วัดเทพนิมิตรมงคล

วัดเทพนิมิตรมงคล

วัดเทพนิมิตรมงคล

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้ชม 2

[16.4642851, 99.8832953, วัดเทพนิมิตรมงคล]

ประวัติ          
  อยู่ที่หมู่ที่ 1 ต.ไทรงาม อำเภอไทรงาม วัดเทพนิมิตรมงคล หรือชาวบ้านพากันเรียกว่า วัดไทรงามเหนือ มีประวัติความเป็นมาคือ ในปี พ.ศ. 2518 วันหนึ่งหลวงปู่อินทร์ท่านได้นิมิตว่ามีเทวดา มาบอกว่าที่ตรงนี้ให้สร้างวัดเพราะในภายภาคหน้าจะเป็นที่พึ่งพาของประชาชน เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และในขณะนั้นประชาชนได้เป็นไข้มาเลเรียกันมาก เทวดาจึงบอกยารักษาโรคแก่หลวงปู่ให้นำมารักษาชาวบ้าน เมื่อหลวงปู่ได้นิมิตแล้วจึงได้บอกเล่าให้ผู้ใหญ่ม้วน เทียนสันต์ ถึงเรื่องนิมิตดังกล่าว และได้ขายที่ดินที่ชาวบ้านถวายหลวงปู่ไว้เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ไว้ทั้งหมด นำปัจจัยดังกล่าวไปก่อสร้างกุฏิ ศาลา จนสำเร็จลุล่วงไปส่วนหนึ่ง และอาศัยที่เทวดาบอกยามาต้มกิน ชาวบ้านจึงหายจากโรคภัยเป็นปกติ อาศัยเหตุดังกล่าว หลวงปู่อินทร์และชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “วัดเทพนิมิตรมงคล” หลวงปู่อินทร์ได้เป็นประธานก่อสร้างพระอุโบสถวัดเทพนิมิตรมงคล โดยนิมนต์พระมหาโชติ มาดำเนินการก่อสร้าง ทำการก่อสร้างอยู่ 2 ปี จึงแล้วเสร็จ และได้ทำการฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ. 2520
เจ้าอาวาส      พระพีรยศ  ติกฺขวีโร

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : ม.1

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=899&code_db=DB0018&code_type=001

วัดโพธิ์เตี้ย
วัดโพธิ์เตี้ย

ประวัติ       
     อยู่ที่บ้านปลักไม้ดำ ม.3 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ  เป็นวัดโบราณวัดหนึ่ง เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ วัดงิ้วงาม ” มีหลวงพ่อกล้ายเป็นเจ้าอาวาส หลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อขำ ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมาและเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดงิ้วงาม เป็นวัดโพธิ์เตี้ย ตามสัญลักษณ์ของต้นโพธิ์ที่มีลักษณะเตี้ยแคระ ซึ่งปัจจุบันต้นโพธิ์นี้ได้ตายแล้ว
            พระโพธิ์ พัชยาโน รักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งบวชมาได้ เพียง 4 พรรษา แต่ดูมีความตั้งใจและจริงใจในการบริหารและดูแลวัดเป็นอย่างมาก เล่าว่าพระเจดีย์โบราณอายุราว 150 ปี  ซึ่งมีสามองค์ แต่โดนขุดทำลายไป 1 องค์ เหลือให้เห็นเพียง 2 องค์ อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มีผู้มาขุดทำลายพระเจดีย์ประมาณ 30 คน  ไม่มีใครที่ตายดีสักคน น่าจะเป็นอุทาหรณ์ ให้คนรุ่นหลังได้รับทราบและระมัดระวังมากขึ้น ในการทำลายโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพราะผู้สร้างสาปแช่งไว้
           ด้านหลังพระเจดีย์ เป็นพระอุโบสถ อายุราว 150 ปี สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เป็นอุโบสถขนาดย่อม เรียกกันโดยทั่วไปว่าโบสถ์มหาอุตม์ คือมีทางเข้าด้านหน้าทางเดียวไม่มีทางออก เหมาะสำหรับปลุกเสก เครื่องราง ของขลังหรือแม้แต่บวชพระ สภาพค่อนข้างทรุดโทรมตามอายุขัยและยังไม่ไดัรับการดูแลอย่างถูกวิถี จากกรมศิลปากร หรือกรมศิลปากรอาจยังไม่ทราบ ว่ามีโบสถ์เก่าแก่อยู่ที่วัดนี้ จึงยังมิได้ขึ้นทะเบียนไว้
            ข้างซ้ายของพระอุโบสถ เป็นพระวิหาร ที่ได้รับการบูรณะและดัดแปลงแก้ไขแล้ว ทำให้สถาปัตยกรรมเดิมถูกดัดแปลงแก้ไขไปโดย ไม่ทราบถึงความสำคัญ อย่างถูกต้องและแท้จริง ทางด้านหน้ามีวิหารขนาดเล็ก มีรูปจำลองหลวงปู่ขำ อดีตเจ้าอาวาส ขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานไว้คู่กับ รอยพระพุทธบาทจำลอง ที่ย้ายมาจากหน้าพระเจดีย์ ยังอยู่ในสภาพงดงาม สมบูรณ์

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 1

วัดป่าดอยลับงา
วัดป่าดอยลับงา

ประวัติ
วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (สมเด็จพระญาณสังวร ) ทรงเป็นอุปัชฌาย์         หลังจากรับนิมนต์ ท่านรับดูแลวัดป่าดอยลับงาอย่างดีตลอดมา ด้วยบารมี และบุญกุศล ที่พระอาจารย์นภดลนันทโน บำเพ็ญมา ทำให้มีผู้เลื่อมใส ศรัทธาวัดป่าดอยลับงา ตลอดมา กว่า ๒๐ปึ  ทุกวันอาทิตย์ จะมีลูกศิษย์ และผู้เลื่อมใส ในวัตรปฏิบัติของท่าน มาทำบุญ กันอย่าง มากมายทุกวัน
      วันนี้ วันศุกร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เดินทาง ไปสำรวจและทำสารคดี โทรทัศน์ชุดวัดป่าดอยลับงา  โดยเดินทางไปกับ มุก  คุณปัทมวดี  ไฮซีค น้องสาวที่น่ารัก  และอาจารย์ รุ่งเรือง สอนชู กับเพื่อน เดินทางไปช่วงบ่าย ไปพบกับ ครูบาชู  ลูกศิษย์ หลวงพ่อนภดล ท่านนำชม วัดพร้อมเล่า ประวัติ วัดป่าดอยลับงา อย่างละเอียด น่าสนใจ
      แต่เดิม เขาลูกนี้ เรียกว่า ดอยลับงา มาช้านาน เหตุที่เรียกเพราะ จะมีโขลงช้างป่า มาลับงา ที่เขาลูกนี้ จึงร่ำลือกันและเรียกขานเขานี้ว่า  ดอยลับงา  บนยอดเขา  มีธารน้ำในฤดูฝนไหลลงมา สู่เบื้องล่างอย่างงดงาม  ร่องรอย แห่งการกัดเซาะของธรรมชาติ ดูเป็นศิลปะที่ไม่ต้องในใครมาตกแต่ง อย่างวิจิตร  บนยอดเขา มีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ เขาดอยลับงาแห่งนี้ จึงถูกกล่าวขานกันว่าศักดิ์สิทธิ์นัก
                ท่านรับรองเราที่ ศาลา อเนกประสงค์ เป็นกุฏิ ของพระอาจารย์นภดล เป็นหอฉันและเป็นที่ประดิษฐานของ พระธาตุ ของ หลวงตามหาบัว  นับว่า มหัศจรรย์มากที่ พระธาตุของหลวงตามหาบัว กลายเป็นแก้วผลึก มีผู้คนมากราบไหว้ ตลอดเวลา ภายในห้องมีภาพของ พระอาจารย์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กว่า สิบรูป ล้วนเป็นพระสุปฏิปันโน ทั้งสิ้น นับว่า ได้มีโอกาสมาชม บารมี ของ พระสงฆ์ สำคัญของสังคมไทย ทุกองค์
 จากนั้นครูบาชู พาเราไปชม โบสถ์ ของวัดป่าดอยลับงา ที่ได้รับวิสุงคามสีมา เรียบร้อยแล้ว ไม่มีสภาพ เหมือนโบสถ์โดยทั่วไป  แต่ภายในสามารถทำ กิจกรรมของสงฆ์ได้ทั้งหมดทุกเรื่อง นับว่าแปลกไปจากวัดทั่วไป
       ครูบาชู นำเราไปชม กุฏี ของพระป่า ที่ตั้งอยู่ในแมกไม้ ตามโขดหิน ต่างๆ ไกลจากกัน มากต่างไม่สามารถมองเห็นกันได้ ไม่มี ไฟฟ้าใช้ ต้องจุดเทียน และใช้ไฟฉาย แต่ละแห่ง ใช้แค่จำวัดและวิปัสสนาเท่านั้น บริเวณกุฎี มี สถานที่สำหรับเดินจงกรม อย่างน่าพิศวง ระยะทางที่ไม่ไกลนัก แต่ วิเวก และน่าสะพรึงกลัวเพียงใด แม้แต่เวลากลางวัน ไปหลายคนยังวิเวก เพียงนี้ ในยามค่ำคืน จะวิเวกปานใด ท่านพาเราไปชม ในแต่ละจุด ที่อยู่ห่างจากกัน ประมาณ ๕๐ เมตร จุดที่ตั้งกุฎิ ล้วน มีชัยภูมิ ที่เหมาะสม จะนั่งวิปัสสนา อย่างยิ่ง
          เราเพลินใจไปกับ ธรรมชาติ อย่าง หลงใหล ในความงามแห่งขุนเขา เงาไม้ สายธารทิวทัศน์ของวัดป่าดอยลับงา อยู่เป็นเวลานาน  ในการสนทนากับครูบาชู ท่านสอดแทรกธรรมะให้เราคิดตลอดเวลา  การไปศึกษาวัดป่าดอยลับงาในครั้งนี้ นับว่า เป็นประโยชน์ แก่ผู้ใฝ่รู้ยิ่งนัก
 แม้มีภารกิจมากเพียงใด ยังอดหวนคิดไปไม่ได้ว่า สักวันหนึ่งอาจมีโอกาส ได้มาสัมผัสกับความวิเวก ในป่าเขา เงาไม้และสายธาร ที่วัดป่าดอยลับงาแห่งนี้ สัก สัปดาห์ สักเดือน สักปี หรือ ชั่วชีวิต วัดป่าดอยลับงา ความวิเวก ที่หาได้ ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 1

วัดวังประดา
วัดวังประดา

ประวัติ       
     วัดวังประดา ตั้งอยู่ที่หมู่ 12 ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร วัดวังประดาตั้งวัดเมื่อวันที่ 28 เดือนธันวาคมพ.ศ 2533 มีพระประธานประจำศาลาการเปลี่ยนขนาดหน้าตักกว้าง 29 นิ้วสูง 36 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2519 ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 15 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เจ้าอาวาสวัดคือ พระฐปกรอินุทาโก  (รก.)

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดบ้านไร่
วัดบ้านไร่

ประวัติ        
    วัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)
“วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๕๖ เวลา ๕ โมงเช้า ถึงวัดบ้านไร่ วัดนี้เป็นสำนักสงฆ์ เพิ่งตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมศกนี้  มีพระ ๔ รูป พระปลั่ง พรรษา ๑๘ เป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านมาเฝ้าราว ๑๕๐ คน”
ข้อความบางส่วนจาก จดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส  เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ ในมณฑลฝ่ายเหนือ  ที่บันทึกถึงวัดบ้านไร่
พระปลั่ง ผู้สร้างวัดบ้านไร่คือ พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  (ปลั่ง  พรหมโชโต)  เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ และเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร
จากบันทึกของ นายริ้ว โทเมฆ  การสร้างวัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)   เมื่อปี พุทธศักราช ๒๔๕๕ บ้านไร่มีประชากร ประมาณ ๕๐ หลังคาเรือน เมื่อต้องทำพิธีกรรมทางศาสนา ชาวบ้านต้องไปทำที่วัดราชพฤกษ์ศรัทธาราม ตำบลหนองปลิง ซึ่งอยู่คนละฝั่งแม่น้ำปิง ลำบากมาก
ผู้ริเริ่มสร้างวัดใหม่ที่หมู่บ้านไร่ คือ นายชวน เที่ยงตรง  ท่านจึงได้เป็นผู้นำ ในการหารือชาวบ้านไร่ ว่าสมควรสร้างวัดบ้านไร่ หรือไม่ ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นสมควรให้สร้างวัดใหม่ ที่บ้านไร่  โดยได้รับการบริจาคที่ดิน จาก  นางน้อม หนูเที่ยง และนางสกุล ซึ่งมีที่ดินอยู่กลางหมู่บ้าน  มีความกว้าง ๔๐ วา  ความลึก ตามที่คณะกรรมการวัดต้องการ ชาวบ้านได้ไปนิมนตร์พระอาจารย์ปลั่ง ( พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  ) มาเป็นประธานในการก่อสร้างวัดบ้านไร่ เพราะบริเวณบ้านไร่ มีญาติพี่น้องของพระอาจารย์อยู่หลายท่าน  (เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ) มีพระอาจารย์ปลั่งเป็นเจ้าอาวาส อยู่ สามปี พระอาจารย์ปลั่ง ได้ให้นามวัดนี้ว่า วัดราษฎร์เจริญพร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 3

วัดคฤหบดีสงฆ์
วัดคฤหบดีสงฆ์

ประวัติ         

   อยู่ที่บ้านท่าพุทรา หมู่ที่ 3 ตำบลท่าพุทรา อำเภอคลองขลุง ห่างจากถนนสายพหลโยธิน ประมาณ 200 เมตร ถ้าเดินทางจากจังหวัดนครสวรรค์ ไปทางเหนือตามถนนพหลโยธิน ทางวัดจะอยู่ทางขวามือ จะมีป้ายบอกทางเข้าบ้านท่าพุทรา ระหว่าง กิโลเมตรที่ 83-84 และ จากจังหวัดกำแพงเพชร ไปทางใต้ตามถนนสายพหลโยธิน ทางเข้าวัดจะอยู่ทางซ้ายมือระหว่างกิโลเมตรที่ 37-38 มีป้ายบอกว่าเข้าบ้านท่าพุทรา

          วัดนี้เป็นเก่าแก่วัดหนึ่งในเขตอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร คงมีอายุเป็นร้อยปี ทั้งนี้ เพราะมีคนแก่ที่บ้านท่าพุทราเองเล่าให้ฟังว่า เมื่อเกิดมาจำความได้ก็เห็นมีวัดมาแล้วอย่างนี้ ตามที่สันนิษฐานดูแล้ว บ้านท่าพุทราเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มาก ตามปกติคนไทยเรานับถือพระพุทธศาสนา มีศาสนาพุทธเป็นที่พึ่งทางจิตใจ เมื่อไปอยู่ที่แห่งใดก็ต้องสร้างวัดขึ้นมา พร้อมกับหมู่บ้านเพื่อเป็นที่ทำบุญ และเพื่อเป็นที่ประกอบการกุศลอื่น ๆ อีก เช่น บวชลูกหลานเป็นต้น เพราะคนไทยถือว่า ถ้าเป็นผู้ชายเมื่ออายุครบ  20 ปี บริบูรณ์  จะต้องบวชพระกันทุกคน ถ้าไม่บวชเรียกว่าคนดิบ ฉะนั้น วัดท่าพุทรานี้ก็คงจะสร้างขึ้นมาพร้อมกับบ้านท่าพุทรา ถึงจะหลังบ้างก็คงไม่กี่ปี แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่มีใครทราบแน่นอนว่าสร้างกันขึ้นมาแต่เมื่อไร ต่อมาได้รับเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อ พ.ศ.2511

           ที่ดินที่สร้างวัดมีจำนวน 20 ไร่ 2 งาน 54 ตารางวา ทิศเหนือจดที่ดินนายยั้ว คชวารี ทิศใต้จดถนนกรมทางเข้าตลาดท่าพุทรา ทิศตะวันออกจดแม่น้ำปิง ทิศตะวันตกจดคลองยาง

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดวชิราราม
วัดวชิราราม

ประวัติ          
  ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลท่าพุทราอำเภอคลองขลุงจังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 13 ไร่ วัดวชิรารามตั้งเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์พ. ศ. 2519 โดยมีการสร้างวัด ประมาณปีพ.ศ 2515 และได้มีการขอสร้างวัดตั้งวัดในเวลาต่อมา มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 30 นิ้วสูง 48 นิ้ว สร้างเมื่อพ.ศ. 2517 เจ้าอาวาสวัด พระอธิการเสียง ครุธมโม

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดเขาแก้ว
วัดเขาแก้ว

ประวัติ
ตั้งอยู่ที่บ้านพรานกระต่าย หมู่ที่ ๑๖ ตําบลพรานกระต่าย อําเภอพรานกระต่าย จังหวัดกําแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดอยู่บริเวณภูเขา เนื้อที่ ๕๒ ไร่ ๒ งาน ๗ ตารางวา ได้สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๑ ตั้งชื่อวัดว่า “วัดเขาแก้ว” เนื่องจากเป็นชื่อของภูเขา จึงได้มีนามวัดตามชื่อของภูเขา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี
วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

ประวัติ

ตั้งอยู่ที่ 116 หมู่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง พ.ศ.2498 ได้เริ่มสร้าง ดำเนินการโดย ผู้ใหญ่เปรื่อง ฤกษ์หร่าย ได้บริจาคที่ดิน 18 ไร่ พ.ศ.2512 ได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2512 วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี เริ่มแรก สร้างวัด ได้ปั้นพระพุทธรูป ปางนาคปรก 1 องค์ หน้าตักกว้าง 5 เมตร โดยก่ออิฐ แกนไม้ ต่อมาไม้ผุทำให้พระล้มลง และองค์พระได้แตกไป เหลือแต่เศียร นอนไว้ใต้ต้นโพธิ์ ไม่สามารถทำองค์ใหม่ได้ ต่อมา ชาวบ้านได้สร้างพระนาคปรก ขึ้นใหม่อีก 1 องค์ กลางลานวัด มาปี พ.ศ. 2550 ได้ให้ช่างทำองค์พระขึ้นใหม่โดยใช้เศียร เก่ามาต่อ แต่ไม่มีนาคปรกและให้นามใหม่ว่า พระพุทธวัชรมงคล ปี พ.ศ. 2550 ได้เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมากเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับจังหวัด ปี พ.ศ. 2551 ได้เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับเขต เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมาก

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2018 ผู้เช้าชม 3

วัดสังฆานุภาพ
วัดสังฆานุภาพ

มโนปณิธานในการก่อสร้างวัดสังฆานุภาพ

         หลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ตั้งใจจะพัฒนาพุทธอุทยานประวัติศาสตร์ 5,000 ปี ให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งประทานนามอารามขึ้นมาใหม่ว่า “วัดสังฆานุภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา, เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ, เพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อ พระมงคลเทพมุนี หลวงพอ่ วัดปากน้ำ ผู้เป็น มหาปูชนียาจารย์, เพื่อเป็นสถานที่ประกอบบุญพิธีของ พุทธศาสนิกชน, เพื่ออนุรักษ์และเชิดชูศิลปกรรม หรือ สถาปัตยกรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ประการสำคัญ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเอง และเพื่อการสร้างบุญกุศลเพิ่มขึ้นแก่พุทธศาสนิกชน ผู้ได้ ถวายจตุปัจจัยในโอกาสที่ได้รับอาราธนาไปปฏิบัติศานสกิจใน ที่ต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ ทุนทรัพย์การสร้างวัดในครั้งนี้ นอกจากคณะสงฆ์และสาธุชนทั้งหลายได้ร่วมบริจาคแล้ว “ที่เหลือล้วนเป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวของหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทั้งสิ้น”

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 1

วัดศรีโยธิน
วัดศรีโยธิน

ประวัติ
ที่วัดศรีโยธิน ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นวัดที่สร้างโดยรอ.ทำนอง โยธินธนสมบัติ ต่อมาท่านได้บวชและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส นาม หลวงพ่อทำนอง คุณังกะโร เมื่อท่านสร้างวัด ท่านนิมิตว่า มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งมาเข้านิมิตและจะมาช่วยสร้างวัด เมื่อท่านตื่นขึ้นก็ไปเที่ยวหาพระตามนิมิต และพบพระพุทธรูป โกลนศิลาแลง ขนาดหน้าตักกว้าง 6 เมตร จมดินอยู่บริเวณหลัง ฌาปนสถานของเทศบาล ในลักษณะฝังดินอยู่ ได้ทำพิธี อัญเชิญขึ้นมามีชิ้นส่วนหลายชิ้น ตามหลักการสร้างพระโกลนศิลาแลงขนาดใหญ่ เมื่ออัญเชิญขึ้นมาเกิดพายุใหญ่ ลมหมุน มืดครึ้มไปทั่วบริเวณ ได้ยกขึ้นมาพบแมงป่องจำนวนมาก อยู่ใต้ฐานพระ ยกมาประดิษฐานเป็นพระประธานในวัดศรีโยธิน ได้ตกแต่งให้เป็นองค์พระที่งดงาม เดิมเรียกกันว่าหลวงพ่อศิลาแลงภายหลังขนานนามท่านว่าหลวงพ่อศรีสรรเพชญ์
        เมื่อนำผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีมาตรวจสอบพบว่า หลวงพ่อศรีสรรเพชญ์องค์นี้ น่าจะเป็นพระพุทธรูปที่วัดพระแก้วภายในกำแพงเมืองกำแพงเพชรที่ถูกเคลื่อนย้ายไป และนำไปซ่อนไว้ที่พบพระและไม่สามารถนำไปได้ด้วยเหตุผลหลายประการ เมื่อหลวงพ่อทำนองมาพบและนำไปประดิษฐานเป็นพระประธานในโบสถ์วัดพระศรีสรรเพชญ์ เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดมหัศจรรย์หลายประการต่อมามีผู้โชคดีจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลที่นำเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งมาสร้างวัด ทำให้วัดศรีโยธินเจริญอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นความเชื่อของผู้คนในยุคสมัย หลวงพ่อศรีสรรเพชญ์ วัดศรีโยธิน จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งหนึ่งที่พบในเมืองกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 2