วัดหงษ์ทอง

วัดหงษ์ทอง

วัดหงษ์ทอง

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้ชม 32

[16.2281108, 99.3838744, วัดหงษ์ทอง]

ประวัติ    
        วัดหงษ์ทอง (หลวงพ่อจุล) หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณ (จุล อิสสร ญาโณ) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อจุล เจ้าอาวาสวัด หงษ์ทองและอดีตเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร
 ประวัติ หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณนามสกุล พุทธชาติ ฉายา อิสสรญาโณ ท่านได้อุปสมบท ณ วัดหงษ์ทอง เมื่อปี พ.ศ. 2460 โดยจำพรรษาแรกที่วัดสิงคาราม แต่ท่านไปมากับวัดหงษ์ทองเป็นประจำ
ต่อมาญาติโยมชาวบ้านสลกบาตรพร้อมใจกันอาราธนามาเป็นเจ้าอาวาสวัด หงษ์ทอง ท่านเป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนาและเป็นผู้ที่เอาใจใส่ในกิจการของพระศาสนาด้วยดีตลอดมา ท่านเป็นพระเถระที่มีกิตติศัพท์ที่เลื่องลือและสำคัญองค์หนึ่งเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ท่านได้ปฏิบัติในพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด
ท่านมีคุณาประการแก่พระศาสนาอเนกประการนับว่าท่านเป็นอัฉริยะตั้งอยู่ในฐานะอภิปูชนียบุคคลสมเป็นที่เคารพนับถือและรักใคร่แก่ศิษยานุศิษย์ ญาติมิตรและสาธุชนทั่วไป ท่านได้อบรมสั่งสอนให้ประพฤติ ปฏิบัติตามธรรมวินัย คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างดีตลอดมา จนกระทั่ง ท่านมรณภาพ
เจ้าอาวาส      หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณ (จุล อิสสร ญาโณ)

คำสำคัญ : วัด

ที่มา :

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=938&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดปางมะค่า

วัดปางมะค่า

ประวัติความเป็นมาของวัดปางมะค่า

​            เดิมทีที่ตั้งวัดปางมะค่าเมื่อก่อนเป็นป่าไม้ มีต้นมะค่าขึ้นเยอะ  เป็นที่ของนายพัน  พรนิคม  เป็นที่ขึ้นของไม้นาๆชนิดเพราะติดกับแม่น้ำแม่วงศ์   และยังเป็นที่ขึ้นน้ำยางของพวกทำน้ำมันยางโดยขึ้นทางหลังวัด  ปัจจุบันเป็นถนนคอนกรีตซอยเข้าวัดปางมะค่าลงไปถึงแม่น้ำ   และเมื่อก่อนก็เป็นปางไม้ที่คนนำไม้มาเก็บและแปรรูป   คนที่สร้างวัดทีแรกก็คือนายพัน   พรนิคม   ได้ร่วมมือกับนายสนิท   อิทรานุสรซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นลูกเขยของนายพัน  พรนิคมอีกด้วย  และยังมีนายทองหล่อศรียันต์  นายทองใบ  พวงสมบัติ   เริ่มแรกสร้างศาลาไม้  ๑  หลังโดยมีกุฎีอยู่ในศาลาพระองค์แรกที่มาอยู่นี้สืบค้นไม่ได้  เพราะเริ่มสร้างวัดทีแรกนั้นประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๗คนเก่าแก่ก็ได้เสียชีวิตไปหมดแล้วที่เหลืออยู่ก็จำไม่ได้   หลวงพ่อองค์แรกที่มาอยู่ก็อยู่ได้ไม่กี่ปีก็จากไปต่อมาก็หลวงพ่อจันที   ก็มาอยู่สร้างศาลาหลังใหม่ซึ่งเป็นศาลาไม้แต่ยังไม่ทันเสร็จก็ไปอยู่ที่หนองแสงซึ่งอยู่ติดกับปางมะค่าโดยอยู่ที่วัดปางมะค่านี้ประมาณ  ๒  ปีต่อมาก็หลวงพ่อฟอง   มาอยู่ก็สร้างศาลาที่หลวงพ่อจันที   สร้างค้างไว้มาสร้างจนเสร็จแต่อยู่ดูแลวัดปางมะค่าได้ประมาณ  ๕  ปีก็จากไปอีกต่อมาก็มีพระมาอยู่อีกหลายองค์แต่ก็อยู่ได้ไม่นานที่สืบได้ก็คือมหาภาดี   องค์เดียวเมื่อมหาภาดีจากไปก็มีหลวงพ่อสุทิน   ฐิตวุธฺโธมาอยู่ซึ่งหลวงพ่อสุทินองค์นี้มาอยู่นานและได้สร้างเสนาสนะมากมายสร้างความเจริญให้แก่วัดปางมะค่าเป็นอย่างมากเช่น  อุโบสถกลางน้ำ    วิหารหลวงพ่อเพ็ชร    หอระฆัง    ศาลาการเปรียญหลังใหญ่    รอยพระพุทธบาท    แต่น่าเสียดายที่หลวงพ่อต้องมาจากไปในปี พ.ศ. ๒๕๓๔   ด้วยโรคประจำตัวและข่าวร้ายที่ได้รับคือ  ศาลาการเปรียญหลังใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ได้พังทลายลงมาเมื่อแต่ก่อนที่ศาลาจะพังลงมาอุโบสถกลางน้ำก็ถูกน้ำท่วมพัดพาไปให้เสียหายก็ทีหนึ่ง   ปัจจุบันจึงเหลือแต่  วิหารหลวงพ่อเพ็ชร  หอระฆัง  และรอยพระพุทธบาท

ต่อมาก็มีอาจารย์เทพ   ฐิตสวโร มาอยู่สร้างกำแพงวัดทางด้านทิศเหนือและตะวันตกเสร็จมาอยู่ได้  ๒  ปีก็ลาสิกขาไป  ต่อมาก็อาจารย์น้อย   มาอยู่สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ยังไม่ทันเสร็จก็ลาสิกขาออกไปรวมแล้วมาอยู่ได้ประมาณ  ๓  ปี  ก็มีมาอยู่อีกองค์หนึ่งแต่อยู่ไม่ถึงปีก็จากไปต่อมาในปี   พ.ศ. ๒๕๔๑  ก็ได้   พระอธิการประจักษ์    ขนฺติธโร    มาอยู่โดยได้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดปางมะค่า โดยถูกต้องตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เพราะได้รับตราตั้งวัดที่ถูกต้องในวันที่   ๒๖

ตุลาคม  ๒๕๓๗   พระอธิการประจักษ์    ขนฺติธโร  มาอยู่ก็ได้สร้างศาลาการเปรียญจนแล้วเสร็จและสร้างศาลาธรรมสังเวศ   เมรุ   และกำลังสร้างวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช   แต่ยังไม่แล้วเสร็จก็ลาสิกขาไปในปีพ.ศ.  ๒๕๔๖ เป็นเจ้าอาวาสได้   ๕  ปี ต่อมาก็มีพระอนุวัต   อนุวตฺตโกมาอยู่ได้ปีเดียวก็ลาสิกขาไป  แล้วก็ว่างเจ้าอาวาสไปสองปีในปีพ.ศ.  ๒๕๕๒  หลวงพ่อเจ้าคณะตำบลก็แต่งตั้งพระสุทัศน์   ปิยสีโล  รักษาการเจ้าอาวาสวัดปางมะค่าจนถึงปัจจุบัน  ตอนนี้ทางวัดปางมะค่ากำลังก่อสร้างอุโสถอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 79

วัดหนองปากดง

ประวัติ     

       วัดหนองปากดง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหลวง อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร วัดหนองปากดงตั้งวัดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมพ.ศ 2552 เมื่อพ.ศ 2528 ชาวบ้านหนองปากดงและครอบครัวและญาติของนางชลอ  พะโยม ได้ร่วมกันบริจาคที่ดินประมาณ 7 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวาเพื่อการสร้างวัด ภายหลังทางวัดได้ซื้อที่ดินเพิ่มรวมเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 50 นิ้วสูง 90 นิ้ว เจ้าอาวาสวัดคือพระอธิการอุดม เทวธนโม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 22

วัดหงษ์ทอง

วัดหงษ์ทอง

ประวัติ    
        วัดหงษ์ทอง (หลวงพ่อจุล) หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณ (จุล อิสสร ญาโณ) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อจุล เจ้าอาวาสวัด หงษ์ทองและอดีตเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร
 ประวัติ หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณนามสกุล พุทธชาติ ฉายา อิสสรญาโณ ท่านได้อุปสมบท ณ วัดหงษ์ทอง เมื่อปี พ.ศ. 2460 โดยจำพรรษาแรกที่วัดสิงคาราม แต่ท่านไปมากับวัดหงษ์ทองเป็นประจำ
ต่อมาญาติโยมชาวบ้านสลกบาตรพร้อมใจกันอาราธนามาเป็นเจ้าอาวาสวัด หงษ์ทอง ท่านเป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนาและเป็นผู้ที่เอาใจใส่ในกิจการของพระศาสนาด้วยดีตลอดมา ท่านเป็นพระเถระที่มีกิตติศัพท์ที่เลื่องลือและสำคัญองค์หนึ่งเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ท่านได้ปฏิบัติในพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด
ท่านมีคุณาประการแก่พระศาสนาอเนกประการนับว่าท่านเป็นอัฉริยะตั้งอยู่ในฐานะอภิปูชนียบุคคลสมเป็นที่เคารพนับถือและรักใคร่แก่ศิษยานุศิษย์ ญาติมิตรและสาธุชนทั่วไป ท่านได้อบรมสั่งสอนให้ประพฤติ ปฏิบัติตามธรรมวินัย คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างดีตลอดมา จนกระทั่ง ท่านมรณภาพ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 32

วัดถ้ำเขาตะล่อมกวาง

วัดถ้ำเขาตะล่อมกวาง

วัดถ้ําเขาตะล่อมกวาง ตั้งอยู่ที่บ้านเขาสว่างอารมณ์ หมู่ที่ ๑ ตําบลพรานกระต่าย

อําเภอพรานกระต่าย จังหวัดกําแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๖ ไร่

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เดิม

แรกเริ่มสร้างวัดเรียก “วัดเขาตะล่อมกวางทอง” โดยมีนายรวย ฟองเทพ ร่วมกับชาวบ้าน ได้

จัดสร้างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคสีมา วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๒

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 35

วัดหนองแม่แตง

วัดหนองแม่แตง

ประวัติ      
      วัดหนองแม่แตง ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลหนองแม่แตงอำเภอไทรงามจังหวัดกำแพงเพชร วัดหนองไม้แตงตั้งวัดเมื่อวันที่ 31 มกราคมพ.ศ 2538 ได้รับอนุญาตตั้งวัดจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเริ่มสร้างวัดได้รับการบริจาคที่ดินจากนายตัน นางฟุ้ง นายก้อม นางสนิท ทองทาพื้นที่เดิมของวัดมี 24 ไร่ วัดหนองแม่แตงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมพ.ศ 2552 วัดหนองแม่แตงมีพระประธานประจำ อุโบสถ ปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วสูง 5 19 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2538 เจ้าอาวาสวัดคือพระครูอุดมวชิรคุณ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 23

วัดบ้านไร่

วัดบ้านไร่

ประวัติ        
    วัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)
“วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๕๖ เวลา ๕ โมงเช้า ถึงวัดบ้านไร่ วัดนี้เป็นสำนักสงฆ์ เพิ่งตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมศกนี้  มีพระ ๔ รูป พระปลั่ง พรรษา ๑๘ เป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านมาเฝ้าราว ๑๕๐ คน”
ข้อความบางส่วนจาก จดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส  เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ ในมณฑลฝ่ายเหนือ  ที่บันทึกถึงวัดบ้านไร่
พระปลั่ง ผู้สร้างวัดบ้านไร่คือ พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  (ปลั่ง  พรหมโชโต)  เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ และเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร
จากบันทึกของ นายริ้ว โทเมฆ  การสร้างวัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)   เมื่อปี พุทธศักราช ๒๔๕๕ บ้านไร่มีประชากร ประมาณ ๕๐ หลังคาเรือน เมื่อต้องทำพิธีกรรมทางศาสนา ชาวบ้านต้องไปทำที่วัดราชพฤกษ์ศรัทธาราม ตำบลหนองปลิง ซึ่งอยู่คนละฝั่งแม่น้ำปิง ลำบากมาก
ผู้ริเริ่มสร้างวัดใหม่ที่หมู่บ้านไร่ คือ นายชวน เที่ยงตรง  ท่านจึงได้เป็นผู้นำ ในการหารือชาวบ้านไร่ ว่าสมควรสร้างวัดบ้านไร่ หรือไม่ ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นสมควรให้สร้างวัดใหม่ ที่บ้านไร่  โดยได้รับการบริจาคที่ดิน จาก  นางน้อม หนูเที่ยง และนางสกุล ซึ่งมีที่ดินอยู่กลางหมู่บ้าน  มีความกว้าง ๔๐ วา  ความลึก ตามที่คณะกรรมการวัดต้องการ ชาวบ้านได้ไปนิมนตร์พระอาจารย์ปลั่ง ( พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  ) มาเป็นประธานในการก่อสร้างวัดบ้านไร่ เพราะบริเวณบ้านไร่ มีญาติพี่น้องของพระอาจารย์อยู่หลายท่าน  (เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ) มีพระอาจารย์ปลั่งเป็นเจ้าอาวาส อยู่ สามปี พระอาจารย์ปลั่ง ได้ให้นามวัดนี้ว่า วัดราษฎร์เจริญพร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 29

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

ประวัติ
วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ๒ งาน ๓๖ ตารางวา ตั้งอยู่ที่ บ้านทุ่งสนุ่น หมู่ที่ ๔ ตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร เริ่มสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ โดยชาวบ้านซึ่งมีเชื้อสายลาวครั่ง และลาวเวียง ได้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดนครปฐม และ จังหวัดราชบุรี มาจับจองที่ดินเพื่อทำมาหากินที่บริเวณอำเภอขาณุวรลักษบุรี (บริเวณ อ.บึงสามัคคีในปัจจุบัน) ซึ่งในขณะนั้นบริเวณนี้ยังเป็นป่าดงดิบเต็มไปด้วยสัตว์ป่า อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ และมีต้นสนุ่น (ใคร้นุ่น) เกิดอยู่เต็มท้องทุ่งนา ชาวบ้านจึงเรียกขานบ้านตนเองว่า บ้านทุ่งสนุ่น และหลังจากนั้นไม่นานชาวอีสาน จากจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่นก็อพยพมาสมทบกันอยู่เพิ่มเติมอีก จากนั้นจึงมีคนไทยเชื้อสายจีนเดินทางมาค้าขายทีหลัง
เมื่อมีประชาชนอพยพเข้ามาอยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นชุมชนใหญ่พอสมควรแล้ว ชาวบ้านจึงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่โรงเรียนอนุบาลบึงสามัคคีในปัจจุบัน และได้ไปนิมนต์ หลวงปู่เบี้ยว ถาวริโก จาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาเป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์ แต่ด้วยทำเลที่ตั้งวัดนั้นไม่เหมาะเพราะอยู่ติดทางโค้งหลวงปู่และชาวบ้านจึงได้แลกที่ดินกันกับโรงเรียน ทำให้วัดทุ่งสนุ่นรัตนารามได้มาตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกบ้านทุ่งสนุ่นตราบเท่าปัจจุบัน ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๑๓ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า '''วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม''' ซึ่งแปลว่า วัดที่เปรียบเหมือนแก้วอันล้ำค่าของชาวบ้านทุ่งสนุ่น เปิดทำการเรียนการสอนนักธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ เป๋นต้นมา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ และได้ทำการผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ มีเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 135

วัดสว่างอารมณ์

วัดสว่างอารมณ์

ประวัติ           

ตั้งอยู่ที 217/1 หมู่ที่ 2 ตำบลแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี นมัสการหลวงพ่อโตวัดสว่างอารมณ์ เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร มีเกศเป็นเปลวเพลิง หน้าตักกว้าง 4 ศอก ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอขาณุวรลักษบุรี

            วัดสว่างอารมณ์ ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2275 โดยมีนายสว่าง นางรมณ์ เป็นผู้บริจาคทที่ดินให้สร้างวัด จึงมีนามวัดอย่างนั้น เดิมมีแม่น้ำปิงผ่านหน้าวัด ต่อมาแม่น้ำปิงเปลี่ยนทิศทาง ทำให้หน้าวัดตื้นขึ้นเป็นที่ดนงอกออกไปประมาณ 350 เมตร สำหรับอุโบสถได้สร้างขึ้นมาถึง 3 ครั้ง ชาวบ้านเรียกว่าแสนตอ ตามชื่อหมู่บ้าน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 44

วัดศรีภิรมย์

วัดศรีภิรมย์

ประวัติ   

         ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 2 บ้านคลองขลุง ตำบลคลองขลุง อำเภอคลองขลุง มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 55 ไร่ 3 งาน 44 ตารางวา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เดิมตั้งอยู่เหนือตลาดคลองขลุง อยู่ริมคลองขลุงฝั่งซ้ายปัจจุบัน วัดนี้เดิมชื่อ "วัดพิกุลทอง" พ.ศ.2451 หลวงพ่ออ้วน มีภูมิลำเนาเดิมที่พระตะบอง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา ใด้มาเรียนหนังสือที่วัดจักรวรรดิติราชาวาส กรุงเทพฯ เมื่อเรียนพอมีความรู้บ้างเล็กน้อย ก็เกิดมีโรคประจำตัวเลยต้องออกจากวัด แล้วก็ได้เดินทางขึ้นมาทางจังหวัดกำแพงเพชร ได้ขึ้นมาถึงอำเภอคลองขลุงและได้มาพักที่วัดพิกุลทอง ซึ่งเป็นวัดไทย (วัดพิกุลทองนั้นมี 2 วัด คือ วัดไทยกับวัดพม่า,วัดพม่าอยู่ฝั่งขวา) เมื่อหลวงพ่ออ้วนได้มาพักอยู่ที่วัดพิกุลทอง วัดไทยกำลังเสื่อมลง พระก็ไม่ค่อยมีอยู่

        ต่อมาชาวบ้านคลองขลุงที่เป็นฝ่ายไทยซึ่งมีมรรคทายกนำ เป็นหัวหน้าพร้อมด้วยนายเถา นายโกสน ชักชวนชาวบ้านโดยมีหลวงพ่ออ้วนเป็นประธาน ช่วยกันย้ายวัดพิกุลทองซึ่งตั้งอยู่ฝั่งนี้มาตั้งอยู่ที่ท้ายตลาดคลองขลุง อยู่ใต้ที่ว่าการอำเภอคลองขลุงในปัจจุบันนี้ เมื่อย้ายวัดมาแล้วก็ช่วยกันสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้น ต่อมาได้ปลูกศาลาการเปรียญขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศล เมื่อช่วยปลูกสร้างวัดพอเป็นหลักฐานแล้ว ก็ทะนุบำรุงนิมนต์พระสงฆ์ให้มาจำพรรษามิได้ขาด พ.ศ 2461 ย้ายมาได้ประมาณ 8 ปีเศษ วัดมีความเจริญเป็นหลักฐาน หลวงสรรค์สิทธิกิจ นายอำเภอคลองคลุง มีความศรัทธาได้สละทรัพย์ของตนออกสร้างอุโบสถ โดยชักชวนราษฎรให้เข้าร่วมด้วยกำลังกาย และกำลังทรัพย์บ้างตามสมควรแต่ศรัทธา

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2018 ผู้เช้าชม 41

วัดบ่อสามแสน

วัดบ่อสามแสน

ประวัติ 

วัดบ่อสามแสนเป็นวัดใหม่ สร้างเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2500 โดยเป็นที่พักสงฆ์มาตลอด แต่เดิมมีศาลาไม้ไผ่หนึ่งหลัง และกุฏิพระเพียงหลังเดียว เมื่อปีพุทธศักราช 2510 ชาวบ้านบ่อสามแสนได้ไปอาราธนาหลวงพ่อพล กุสโล จากวัดคลองเมืองนอก ตำบลโกสัมพี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก
        เหตุที่เรียกว่าวัดบ่อสามแสนเพราะตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านบ่อสามแสน ด้านหน้าวัดมีบ่อศิลาแลง ขนาดใหญ่มหึมา ชาวกำแพงเพชรเรียกขานกันว่า บ่อสามแสน โดยมีตำนานว่าน้ำในบ่อมีจำนวนมาก แม้คนสามแสนคนใช้ดื่มกินก็ไม่มีวันหมด วัดใหม่จึงเรียกชื่อตามบ่อสามแสน ว่าวัดบ่อสามแสน หลวงพ่อพล กุสโล ได้ชักชวนชาวบ้านเพื่อสร้างหลวงพ่อพระนอนขึ้น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2515 และวัดบ่อสามแสนได้รับอนุญาตให้เป็นวัดเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2525 มีเจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่อพลคือ หลวงพ่อยงค์ ทีฆายุโก เมื่อท่านมรณภาพ พระอาจารย์ทวี วชิรวังโส เจ้าคณะตำบลโกสัมพี มาเป็นเจ้าอาวาส จ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือ พระครูวชิรปัญญากร นามเดิมว่าพระอาจารย์อำนวย กรรณิกา ในปีพุทธศักราช 2538 พระครูวชิรปัญญากร ได้ก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น เป็นอุโบสถขนาดใหญ่ที่งดงาม สิ้นงบประมาณก่อสร้างไป สิบห้าล้านบาทแม้รูปลักษณ์ของหลวงพ่อพระนอน วัดบ่อสามแสน จะไม่งดงามเหมือนพระนอนที่สร้างโดยช่างหลวง ก็ตาม แต่ประชาชนชาวบ่อสามแสน เคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ฝีมือช่างราษฎรหรือช่างชาวบ้าน ก็ปั้นตามภูมิปัญญาของชาวบ้าน แต่เป็นความภูมิใจที่สามารถสร้างเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างสมบูรณ์ ชาวบ้านบ่อสามแสนจะจัดงานประเพณีไหว้พระนอน ในประมาณเดือนมีนาคม ของทุกปี ประมาณ 3 วัน 3 คืนชาวกำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียงจะมาไหว้พระนอนกันอย่างมากมาย หลวงพ่อพระนอนมีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 30