วัดเทพนิมิตรมงคล

วัดเทพนิมิตรมงคล

วัดเทพนิมิตรมงคล

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้ชม 40

[16.4642851, 99.8832953, วัดเทพนิมิตรมงคล]

ประวัติ          
  อยู่ที่หมู่ที่ 1 ต.ไทรงาม อำเภอไทรงาม วัดเทพนิมิตรมงคล หรือชาวบ้านพากันเรียกว่า วัดไทรงามเหนือ มีประวัติความเป็นมาคือ ในปี พ.ศ. 2518 วันหนึ่งหลวงปู่อินทร์ท่านได้นิมิตว่ามีเทวดา มาบอกว่าที่ตรงนี้ให้สร้างวัดเพราะในภายภาคหน้าจะเป็นที่พึ่งพาของประชาชน เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และในขณะนั้นประชาชนได้เป็นไข้มาเลเรียกันมาก เทวดาจึงบอกยารักษาโรคแก่หลวงปู่ให้นำมารักษาชาวบ้าน เมื่อหลวงปู่ได้นิมิตแล้วจึงได้บอกเล่าให้ผู้ใหญ่ม้วน เทียนสันต์ ถึงเรื่องนิมิตดังกล่าว และได้ขายที่ดินที่ชาวบ้านถวายหลวงปู่ไว้เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ไว้ทั้งหมด นำปัจจัยดังกล่าวไปก่อสร้างกุฏิ ศาลา จนสำเร็จลุล่วงไปส่วนหนึ่ง และอาศัยที่เทวดาบอกยามาต้มกิน ชาวบ้านจึงหายจากโรคภัยเป็นปกติ อาศัยเหตุดังกล่าว หลวงปู่อินทร์และชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “วัดเทพนิมิตรมงคล” หลวงปู่อินทร์ได้เป็นประธานก่อสร้างพระอุโบสถวัดเทพนิมิตรมงคล โดยนิมนต์พระมหาโชติ มาดำเนินการก่อสร้าง ทำการก่อสร้างอยู่ 2 ปี จึงแล้วเสร็จ และได้ทำการฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ. 2520
เจ้าอาวาส      พระพีรยศ  ติกฺขวีโร

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : ม.1

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=899&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดสลกบาตร

วัดสลกบาตร

ประวัติ
วัดสลกบาตร ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลสลกบาตรอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร วัดสลกบาตรตั้งวัดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคมพ.ศ 2528 วัดสลกบาตรเดิมใช้ชื่อว่าสำนักพุทธรักษา สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ๒๕๒๔นำโดยพระมหาแก้ว พุทธรกขิโตซึ่งชาวบ้านได้นิมนต์ท่านมาพำนักอยู่จำพรรษา เนื่องจากเป็นป่าธรรมชาติเหมาะแก่การเจริญสมณธรรม ต่อมาคุณจอย และคุณจันทร์เรืองศรีจันทร์และครอบครัว ได้ยกที่ดินจำนวน 6 ไร่เพื่อใช้สร้างวัด ใช้ชื่อว่าสำนักสงฆ์พุทธรักษา และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นลำดับ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคมพ.ศ 2528 ได้ประกาศตั้งวัดใช้ชื่อว่าวัดสลกบาตรโดยมีพระครูวชิรประภากร เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสในขณะนั้น เจ้าอาวาสคือพระอธิการวิเชียร นิภาธโร

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 58

วัดบ้านไร่

วัดบ้านไร่

ประวัติ        
    วัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)
“วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๕๖ เวลา ๕ โมงเช้า ถึงวัดบ้านไร่ วัดนี้เป็นสำนักสงฆ์ เพิ่งตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมศกนี้  มีพระ ๔ รูป พระปลั่ง พรรษา ๑๘ เป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านมาเฝ้าราว ๑๕๐ คน”
ข้อความบางส่วนจาก จดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส  เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ ในมณฑลฝ่ายเหนือ  ที่บันทึกถึงวัดบ้านไร่
พระปลั่ง ผู้สร้างวัดบ้านไร่คือ พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  (ปลั่ง  พรหมโชโต)  เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ และเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร
จากบันทึกของ นายริ้ว โทเมฆ  การสร้างวัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)   เมื่อปี พุทธศักราช ๒๔๕๕ บ้านไร่มีประชากร ประมาณ ๕๐ หลังคาเรือน เมื่อต้องทำพิธีกรรมทางศาสนา ชาวบ้านต้องไปทำที่วัดราชพฤกษ์ศรัทธาราม ตำบลหนองปลิง ซึ่งอยู่คนละฝั่งแม่น้ำปิง ลำบากมาก
ผู้ริเริ่มสร้างวัดใหม่ที่หมู่บ้านไร่ คือ นายชวน เที่ยงตรง  ท่านจึงได้เป็นผู้นำ ในการหารือชาวบ้านไร่ ว่าสมควรสร้างวัดบ้านไร่ หรือไม่ ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นสมควรให้สร้างวัดใหม่ ที่บ้านไร่  โดยได้รับการบริจาคที่ดิน จาก  นางน้อม หนูเที่ยง และนางสกุล ซึ่งมีที่ดินอยู่กลางหมู่บ้าน  มีความกว้าง ๔๐ วา  ความลึก ตามที่คณะกรรมการวัดต้องการ ชาวบ้านได้ไปนิมนตร์พระอาจารย์ปลั่ง ( พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  ) มาเป็นประธานในการก่อสร้างวัดบ้านไร่ เพราะบริเวณบ้านไร่ มีญาติพี่น้องของพระอาจารย์อยู่หลายท่าน  (เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ) มีพระอาจารย์ปลั่งเป็นเจ้าอาวาส อยู่ สามปี พระอาจารย์ปลั่ง ได้ให้นามวัดนี้ว่า วัดราษฎร์เจริญพร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 27

วัดแก้วสุริย์ฉาย

วัดแก้วสุริย์ฉาย

ประวัติ         
   เจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย และเจ้าคณะตำบลลานกระบือ เล่าประวัติวัดแก้วสุริย์ฉายว่า ได้สร้างราวพุทธศักราช 2400 ในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ผู้ที่ยกที่ดินให้สร้างวัดคือ นายแก้ว และนางฉาย ประชาชนจึงร่วมกันสร้างวัดขึ้น ณ ที่ดินแห่งนี้และขนานนามวัดแห่งนี้ว่า “วัดแก้วสุริย์ฉาย”
    ในวัดประดิษฐาน หลวงพ่อขำ หลวงพ่อกลับ ซึ่งมีรูปหล่อของท่านทั้งสอง อยู่ในศาลา กลางวัด ว่าท่านทั้งสองเป็นพระอาจารย์ของ เจ้าอธิการยี้ และได้รับการถ่ายถอดวิทยาคุณ จากพระอาจารย์ของท่าน คือหลวงพ่อขำ เป็นอาจารย์ของหลวงพ่อกลับ หลวงพ่อกลับเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อไสว (พระครูวินิจวชิรคุณ) หลวงพ่อไสวเป็นอาจารย์ของเจ้าอธิการยี้ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ทรงวิทยาคุณทางคาถาอาคมยิ่ง เป็นที่พึ่งหลักทั้งทางธรรมะ และทางโลก พระเจดีย์โบราณ สององค์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของเจ้าอาวาสและผู้ที่มีพระคุณต่อวัด และพระอุโบสถ ซึ่งเป็นโบสถ์สมัยโบราณที่ถมดินขึ้นมาสูงมากทำให้ อาคารพระอุโบสถและพระวิหารเสียรูปทรงไป ในโบสถ์มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นพระประธาน เมื่อสังเกตโดยละเอียด พบว่า ได้นำปูนไปฉาบพระองค์ไว้ จึงอาจสันนิษฐานได้ว่ามี พระที่เป็นโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งที่มีคุณค่ามาก มีพระวิหารอยู่หลังพระอุโบสถ เป็นวิหารเก่า ที่ได้รับการบูรณะเปลี่ยนรูปทรงไป แต่ก็ยังดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมกำแพงเพชร ในสมัยรัตนโกสินทร์ ในศาลาใหญ่มีชมรมผู้สูงอายุ มาชุมนุมจำนวนมาก ได้จัดกิจกรรมร่วมกัน ทั้งการออกกำลังกาย และกิจกรรมบันเทิง นับว่าเป็นการจัดตั้งได้อย่างงดงามมาก

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 30

วัดบ่อสามแสน

วัดบ่อสามแสน

ประวัติ 

วัดบ่อสามแสนเป็นวัดใหม่ สร้างเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2500 โดยเป็นที่พักสงฆ์มาตลอด แต่เดิมมีศาลาไม้ไผ่หนึ่งหลัง และกุฏิพระเพียงหลังเดียว เมื่อปีพุทธศักราช 2510 ชาวบ้านบ่อสามแสนได้ไปอาราธนาหลวงพ่อพล กุสโล จากวัดคลองเมืองนอก ตำบลโกสัมพี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก
        เหตุที่เรียกว่าวัดบ่อสามแสนเพราะตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านบ่อสามแสน ด้านหน้าวัดมีบ่อศิลาแลง ขนาดใหญ่มหึมา ชาวกำแพงเพชรเรียกขานกันว่า บ่อสามแสน โดยมีตำนานว่าน้ำในบ่อมีจำนวนมาก แม้คนสามแสนคนใช้ดื่มกินก็ไม่มีวันหมด วัดใหม่จึงเรียกชื่อตามบ่อสามแสน ว่าวัดบ่อสามแสน หลวงพ่อพล กุสโล ได้ชักชวนชาวบ้านเพื่อสร้างหลวงพ่อพระนอนขึ้น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2515 และวัดบ่อสามแสนได้รับอนุญาตให้เป็นวัดเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2525 มีเจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่อพลคือ หลวงพ่อยงค์ ทีฆายุโก เมื่อท่านมรณภาพ พระอาจารย์ทวี วชิรวังโส เจ้าคณะตำบลโกสัมพี มาเป็นเจ้าอาวาส จ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือ พระครูวชิรปัญญากร นามเดิมว่าพระอาจารย์อำนวย กรรณิกา ในปีพุทธศักราช 2538 พระครูวชิรปัญญากร ได้ก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น เป็นอุโบสถขนาดใหญ่ที่งดงาม สิ้นงบประมาณก่อสร้างไป สิบห้าล้านบาทแม้รูปลักษณ์ของหลวงพ่อพระนอน วัดบ่อสามแสน จะไม่งดงามเหมือนพระนอนที่สร้างโดยช่างหลวง ก็ตาม แต่ประชาชนชาวบ่อสามแสน เคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ฝีมือช่างราษฎรหรือช่างชาวบ้าน ก็ปั้นตามภูมิปัญญาของชาวบ้าน แต่เป็นความภูมิใจที่สามารถสร้างเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างสมบูรณ์ ชาวบ้านบ่อสามแสนจะจัดงานประเพณีไหว้พระนอน ในประมาณเดือนมีนาคม ของทุกปี ประมาณ 3 วัน 3 คืนชาวกำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียงจะมาไหว้พระนอนกันอย่างมากมาย หลวงพ่อพระนอนมีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 29

วัดสว่างอารมณ์

วัดสว่างอารมณ์

ประวัติ           

ตั้งอยู่ที 217/1 หมู่ที่ 2 ตำบลแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี นมัสการหลวงพ่อโตวัดสว่างอารมณ์ เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร มีเกศเป็นเปลวเพลิง หน้าตักกว้าง 4 ศอก ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอขาณุวรลักษบุรี

            วัดสว่างอารมณ์ ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2275 โดยมีนายสว่าง นางรมณ์ เป็นผู้บริจาคทที่ดินให้สร้างวัด จึงมีนามวัดอย่างนั้น เดิมมีแม่น้ำปิงผ่านหน้าวัด ต่อมาแม่น้ำปิงเปลี่ยนทิศทาง ทำให้หน้าวัดตื้นขึ้นเป็นที่ดนงอกออกไปประมาณ 350 เมตร สำหรับอุโบสถได้สร้างขึ้นมาถึง 3 ครั้ง ชาวบ้านเรียกว่าแสนตอ ตามชื่อหมู่บ้าน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 44

วัดร่มโพธิญาณ

วัดร่มโพธิญาณ

ประวัติ        
    พระอาจารย์บุญเชิด อนามโย เจ้าอาวาสวัดร่มโพธิญาณ เลขที่ 88 หมู่ 10 บ้านดงดำ ตำบลวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สร้างพระประธานในพระมหาเจดีย์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์พระปฐมปางสมาธิทรงพุทธรัตนะหน้าตัก 10 ศอก 10 นิ้ว
            พระอาจารย์เล่าว่า...ตอนที่อาตมาเดินธุดงค์มาที่นี่ เมื่อปี 2541 มาอยู่รูปเดียว จิตออกจากร่าง ส่วนแรกที่ได้เห็นคือร่างของอาตมานอนอยู่ในกรด ส่วนที่ 2 ได้เห็นเทวบุตร ซึ่งเป็นอารักษ์อยู่ในเขตนี้ ยืนนิ่งสงบ ร่างสว่างนวล มีแสงออกจากทางส่วนอก เขียวอ่อนๆ เหลืองอ่อนๆ จางๆ ขาวนวล สีแพรวๆ พราวๆ เมื่อกลับมาที่ร่างก็พิจารณาว่าสภาพ เย็น สงบ สว่าง ในเทวบุตรที่เห็นในเขต 20 ไร่ เมื่อก่อนมีป่าพงล้อมรอบ มีศาลาหลังเดียว แร้นแค้นกันดาร 1 วันสรงน้ำครั้งหนึ่ง อาตมาสร้างขึ้นทั้งหมด พอออกนอกเขตก็เห็นพวกเปรต สัมพเวสี ปะปนกัน แต่ละท่านไม่มีความสงบในตัวเอง มีความสับสนกลับกลอกในอารมณ์ บ่นพร่ำเพ้อไปตามฐานะกรรม ที่ตนได้สร้างไว้ในอดีตและปัจจุบันด้วย

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 136

วัดเทพโมฬี

วัดเทพโมฬี

วัดเทพโมฬี (วัดหลวงพ่อโม้) ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดเก่าแก่และสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโมฬี พระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ ศิลปะสมัยอู่ทอง ยุคต้นของกรุงศรีอยุธยาที่งดงามมากองค์หนึ่ง ชาวเมืองเรียกกันว่า "หลวงพ่อโม้" ซึ่งหมายความว่า เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีขนาดหน้าตักกว้าง 10 ศอก 1 คืบ สูง 13 ศอก 1 คืบ เป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดกำแพงเพชรให้ความเคารพนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และแสดงปาฏิหาริย์ให้ชาวบ้านได้เห็นกันอยู่เสมอ เชื่อกันว่าสามารถห้ามมิให้ฝนตกได้

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 20

วัดหนองปากดง

ประวัติ     

       วัดหนองปากดง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหลวง อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร วัดหนองปากดงตั้งวัดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมพ.ศ 2552 เมื่อพ.ศ 2528 ชาวบ้านหนองปากดงและครอบครัวและญาติของนางชลอ  พะโยม ได้ร่วมกันบริจาคที่ดินประมาณ 7 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวาเพื่อการสร้างวัด ภายหลังทางวัดได้ซื้อที่ดินเพิ่มรวมเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 50 นิ้วสูง 90 นิ้ว เจ้าอาวาสวัดคือพระอธิการอุดม เทวธนโม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 22

วัดสามขา

วัดสามขา

ประวัติ
วัดสามขา ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลเทพนิมิตอำเภอบึงสามัคคีจังหวัดกำแพงเพชร วัดสามขาตั้งวัดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมพ.ศ 2532 โดยมีนายบุญส่งประมูลและชาวบ้านร่วมใจกันสร้างวัดและพัฒนามาตลอดจนปัจจุบัน ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 40

วัดถ้ำเขาตะล่อมกวาง

วัดถ้ำเขาตะล่อมกวาง

วัดถ้ําเขาตะล่อมกวาง ตั้งอยู่ที่บ้านเขาสว่างอารมณ์ หมู่ที่ ๑ ตําบลพรานกระต่าย

อําเภอพรานกระต่าย จังหวัดกําแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ ๑๖ ไร่

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ เดิม

แรกเริ่มสร้างวัดเรียก “วัดเขาตะล่อมกวางทอง” โดยมีนายรวย ฟองเทพ ร่วมกับชาวบ้าน ได้

จัดสร้างตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคสีมา วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๒

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 34