู้ใหญ่สำราญ พุทธเสม ได้นำชาวบ้านสร้างวัด เริ่มแรกสร้างได้เพียงศาลสทำจากไม้ทั้งหลัง และนิมนต์หลวงพ่อวินัยธร (น้อย ปุญญกาโม) เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 6

วัดตะเคียนทอง

วัดตะเคียนทอง

ประวัติ        
  เริ่มก่อตั้งวัดเมื่อปีพุทธศักราช 2523 ถึงปีพุทธศักราช 2525 ได้มีประชากรจากหลายพื้นที่อพยพเข้ามาอยู่หลายครอบครัว อาชีพเกษตรกรรมจนกลายเป็นหมู บ้านหว้าหมู่บ้านวังปลากรายวันหนึ่งหลวงปู่พิมพาธัมมวโร เจ้าอาวาสวัดหนองตางูอำเภอบรรพตพิสัยจังหวัดนครสวรรค์ วังปลากราย วิสัยทัศน์แห่งบุญบารมีอันกว้างไกลของท่านท่านใดพบเห็นสถานที่ตั้งวัดปัจจุบัน ว่ามีความเหมาะสมที่จะสร้างวัดโดยระหว่างทางท่านได้พบกับชาวบ้านคนหนึ่งชื่อว่าได้สนวนเจนจบและนายสงวนจึงไปฉันเพลที่บ้าน ระหว่างนั้นหลวงปู่พิมพาต้องสอบถามว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นของใครก็ได้คำตอบว่าเป็นของนายเจียว ในเวลาต่อมา พิมพาได้ขอบิณฑบาตที่จะกล่าวจากไหนเกี่ยวกับวัดและธัญพืชกฤษณาคำว่าที่ตรงนี้เป็นวัดจะทำหุ่นดี วิชามารอยู่ จากนั้นชาวบ้านจึงรวมตัวกันสร้างวัดหลวงปู่พิมพาเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างด้วยตัวของท่านเองหลวงปู่พิมพาไม่ตั้งชื่อวัดนี้ว่า ตะเคียนทอง คลองต้นตะเคียนทองที่ยั่งยืนต้นจนปัจจุบันและอนาคตรุ่นสร้างศาลาได้พบวัตถุโบราณหลายชิ้นด้วยกันส่วนใหญ่จะแตกหักเสียหายชาวบ้านจึงแจ้งกรมศิลปากรสร้างขึ้นเมื่อตรวจสอบได้กรมศิลปากรสันนิษฐานว่า วัดเก่าโบราณ ชาวบ้านร่วมกันสร้างศาลาแล้วในเวลาต่อมาชาวบ้านคลองกรรมการวัดได้ดำเนินการขออนุญาตตั้งแป้นพิมพ์แบบแผนของทางราชการถูกต้องครบถ้วนโดยแจ้งขึ้นทะเบียนว่าเป็นวัดกลางตามหลักฐานของกรมศิลปากรและจากนั้นล้มผู้ปิดทองหลังพระก็ดูแลวัดตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2520 548 โดยมีพระสงฆ์ผู้นำวัดเข้ามาบริหารวัด ลักษณะนาม วิธีสร้างรูปหล่อของท่านเองเท่าองค์จริง และชาวบ้านวังปลากราย ขออัญเชิญรูปหล่อหลวงปู่พิมพารุ่นแรกต่างประ พระวิหารวัดวังตะเคียนทองจนปัจจุบัน ปัจจุบันวัดวังตะเคียนทองมีพระอธิการมูลจรณะทำโบว์ติดช่อว่าอะไรและมีหลวงพ่อพนมสถานที่สุดโรเท่าที่มีลูกศิษย์มากมายต่างให้การยอมรับของวิชาอาคมต่างๆ สมดังคำที่หลวงปู่พิมพา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 6