วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2018 ผู้ชม 158

[16.2031911, 99.7649253, วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี]

ประวัติ

ตั้งอยู่ที่ 116 หมู่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง พ.ศ.2498 ได้เริ่มสร้าง ดำเนินการโดย ผู้ใหญ่เปรื่อง ฤกษ์หร่าย ได้บริจาคที่ดิน 18 ไร่ พ.ศ.2512 ได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2512 วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี เริ่มแรก สร้างวัด ได้ปั้นพระพุทธรูป ปางนาคปรก 1 องค์ หน้าตักกว้าง 5 เมตร โดยก่ออิฐ แกนไม้ ต่อมาไม้ผุทำให้พระล้มลง และองค์พระได้แตกไป เหลือแต่เศียร นอนไว้ใต้ต้นโพธิ์ ไม่สามารถทำองค์ใหม่ได้ ต่อมา ชาวบ้านได้สร้างพระนาคปรก ขึ้นใหม่อีก 1 องค์ กลางลานวัด มาปี พ.ศ. 2550 ได้ให้ช่างทำองค์พระขึ้นใหม่โดยใช้เศียร เก่ามาต่อ แต่ไม่มีนาคปรกและให้นามใหม่ว่า พระพุทธวัชรมงคล ปี พ.ศ. 2550 ได้เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมากเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับจังหวัด ปี พ.ศ. 2551 ได้เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับเขต เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมาก

เจ้าอาวาส      พระครูอธิการถนม  ฐานวีโร

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : 116 ม. 1

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=912&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

ประวัติ
วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ๒ งาน ๓๖ ตารางวา ตั้งอยู่ที่ บ้านทุ่งสนุ่น หมู่ที่ ๔ ตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร เริ่มสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ โดยชาวบ้านซึ่งมีเชื้อสายลาวครั่ง และลาวเวียง ได้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดนครปฐม และ จังหวัดราชบุรี มาจับจองที่ดินเพื่อทำมาหากินที่บริเวณอำเภอขาณุวรลักษบุรี (บริเวณ อ.บึงสามัคคีในปัจจุบัน) ซึ่งในขณะนั้นบริเวณนี้ยังเป็นป่าดงดิบเต็มไปด้วยสัตว์ป่า อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ และมีต้นสนุ่น (ใคร้นุ่น) เกิดอยู่เต็มท้องทุ่งนา ชาวบ้านจึงเรียกขานบ้านตนเองว่า บ้านทุ่งสนุ่น และหลังจากนั้นไม่นานชาวอีสาน จากจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่นก็อพยพมาสมทบกันอยู่เพิ่มเติมอีก จากนั้นจึงมีคนไทยเชื้อสายจีนเดินทางมาค้าขายทีหลัง
เมื่อมีประชาชนอพยพเข้ามาอยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นชุมชนใหญ่พอสมควรแล้ว ชาวบ้านจึงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่โรงเรียนอนุบาลบึงสามัคคีในปัจจุบัน และได้ไปนิมนต์ หลวงปู่เบี้ยว ถาวริโก จาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาเป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์ แต่ด้วยทำเลที่ตั้งวัดนั้นไม่เหมาะเพราะอยู่ติดทางโค้งหลวงปู่และชาวบ้านจึงได้แลกที่ดินกันกับโรงเรียน ทำให้วัดทุ่งสนุ่นรัตนารามได้มาตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกบ้านทุ่งสนุ่นตราบเท่าปัจจุบัน ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๑๓ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า '''วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม''' ซึ่งแปลว่า วัดที่เปรียบเหมือนแก้วอันล้ำค่าของชาวบ้านทุ่งสนุ่น เปิดทำการเรียนการสอนนักธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ เป๋นต้นมา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ และได้ทำการผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ มีเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 312

วัดดงตาจันทร์

วัดดงตาจันทร์

ประวัติ
วัดดงตาจันทร์ ตั้งวัดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2544 มีเรื่องอยู่ว่าชาวบ้านดงตาจันทร์ มาจากจังหวัดต่างๆด้วยกันทั้งนั้นจึงคิดสร้างสำนักสงฆ์ขึ้น โดยมีนายหยด นายเจริญ นายอ้น นายจิ๋ว และนายถาวร ร่วมกับอุบาสกอุบาสิกา รวมกันเป็นสำนักสงฆ์ ขึ้น และได้ขออนุญาตสร้างวัดขึ้นและได้ขออนุญาตสร้างวัดขั้นเมื่อ พ.ศ.2507 และมพระภิกษุจำพรรษาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 67

วัดเขาแก้ว

วัดเขาแก้ว

ประวัติ
ตั้งอยู่ที่บ้านพรานกระต่าย หมู่ที่ ๑๖ ตําบลพรานกระต่าย อําเภอพรานกระต่าย จังหวัดกําแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดอยู่บริเวณภูเขา เนื้อที่ ๕๒ ไร่ ๒ งาน ๗ ตารางวา ได้สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๑ ตั้งชื่อวัดว่า “วัดเขาแก้ว” เนื่องจากเป็นชื่อของภูเขา จึงได้มีนามวัดตามชื่อของภูเขา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 175

วัดอินทาราม

วัดอินทาราม

ประวัติ      
           เมืองบางจันทร์ เป็นเมืองสำคัญ ในสมัยสุโขทัย คู่กับเมืองบางพาน นักโบราณคดีคิดว่าหายสาบสูญไปจากสังคมไทย แต่เมื่อมาชมวัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้แล้ว ทำให้หวนคิดถึงเมืองบางจันทร์ ที่หายสาบสูญไป น่าจะใช่เมืองบางจันทร์ เมื่อชมโบราณสถานและโบราณวัตถุแล้ว ยิ่งมั่นใจมากขึ้น ว่าใช่เมืองบางจันทร์อย่างแน่นอน
           นัดกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัชวาลย์ ธรรมสอน แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร พบกันที่วัดอินทาราม เพื่อค้นหา เมืองบางจันทร์ด้วยกัน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2550 โดย มี อาจารย์เรืองศักดิ์ แสงทอง นักค้นคว้า ไปสังเกตการณ์ด้วย เมื่อพบโบสถ์ และวิหารวัดอินทารามรู้สึกประทับอย่างยิ่ง สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุถึงสมัยสุโขทัย อาจเป็นวัดหลวงแห่งเมืองบางจันทร์ที่เราตามหาก็อาจเป็นไปได้
           เดิมบริเวณนี้เรียกว่าดงตาจันทร์ บ้านตาจันทร์ ไปคล้องกับชื่อ เมืองบางจันทร์โดยบังเอิญ หรือโดยจริงแท้ ยังไม่สามารถสรุปได้ ประวัติการสร้างวัด อินทาราม สร้างเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2347 ราวสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ชื่อว่าเป็นวัดอินทารามโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2351 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2355 มีหลวงพ่อแก้ว เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และนายจันทร์เป็นผู้ถวายที่ดินสร้างวัด
           วัดอินทารามมีเจ้าอาวาส ติดต่อกันมา 12 รูป เจ้าอาวาสท่านปัจจุบันคือ พระครูถาวรวชิรสาร ท่านครองวัดตั้งแต่พ.ศ. 2517 จนถึงปัจจุบัน
           วัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร มีพระอุโบสถและพระวิหาร ที่มีลักษณะงดงามมาก พบพระพุทธรูปโบราณอย่างมากมาย ศิลปะเชียงแสน สุโขทัย อยุธยา มากมายหลายองค์ แต่ที่น่าสังเกตคือ ทั้งโบสถ์และวิหาร ทำลูกกรงเหล็กล้อมพระไว้อย่างน่าสงสัยว่า ทำไมผู้ร้าย นักโจรกรรมทำไมมากมายนัก น่าสลดหดหู่กับภาพที่เห็น
           เมืองไทยเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา แต่การโจรกรรม พระพุทธรูปพระบูชาพระเครื่อง
ยังมีอยู่ทุกหัวระแหง อาจต้องตั้งคำถามว่าทำไม พระพุทธรูปต้องถูกล้อมกรอบด้วยลูกกรงเช่นนี้
แล้วเรายังไม่มีความอับอาย ชาวต่างชาติหรือคนไทยร่วมชาติ หรือ ใครจะตอบได้ช่วยพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย
           เราไม่สามารถค้นพบ แนวกำแพงเมืองแนวคูเมืองเมืองบางจันทร์ได้ พบเพียงวัดอินทารามที่พอเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า บ้านท่าไม้ อาจเป็นที่ตั้งของเมืองบางจันทร์ ในสมัยสุโขทัย การค้นพบในวันนี้ อาจตอบได้ว่า เมืองบางจันทร์มีจริง และสันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ ในบริเวณนี้อย่างแน่นอน แม้ยังไม่สามารถยืนยันด้วยหลักฐานทางโบราณคดีได้

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 80

วัดเทพโมฬี

วัดเทพโมฬี

วัดเทพโมฬี (วัดหลวงพ่อโม้) ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดเก่าแก่และสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโมฬี พระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ ศิลปะสมัยอู่ทอง ยุคต้นของกรุงศรีอยุธยาที่งดงามมากองค์หนึ่ง ชาวเมืองเรียกกันว่า "หลวงพ่อโม้" ซึ่งหมายความว่า เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีขนาดหน้าตักกว้าง 10 ศอก 1 คืบ สูง 13 ศอก 1 คืบ เป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดกำแพงเพชรให้ความเคารพนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และแสดงปาฏิหาริย์ให้ชาวบ้านได้เห็นกันอยู่เสมอ เชื่อกันว่าสามารถห้ามมิให้ฝนตกได้

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 57

วัดเขาวังเจ้า

วัดเขาวังเจ้า

ประวัติ     
       ประวัติความเป็นมาของวัดเขาวังเจ้า วัดเขาวังเจ้า ได้เริ่มสร้างมาตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๘ หรือ ๒๕๑๙ เนื่องด้วย พระครูนาควัชราธร (หลวงพ่อวิชัย ปสนฺโน ) อดีตเจ้าอาวาสวัดนาควัชรโสภณ ( ว้ดช้าง ) เจ้าคณะอำเภอเมือง กำแพงเพชร -พิจิต (ธ) ได้เห็นสถานที่ของเขาวังเจ้านี้ ว่ามีภูมิศาสตร์ที่ดี สมควรที่จะสร้างเป็นวัดใว้ให้เป็นที่บำเพ็ญสมณะธรรมของพระภิกษุ และเป็นศูญรวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน ใว้เป็นที่บำเพ็ญกุศลต่อไปในอนาคตภายหน้า จึงได้เชิญชวนศิษยานุศิษย์ ชาวบ้าน และผู้มีจิตศรัทธา ดำเนินการก่อสร้างวัดบริเวณเชิงเขาวังเจ้า ติดถนนทางหลวงหมายเลข ๑ ระหว่างเขตรอยต่อ จ.กำแพงเพชร และ จ.ตาก ติดหมู่บ้านวังเจ้า จึงได้ตั้งเชื่อวัดว่า (วัดเขาวังเจ้า) เพราะเดิมชาวบ้านเขาเรียกว่าบ้านวังเจ้าทั้งสองเขต
โดยมีนายฝอ เลาหพิบูลรัตนา เป็นผู้ซื้อที่ดินถวายให้สร้างเป็นวัด มีเนื้อที่ดินจำนวน ๖๓ ไร่ ๒ งาน ระหว่างการสร้างวัดอยู่นั้น หลวงพ่อวิชัยก็ได้ดำเนินการขอใช้พื้นที่กับทางหน่วยราชการไปพร้อมๆกัน ได้ขออนุญาติสร้างวัดในปี พ.ศ.๒๕๑๙ และได้รับการตั้งเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๐ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานวิสุงคามสีมา ในปี พ.ศ. ๒๕๒๑
และต่อมา หลวงพ่อวิชัย ก็ส่งให้ลูกศิษย์คนสำคัญที่เป็นพระหลานชายของท่านเอง ให้มาอยู่เพื่อมาพัฒนาวัดเขาวังเจ้า พระภิกษุรูปนั้นก็คือ พระครูอรุณธรรมพิลาส (หลวงพ่ออาทิตย์ อรุโณ )นั่นเอง ...เมื่อหลวงพ่ออาทิตย์ท่านมาอยู่แล้วก็ได้มาพัฒณาวัดเขาวังเจ้าให้มีความเจริญรุ่งเรืองจนเป็นบึกแผ่นดีแล้ว ท่านก็ได้ ระสังขาร มรณะภาพ ไปในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ส่วนข้าพเจ้าเองที่เป็นลูกศิษย์ท่าน แค่มาสานต่อในสิ่งที่พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านได้ทำเข้าใว้

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 88

วัดไตรภูมิ

วัดไตรภูมิ

ประวัติ  
          ตั้งอยู่เลขที่ 1หมู่ที่ 12 ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย แยกจากถนนกำแพงเพชร - สุโขทัย 1 กิโลเมตร วัดไตรภูมิสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย จากหลักฐานภายในวัดมีพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย ประดิษฐานบนฐานชุกชี ภายในวิหาร (ปัจจุบันได้บูรณะใหม่ทั้งวิหารและหลวงพ่อสัมฤทธิ์) มีวัดโพธาราม (ปัจจุบันเป็นวัดร้าง) ซึ่งสร้างในสมัยเดียวกัน อยู่ด้านทิศเหนือ โดยมีลำคลองกั้นระหว่างกลาง วัดไตรภูมิชาวบ้านสมัยก่อน เรียกว่า "วัดใต้" ส่วนวัดโพธาราม เรียกว่า "วัดเหนือ" เมื่อชุมชนพรานกระต่ายเสื่อมลงราวปลายกรุงสุโขทัย วัดไตรภูมิจึงได้กลายเป็นวัดร้างไปด้วย เป็นระยะเวลาประมาณ 300-400 ปี เมื่อชุมชนพรานกระต่ายเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ราวต้นกรุงรัตนโกสินทร์ประมาณ พ.ศ.2380 ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันบูรณะวัดไตรภูมิให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 89

วัดโพธิ์เตี้ย

วัดโพธิ์เตี้ย

ประวัติ       
     อยู่ที่บ้านปลักไม้ดำ ม.3 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ  เป็นวัดโบราณวัดหนึ่ง เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ วัดงิ้วงาม ” มีหลวงพ่อกล้ายเป็นเจ้าอาวาส หลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อขำ ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมาและเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดงิ้วงาม เป็นวัดโพธิ์เตี้ย ตามสัญลักษณ์ของต้นโพธิ์ที่มีลักษณะเตี้ยแคระ ซึ่งปัจจุบันต้นโพธิ์นี้ได้ตายแล้ว
            พระโพธิ์ พัชยาโน รักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งบวชมาได้ เพียง 4 พรรษา แต่ดูมีความตั้งใจและจริงใจในการบริหารและดูแลวัดเป็นอย่างมาก เล่าว่าพระเจดีย์โบราณอายุราว 150 ปี  ซึ่งมีสามองค์ แต่โดนขุดทำลายไป 1 องค์ เหลือให้เห็นเพียง 2 องค์ อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มีผู้มาขุดทำลายพระเจดีย์ประมาณ 30 คน  ไม่มีใครที่ตายดีสักคน น่าจะเป็นอุทาหรณ์ ให้คนรุ่นหลังได้รับทราบและระมัดระวังมากขึ้น ในการทำลายโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพราะผู้สร้างสาปแช่งไว้
           ด้านหลังพระเจดีย์ เป็นพระอุโบสถ อายุราว 150 ปี สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เป็นอุโบสถขนาดย่อม เรียกกันโดยทั่วไปว่าโบสถ์มหาอุตม์ คือมีทางเข้าด้านหน้าทางเดียวไม่มีทางออก เหมาะสำหรับปลุกเสก เครื่องราง ของขลังหรือแม้แต่บวชพระ สภาพค่อนข้างทรุดโทรมตามอายุขัยและยังไม่ไดัรับการดูแลอย่างถูกวิถี จากกรมศิลปากร หรือกรมศิลปากรอาจยังไม่ทราบ ว่ามีโบสถ์เก่าแก่อยู่ที่วัดนี้ จึงยังมิได้ขึ้นทะเบียนไว้
            ข้างซ้ายของพระอุโบสถ เป็นพระวิหาร ที่ได้รับการบูรณะและดัดแปลงแก้ไขแล้ว ทำให้สถาปัตยกรรมเดิมถูกดัดแปลงแก้ไขไปโดย ไม่ทราบถึงความสำคัญ อย่างถูกต้องและแท้จริง ทางด้านหน้ามีวิหารขนาดเล็ก มีรูปจำลองหลวงปู่ขำ อดีตเจ้าอาวาส ขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานไว้คู่กับ รอยพระพุทธบาทจำลอง ที่ย้ายมาจากหน้าพระเจดีย์ ยังอยู่ในสภาพงดงาม สมบูรณ์

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 66

วัดสังฆานุภาพ

วัดสังฆานุภาพ

มโนปณิธานในการก่อสร้างวัดสังฆานุภาพ

         หลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ตั้งใจจะพัฒนาพุทธอุทยานประวัติศาสตร์ 5,000 ปี ให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งประทานนามอารามขึ้นมาใหม่ว่า “วัดสังฆานุภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา, เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ, เพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อ พระมงคลเทพมุนี หลวงพอ่ วัดปากน้ำ ผู้เป็น มหาปูชนียาจารย์, เพื่อเป็นสถานที่ประกอบบุญพิธีของ พุทธศาสนิกชน, เพื่ออนุรักษ์และเชิดชูศิลปกรรม หรือ สถาปัตยกรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ประการสำคัญ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเอง และเพื่อการสร้างบุญกุศลเพิ่มขึ้นแก่พุทธศาสนิกชน ผู้ได้ ถวายจตุปัจจัยในโอกาสที่ได้รับอาราธนาไปปฏิบัติศานสกิจใน ที่ต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ ทุนทรัพย์การสร้างวัดในครั้งนี้ นอกจากคณะสงฆ์และสาธุชนทั้งหลายได้ร่วมบริจาคแล้ว “ที่เหลือล้วนเป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวของหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทั้งสิ้น”

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 164

วัดหนองแม่แตง

วัดหนองแม่แตง

ประวัติ      
      วัดหนองแม่แตง ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลหนองแม่แตงอำเภอไทรงามจังหวัดกำแพงเพชร วัดหนองไม้แตงตั้งวัดเมื่อวันที่ 31 มกราคมพ.ศ 2538 ได้รับอนุญาตตั้งวัดจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเริ่มสร้างวัดได้รับการบริจาคที่ดินจากนายตัน นางฟุ้ง นายก้อม นางสนิท ทองทาพื้นที่เดิมของวัดมี 24 ไร่ วัดหนองแม่แตงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมพ.ศ 2552 วัดหนองแม่แตงมีพระประธานประจำ อุโบสถ ปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วสูง 5 19 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2538 เจ้าอาวาสวัดคือพระครูอุดมวชิรคุณ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 65