วัดอินทาราม

วัดอินทาราม

วัดอินทาราม

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้ชม 73

[16.7225121, 99.4541113, วัดอินทาราม]

ประวัติ      
           เมืองบางจันทร์ เป็นเมืองสำคัญ ในสมัยสุโขทัย คู่กับเมืองบางพาน นักโบราณคดีคิดว่าหายสาบสูญไปจากสังคมไทย แต่เมื่อมาชมวัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้แล้ว ทำให้หวนคิดถึงเมืองบางจันทร์ ที่หายสาบสูญไป น่าจะใช่เมืองบางจันทร์ เมื่อชมโบราณสถานและโบราณวัตถุแล้ว ยิ่งมั่นใจมากขึ้น ว่าใช่เมืองบางจันทร์อย่างแน่นอน
           นัดกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัชวาลย์ ธรรมสอน แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร พบกันที่วัดอินทาราม เพื่อค้นหา เมืองบางจันทร์ด้วยกัน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2550 โดย มี อาจารย์เรืองศักดิ์ แสงทอง นักค้นคว้า ไปสังเกตการณ์ด้วย เมื่อพบโบสถ์ และวิหารวัดอินทารามรู้สึกประทับอย่างยิ่ง สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุถึงสมัยสุโขทัย อาจเป็นวัดหลวงแห่งเมืองบางจันทร์ที่เราตามหาก็อาจเป็นไปได้
           เดิมบริเวณนี้เรียกว่าดงตาจันทร์ บ้านตาจันทร์ ไปคล้องกับชื่อ เมืองบางจันทร์โดยบังเอิญ หรือโดยจริงแท้ ยังไม่สามารถสรุปได้ ประวัติการสร้างวัด อินทาราม สร้างเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2347 ราวสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ชื่อว่าเป็นวัดอินทารามโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2351 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2355 มีหลวงพ่อแก้ว เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และนายจันทร์เป็นผู้ถวายที่ดินสร้างวัด
           วัดอินทารามมีเจ้าอาวาส ติดต่อกันมา 12 รูป เจ้าอาวาสท่านปัจจุบันคือ พระครูถาวรวชิรสาร ท่านครองวัดตั้งแต่พ.ศ. 2517 จนถึงปัจจุบัน
           วัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร มีพระอุโบสถและพระวิหาร ที่มีลักษณะงดงามมาก พบพระพุทธรูปโบราณอย่างมากมาย ศิลปะเชียงแสน สุโขทัย อยุธยา มากมายหลายองค์ แต่ที่น่าสังเกตคือ ทั้งโบสถ์และวิหาร ทำลูกกรงเหล็กล้อมพระไว้อย่างน่าสงสัยว่า ทำไมผู้ร้าย นักโจรกรรมทำไมมากมายนัก น่าสลดหดหู่กับภาพที่เห็น
           เมืองไทยเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา แต่การโจรกรรม พระพุทธรูปพระบูชาพระเครื่อง
ยังมีอยู่ทุกหัวระแหง อาจต้องตั้งคำถามว่าทำไม พระพุทธรูปต้องถูกล้อมกรอบด้วยลูกกรงเช่นนี้
แล้วเรายังไม่มีความอับอาย ชาวต่างชาติหรือคนไทยร่วมชาติ หรือ ใครจะตอบได้ช่วยพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย
           เราไม่สามารถค้นพบ แนวกำแพงเมืองแนวคูเมืองเมืองบางจันทร์ได้ พบเพียงวัดอินทารามที่พอเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า บ้านท่าไม้ อาจเป็นที่ตั้งของเมืองบางจันทร์ ในสมัยสุโขทัย การค้นพบในวันนี้ อาจตอบได้ว่า เมืองบางจันทร์มีจริง และสันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ ในบริเวณนี้อย่างแน่นอน แม้ยังไม่สามารถยืนยันด้วยหลักฐานทางโบราณคดีได้

เจ้าอาวาส      พระครูถาวรวชิรสาร

คำสำคัญ : วัด

ที่มา :

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=939&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดเขาวังเจ้า

วัดเขาวังเจ้า

ประวัติ     
       ประวัติความเป็นมาของวัดเขาวังเจ้า วัดเขาวังเจ้า ได้เริ่มสร้างมาตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๘ หรือ ๒๕๑๙ เนื่องด้วย พระครูนาควัชราธร (หลวงพ่อวิชัย ปสนฺโน ) อดีตเจ้าอาวาสวัดนาควัชรโสภณ ( ว้ดช้าง ) เจ้าคณะอำเภอเมือง กำแพงเพชร -พิจิต (ธ) ได้เห็นสถานที่ของเขาวังเจ้านี้ ว่ามีภูมิศาสตร์ที่ดี สมควรที่จะสร้างเป็นวัดใว้ให้เป็นที่บำเพ็ญสมณะธรรมของพระภิกษุ และเป็นศูญรวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ใว้เป็นที่บำเพ็ญกุศลต่อไปในอนาคตภายหน้า จึงได้เชิญชวนศิษยานุศิษย์ ชาวบ้าน และผู้มีจิตศรัทธา ดำเนินการก่อสร้างวัดบริเวณเชิงเขาวังเจ้า ติดถนนทางหลวงหมายเลข ๑ ระหว่างเขตรอยต่อ จ.กำแพงเพชร และ จ.ตาก ติดหมู่บ้านวังเจ้า จึงได้ตั้งเชื่อวัดว่า (วัดเขาวังเจ้า) เพราะเดิมชาวบ้านเขาเรียกว่าบ้านวังเจ้าทั้งสองเขต
โดยมีนายฝอ เลาหพิบูลรัตนา เป็นผู้ซื้อที่ดินถวายให้สร้างเป็นวัด มีเนื้อที่ดินจำนวน ๖๓ ไร่ ๒ งาน ระหว่างการสร้างวัดอยู่นั้น หลวงพ่อวิชัยก็ได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่กับทางหน่วยราชการไปพร้อมๆกัน ได้ขออนุญาติสร้างวัดในปี พ.ศ.๒๕๑๙ และได้รับการตั้งเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานวิสุงคามสีมา ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑
และต่อมา หลวงพ่อวิชัย ก็ส่งให้ลูกศิษย์คนสำคัญที่เป็นพระหลานชายของท่านเอง ให้มาอยู่เพื่อมาพัฒนาวัดเขาวังเจ้า พระภิกษุรูปนั้นก็คือ พระครูอรุณธรรมพิลาส (หลวงพ่ออาทิตย์ อรุโณ )นั่นเอง ...เมื่อหลวงพ่ออาทิตย์ท่านมาอยู่แล้วก็ได้มาพัฒณาวัดเขาวังเจ้าให้มีความเจริญรุ่งเรืองจนเป็นบึกแผ่นดีแล้ว ท่านก็ได้ ระสังขาร มรณะภาพ ไปในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ส่วนข้าพเจ้าเองที่เป็นลูกศิษย์ท่าน แค่มาสานต่อในสิ่งที่พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านได้ทำเข้าใว้

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 73

วัดโขมงหัก

วัดโขมงหัก

ประวัติ
หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปสร้างด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ ในสมัยอาณาจักรสุโขทัยยังรุ่งเรือง โดยมีกำแพงเพชร เป็นเมืองหน้าด่าน เรียกว่า เมืองชากังราว ได้มีการจัดสร้างพระพุทธรูปขึ้นมากมาย ทั้งพระพุทธรูปตามวัดวาอารามต่างๆ และพระบูชา สันนิฐานว่าจะสร้างสมัย พระเจ้าลิไท พระราชโอรสของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมัยสุโขทัยยุคกลาง คือทำตามแบบสุโขทัยยุคต้น ส่วนมากมีอยู่ตามกรุเก่าตามแนวแม่น้ำมากมายหลายกรุ*หลวงพ่อโต*วัดโขมงหักเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี ค้นพบอยู่เดิมที่วัดโขมงหักแห่งนี้มานานแล้ว ก่อนที่วัดจะจัดตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการ ก่อนปี พ.ศ.๒๕๐๐

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 179

วัดบ้านไร่

วัดบ้านไร่

ประวัติ        
    วัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)
“วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๕๖ เวลา ๕ โมงเช้า ถึงวัดบ้านไร่ วัดนี้เป็นสำนักสงฆ์ เพิ่งตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมศกนี้  มีพระ ๔ รูป พระปลั่ง พรรษา ๑๘ เป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านมาเฝ้าราว ๑๕๐ คน”
ข้อความบางส่วนจาก จดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส  เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ ในมณฑลฝ่ายเหนือ  ที่บันทึกถึงวัดบ้านไร่
พระปลั่ง ผู้สร้างวัดบ้านไร่คือ พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  (ปลั่ง  พรหมโชโต)  เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ และเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร
จากบันทึกของ นายริ้ว โทเมฆ  การสร้างวัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)   เมื่อปี พุทธศักราช ๒๔๕๕ บ้านไร่มีประชากร ประมาณ ๕๐ หลังคาเรือน เมื่อต้องทำพิธีกรรมทางศาสนา ชาวบ้านต้องไปทำที่วัดราชพฤกษ์ศรัทธาราม ตำบลหนองปลิง ซึ่งอยู่คนละฝั่งแม่น้ำปิง ลำบากมาก
ผู้ริเริ่มสร้างวัดใหม่ที่หมู่บ้านไร่ คือ นายชวน เที่ยงตรง  ท่านจึงได้เป็นผู้นำ ในการหารือชาวบ้านไร่ ว่าสมควรสร้างวัดบ้านไร่ หรือไม่ ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นสมควรให้สร้างวัดใหม่ ที่บ้านไร่  โดยได้รับการบริจาคที่ดิน จาก  นางน้อม หนูเที่ยง และนางสกุล ซึ่งมีที่ดินอยู่กลางหมู่บ้าน  มีความกว้าง ๔๐ วา  ความลึก ตามที่คณะกรรมการวัดต้องการ ชาวบ้านได้ไปนิมนตร์พระอาจารย์ปลั่ง ( พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  ) มาเป็นประธานในการก่อสร้างวัดบ้านไร่ เพราะบริเวณบ้านไร่ มีญาติพี่น้องของพระอาจารย์อยู่หลายท่าน  (เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ) มีพระอาจารย์ปลั่งเป็นเจ้าอาวาส อยู่ สามปี พระอาจารย์ปลั่ง ได้ให้นามวัดนี้ว่า วัดราษฎร์เจริญพร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 72

วัดหนองบง

วัดหนองบง

ประวัติ           
วัดหนองบง ตั้งอยู่ที่หมู่ 21 ตำบลโกสัมพี อำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร เบอร์โทรศัพท์ 086 901 1786 วัดหนองวงตั้งวัดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมพ.ศ 2553 โดยมีผู้ใหญ่บ้านคือสิบตรีเทียนชัยสระทองล้วน เป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตตั้งวัด มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัย และสมาธิขนาดหน้าตักกว้าง 40 นิ้วสูง 76 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2538 เจ้าอาวาสวัดคือพระอธิการสมเด็จอรุโณ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 57

วัดอ่างทอง

วัดอ่างทอง

ประวัติ
วัดอ่างทองเป็นวัดใหม่เริ่มสร้างเมื่อก่อนปี พ.ศ.2480 เจ้าอาวาสเริ่มแรก หลวงพ่อโบ หลวงพ่อวุฒิ หลวงพ่อพระครูวชิระ ปัจจุบันยังไม่มีเจ้าอาวาส แต่มีพระบำรุงอภิชโว เทียนสี  ( พระรักษาการ ) พระบุศยืน ( พระผู้ช่วย ) ที่ดินจำนวน 12 ไร่ 3 งาน มีอุโบสถ 1 หลัง ศาลาการเรียนรู้ 1 หลัง กุฏิสงฆ์เกือบ 20 ห้อง หอฉัน 

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 55

วัดปากอ่าง

วัดปากอ่าง

ประวัติ         
   วัดปากอ่างในเป็นวัดใหม่ เริ่มสร้างเมื่อประมาณ 2525 แต่เดิมเริ่มแรกชื่อสํานักวิปัสสนาอุทัยทอง และยังไม่ได้เป็นวัดเพราะไม่มีพระอุโบสถ ที่ดินเริ่มแรกประมาณ 10 ไร่ มากกว่า 15 ไร่ เจ้าอาวาสพระครูประคุณวชิราภรณ์ ปัจจุบันเป็นเจ้าคณะตำบลอ่างทอง และยังเป็นอุปฌาย

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 58

วัดวังทอง

วัดวังทอง

ประวัติ     
       วังทอง ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลวังทองอำเภอเมืองกำแพงเพชรจังหวัดกำแพงเพชร วัดวังทองตั้งวัดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ. ศ. 2540 โดยนายตันนายเชียง ใจหลัก ชาวบ้านวังทอง เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัด โดยนิมนต์หลวงพ่อเหน่ง ซึ่งเป็นพระภิกษุที่มาพำนัก ณบ้านวังทอง ให้มาพำนักวัดที่สร้างนี้ โดยชาวบ้านร่วมกันสร้างอาคาร เสนาสนะ ต่อมา นายจรูญ และนางเม้า ยอดจิ๋ว ได้บริจาคที่ดินประมาณ 2 ไร่ ให้ขุดสระไว้ใช้ในฤดูร้อนประมาณปีพ.ศ 2529 หลวงพ่อเหน่ง ได้นิมนต์พระอาจารย์เมฆ มาดูแลวัดวังทอง ต่อมาประมาณปีพ.ศ 2537 พระอาจารย์เมฆ ได้ดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดิน จากกรมป่าไม้เพื่อความถูกต้อง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 27 มกราคมพ.ศ 2548 เขตวิสุงคาม สีมา กว้าง 30 เมตรยาว 60 เมตร เจ้าอาวาส พระครูสุวรรณวชิรกิจ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 59

วัดหนองปากดง

ประวัติ     

       วัดหนองปากดง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหลวง อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร วัดหนองปากดงตั้งวัดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมพ.ศ 2552 เมื่อพ.ศ 2528 ชาวบ้านหนองปากดงและครอบครัวและญาติของนางชลอ  พะโยม ได้ร่วมกันบริจาคที่ดินประมาณ 7 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวาเพื่อการสร้างวัด ภายหลังทางวัดได้ซื้อที่ดินเพิ่มรวมเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 50 นิ้วสูง 90 นิ้ว เจ้าอาวาสวัดคือพระอธิการอุดม เทวธนโม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 58

 วัดบาง

วัดบาง

โบสถ์วัดบาง วัดแห่งนี้อยู่ท่ามกลางย่านเศรษฐกิจของกำแพงเพชร ด้านหนึ่งติดถนนราชดำเนิน 1 ด้านหนึ่งติดถนนเจริญสุข เมื่อเข้ามาในวัดจะมีบรรยากาศโล่งกว้าง ประกอบด้วยอาคาร (เสนาสนะ) ต่างๆ กระจายกันไป โดยมีเขตสังฆาวาสอยู่แยกออกไปอีกด้านหนึ่งอย่างชัดเจน โบสถ์หรืออุโบสถอยู่ตรงกลางของพื้นที่ มีวิหารหลวงพ่อเพชรอยู่เยื้องออกไปด้านข้าง มุขด้านหลังของอุโบสถล้อมด้วยกระจกใสรอบด้าน ก่อนที่จะเข้าไปไหว้พระกันอยากจะกล่าวถึงประวัติของวัดบางแห่งนี้กันก่อนดังนี้
วัดบางเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองกำแพงเพชร สันนิษฐานว่าที่ชื่อวัดบางคงเป็นเพราะที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับคลองน้ำ ซึ่งแยกจากแม่ปิงไปสู่ "หนองรี" คลองน้ำดังกล่าวเรียกว่า "บาง" เมื่อวัดมาตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ จึงตั้งชื่อ "วัดบาง"

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 50

วัดแก้วสุริย์ฉาย

วัดแก้วสุริย์ฉาย

ประวัติ         
   เจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย และเจ้าคณะตำบลลานกระบือ เล่าประวัติวัดแก้วสุริย์ฉายว่า ได้สร้างราวพุทธศักราช 2400 ในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ผู้ที่ยกที่ดินให้สร้างวัดคือ นายแก้ว และนางฉาย ประชาชนจึงร่วมกันสร้างวัดขึ้น ณ ที่ดินแห่งนี้และขนานนามวัดแห่งนี้ว่า “วัดแก้วสุริย์ฉาย”
    ในวัดประดิษฐาน หลวงพ่อขำ หลวงพ่อกลับ ซึ่งมีรูปหล่อของท่านทั้งสอง อยู่ในศาลา กลางวัด ว่าท่านทั้งสองเป็นพระอาจารย์ของ เจ้าอธิการยี้ และได้รับการถ่ายถอดวิทยาคุณ จากพระอาจารย์ของท่าน คือหลวงพ่อขำ เป็นอาจารย์ของหลวงพ่อกลับ หลวงพ่อกลับเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อไสว (พระครูวินิจวชิรคุณ) หลวงพ่อไสวเป็นอาจารย์ของเจ้าอธิการยี้ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ทรงวิทยาคุณทางคาถาอาคมยิ่ง เป็นที่พึ่งหลักทั้งทางธรรมะ และทางโลก พระเจดีย์โบราณ สององค์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของเจ้าอาวาสและผู้ที่มีพระคุณต่อวัด และพระอุโบสถ ซึ่งเป็นโบสถ์สมัยโบราณที่ถมดินขึ้นมาสูงมากทำให้ อาคารพระอุโบสถและพระวิหารเสียรูปทรงไป ในโบสถ์มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นพระประธาน เมื่อสังเกตโดยละเอียด พบว่า ได้นำปูนไปฉาบพระองค์ไว้ จึงอาจสันนิษฐานได้ว่ามี พระที่เป็นโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งที่มีคุณค่ามาก มีพระวิหารอยู่หลังพระอุโบสถ เป็นวิหารเก่า ที่ได้รับการบูรณะเปลี่ยนรูปทรงไป แต่ก็ยังดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมกำแพงเพชร ในสมัยรัตนโกสินทร์ ในศาลาใหญ่มีชมรมผู้สูงอายุ มาชุมนุมจำนวนมาก ได้จัดกิจกรรมร่วมกัน ทั้งการออกกำลังกาย และกิจกรรมบันเทิง นับว่าเป็นการจัดตั้งได้อย่างงดงามมาก

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 70