วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้ชม 431

[16.156339, 99.9417377, วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม]

ประวัติ
วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ๒ งาน ๓๖ ตารางวา ตั้งอยู่ที่ บ้านทุ่งสนุ่น หมู่ที่ ๔ ตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร เริ่มสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ โดยชาวบ้านซึ่งมีเชื้อสายลาวครั่ง และลาวเวียง ได้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดนครปฐม และ จังหวัดราชบุรี มาจับจองที่ดินเพื่อทำมาหากินที่บริเวณอำเภอขาณุวรลักษบุรี (บริเวณ อ.บึงสามัคคีในปัจจุบัน) ซึ่งในขณะนั้นบริเวณนี้ยังเป็นป่าดงดิบเต็มไปด้วยสัตว์ป่า อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ และมีต้นสนุ่น (ใคร้นุ่น) เกิดอยู่เต็มท้องทุ่งนา ชาวบ้านจึงเรียกขานบ้านตนเองว่า บ้านทุ่งสนุ่น และหลังจากนั้นไม่นานชาวอีสาน จากจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่นก็อพยพมาสมทบกันอยู่เพิ่มเติมอีก จากนั้นจึงมีคนไทยเชื้อสายจีนเดินทางมาค้าขายทีหลัง
เมื่อมีประชาชนอพยพเข้ามาอยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นชุมชนใหญ่พอสมควรแล้ว ชาวบ้านจึงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่โรงเรียนอนุบาลบึงสามัคคีในปัจจุบัน และได้ไปนิมนต์ หลวงปู่เบี้ยว ถาวริโก จาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาเป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์ แต่ด้วยทำเลที่ตั้งวัดนั้นไม่เหมาะเพราะอยู่ติดทางโค้งหลวงปู่และชาวบ้านจึงได้แลกที่ดินกันกับโรงเรียน ทำให้วัดทุ่งสนุ่นรัตนารามได้มาตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกบ้านทุ่งสนุ่นตราบเท่าปัจจุบัน ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๑๓ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า '''วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม''' ซึ่งแปลว่า วัดที่เปรียบเหมือนแก้วอันล้ำค่าของชาวบ้านทุ่งสนุ่น เปิดทำการเรียนการสอนนักธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ เป๋นต้นมา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ และได้ทำการผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ มีเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เจ้าอาวาส      พระมหาอภิชาติ กิตฺติวรญฺญู

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : ม.4

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=890&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดบ่อสามแสน

วัดบ่อสามแสน

ประวัติ 

วัดบ่อสามแสนเป็นวัดใหม่ สร้างเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2500 โดยเป็นที่พักสงฆ์มาตลอด แต่เดิมมีศาลาไม้ไผ่หนึ่งหลัง และกุฏิพระเพียงหลังเดียว เมื่อปีพุทธศักราช 2510 ชาวบ้านบ่อสามแสนได้ไปอาราธนาหลวงพ่อพล กุสโล จากวัดคลองเมืองนอก ตำบลโกสัมพี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก
        เหตุที่เรียกว่าวัดบ่อสามแสนเพราะตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านบ่อสามแสน ด้านหน้าวัดมีบ่อศิลาแลง ขนาดใหญ่มหึมา ชาวกำแพงเพชรเรียกขานกันว่า บ่อสามแสน โดยมีตำนานว่าน้ำในบ่อมีจำนวนมาก แม้คนสามแสนคนใช้ดื่มกินก็ไม่มีวันหมด วัดใหม่จึงเรียกชื่อตามบ่อสามแสน ว่าวัดบ่อสามแสน หลวงพ่อพล กุสโล ได้ชักชวนชาวบ้านเพื่อสร้างหลวงพ่อพระนอนขึ้น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2515 และวัดบ่อสามแสนได้รับอนุญาตให้เป็นวัดเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2525 มีเจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่อพลคือ หลวงพ่อยงค์ ทีฆายุโก เมื่อท่านมรณภาพ พระอาจารย์ทวี วชิรวังโส เจ้าคณะตำบลโกสัมพี มาเป็นเจ้าอาวาส จ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือ พระครูวชิรปัญญากร นามเดิมว่าพระอาจารย์อำนวย กรรณิกา ในปีพุทธศักราช 2538 พระครูวชิรปัญญากร ได้ก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น เป็นอุโบสถขนาดใหญ่ที่งดงาม สิ้นงบประมาณก่อสร้างไป สิบห้าล้านบาทแม้รูปลักษณ์ของหลวงพ่อพระนอน วัดบ่อสามแสน จะไม่งดงามเหมือนพระนอนที่สร้างโดยช่างหลวง ก็ตาม แต่ประชาชนชาวบ่อสามแสน เคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ฝีมือช่างราษฎรหรือช่างชาวบ้าน ก็ปั้นตามภูมิปัญญาของชาวบ้าน แต่เป็นความภูมิใจที่สามารถสร้างเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างสมบูรณ์ ชาวบ้านบ่อสามแสนจะจัดงานประเพณีไหว้พระนอน ในประมาณเดือนมีนาคม ของทุกปี ประมาณ 3 วัน 3 คืนชาวกำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียงจะมาไหว้พระนอนกันอย่างมากมาย หลวงพ่อพระนอนมีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 233

วัดแก้วสุริย์ฉาย

วัดแก้วสุริย์ฉาย

ประวัติ         
   เจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย และเจ้าคณะตำบลลานกระบือ เล่าประวัติวัดแก้วสุริย์ฉายว่า ได้สร้างราวพุทธศักราช 2400 ในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ผู้ที่ยกที่ดินให้สร้างวัดคือ นายแก้ว และนางฉาย ประชาชนจึงร่วมกันสร้างวัดขึ้น ณ ที่ดินแห่งนี้และขนานนามวัดแห่งนี้ว่า “วัดแก้วสุริย์ฉาย”
    ในวัดประดิษฐาน หลวงพ่อขำ หลวงพ่อกลับ ซึ่งมีรูปหล่อของท่านทั้งสอง อยู่ในศาลา กลางวัด ว่าท่านทั้งสองเป็นพระอาจารย์ของ เจ้าอธิการยี้ และได้รับการถ่ายถอดวิทยาคุณ จากพระอาจารย์ของท่าน คือหลวงพ่อขำ เป็นอาจารย์ของหลวงพ่อกลับ หลวงพ่อกลับเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อไสว (พระครูวินิจวชิรคุณ) หลวงพ่อไสวเป็นอาจารย์ของเจ้าอธิการยี้ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ทรงวิทยาคุณทางคาถาอาคมยิ่ง เป็นที่พึ่งหลักทั้งทางธรรมะ และทางโลก พระเจดีย์โบราณ สององค์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของเจ้าอาวาสและผู้ที่มีพระคุณต่อวัด และพระอุโบสถ ซึ่งเป็นโบสถ์สมัยโบราณที่ถมดินขึ้นมาสูงมากทำให้ อาคารพระอุโบสถและพระวิหารเสียรูปทรงไป ในโบสถ์มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นพระประธาน เมื่อสังเกตโดยละเอียด พบว่า ได้นำปูนไปฉาบพระองค์ไว้ จึงอาจสันนิษฐานได้ว่ามี พระที่เป็นโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งที่มีคุณค่ามาก มีพระวิหารอยู่หลังพระอุโบสถ เป็นวิหารเก่า ที่ได้รับการบูรณะเปลี่ยนรูปทรงไป แต่ก็ยังดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมกำแพงเพชร ในสมัยรัตนโกสินทร์ ในศาลาใหญ่มีชมรมผู้สูงอายุ มาชุมนุมจำนวนมาก ได้จัดกิจกรรมร่วมกัน ทั้งการออกกำลังกาย และกิจกรรมบันเทิง นับว่าเป็นการจัดตั้งได้อย่างงดงามมาก

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 116

วัดสามขา

วัดสามขา

ประวัติ
วัดสามขา ตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ตำบลเทพนิมิตอำเภอบึงสามัคคีจังหวัดกำแพงเพชร วัดสามขาตั้งวัดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมพ.ศ 2532 โดยมีนายบุญส่งประมูลและชาวบ้านร่วมใจกันสร้างวัดและพัฒนามาตลอดจนปัจจุบัน ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน 

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 130

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

ประวัติ        
วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง) ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 บ้านปางใหม่พัฒนา ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความเชื่อและศรัทราของประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีเจ้าอาวาสชื่อ พระครูสังฆรักษ์ ปัญญาสีลโชโต (ธ) หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ "หลวงพ่อถัง" ชาวบ้านมีความเชื่อว่าท่านเจ้าอาวาสมีความสามารถพิเศษในการลงยันต์ และเสกคาถาอาคมลงบนถังตวงข้าวสาร หากใครนำไปบูชาแล้วจะทำมาค้าขายดี
นอกจากนี้ภายในวัดป่าเขาเขียว จัดให้มีพิพิธภัณฑ์ถังตวงข้าวแบบโบราณ และแบบสมัยใหม่หลายขนาดมากกว่า 1,000 ถัง เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิวัฒนาการการใช้มาตรการตวงทั้งในอดีตและปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 110

วัดศรีโยธิน

วัดศรีโยธิน

ประวัติ
ที่วัดศรีโยธิน ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นวัดที่สร้างโดยรอ.ทำนอง โยธินธนสมบัติ ต่อมาท่านได้บวชและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส นาม หลวงพ่อทำนอง คุณังกะโร เมื่อท่านสร้างวัด ท่านนิมิตว่า มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งมาเข้านิมิตและจะมาช่วยสร้างวัด เมื่อท่านตื่นขึ้นก็ไปเที่ยวหาพระตามนิมิต และพบพระพุทธรูป โกลนศิลาแลง ขนาดหน้าตักกว้าง 6 เมตร จมดินอยู่บริเวณหลัง ฌาปนสถานของเทศบาล ในลักษณะฝังดินอยู่ ได้ทำพิธี อัญเชิญขึ้นมามีชิ้นส่วนหลายชิ้น ตามหลักการสร้างพระโกลนศิลาแลงขนาดใหญ่ เมื่ออัญเชิญขึ้นมาเกิดพายุใหญ่ ลมหมุน มืดครึ้มไปทั่วบริเวณ ได้ยกขึ้นมาพบแมงป่องจำนวนมาก อยู่ใต้ฐานพระ ยกมาประดิษฐานเป็นพระประธานในวัดศรีโยธิน ได้ตกแต่งให้เป็นองค์พระที่งดงาม เดิมเรียกกันว่าหลวงพ่อศิลาแลงภายหลังขนานนามท่านว่าหลวงพ่อศรีสรรเพชญ์
        เมื่อนำผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีมาตรวจสอบพบว่า หลวงพ่อศรีสรรเพชญ์องค์นี้ น่าจะเป็นพระพุทธรูปที่วัดพระแก้วภายในกำแพงเมืองกำแพงเพชรที่ถูกเคลื่อนย้ายไป และนำไปซ่อนไว้ที่พบพระและไม่สามารถนำไปได้ด้วยเหตุผลหลายประการ เมื่อหลวงพ่อทำนองมาพบและนำไปประดิษฐานเป็นพระประธานในโบสถ์วัดพระศรีสรรเพชญ์ เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดมหัศจรรย์หลายประการต่อมามีผู้โชคดีจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลที่นำเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งมาสร้างวัด ทำให้วัดศรีโยธินเจริญอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นความเชื่อของผู้คนในยุคสมัย หลวงพ่อศรีสรรเพชญ์ วัดศรีโยธิน จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งหนึ่งที่พบในเมืองกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 273

วัดอุดมศรัทธาราม

วัดอุดมศรัทธาราม

ประวัติ    
        วัดอุดมศรัทธาราม ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2460 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันทธ์ พ.ศ.2460 ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ตำบลป่าพุทรา ขาณุวรลักษบุรี นมัสการหลวงพ่อเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปทองคำ ปางสะดุ้งมาร มีฐานเป็นบัวเม็ด มีเกศเป็นก้นหอย หน้าตักกว้างประมาณ 29 นิ้ว สูงประมาณ 39 นิ้ว จะจัดในช่วงเดือนธันวาคม หรือ มกราคมของทุกปี

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 107

วัดจันทาราม

วัดจันทาราม

ประวัติ      
      ตั้งอยู่ที่ 1 บ้านวังแขม หมู่ที่ 1 ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ 17 ไร่ 83 ตารางวา อยู่ริมแม่น้ำปิงทางด้านทิศตะวันออก สร้างขึ้นเป็นวัดมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2225 เคยเป็นวัดที่ร้างมาเป็นเวลานาน และ ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านในแทบนั้นมักนิยมเรียกชื่อวัดตามชื่อของหมู่บ้านว่า  “วัดวังแขม” และ ต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นหลักฐานมั่นคงเริ่มมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2420 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ได้เคยเสด็จประพาททางชลมารค และทรงแวะประทับพักแรมที่ปะรำพิธีที่หาดทรายหน้าวัดนี้ด้วย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 วัดจันทาราม จึงได้รับการพัฒนาเรื่อย ๆ มา จนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2523
            วัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปที่สาคัญคือ หลวงพ่อศรีมงคล พระประธานในอุโบสถหลังเก่า “ปางมารวิชัย” เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนเป็นอย่างมาก และตามที่ นายร่อน มีชัย อายุ  81 ปี  ได้เล่าว่า วิหารที่หลวงพ่อศรีมงคล ประดิษฐานอยู่ในปัจจุบันนี้ สันนิฐานว่าชาวพม่าเป็นผู้สร้างขึ้น เพราะว่าวิหารหลวงพ่อศรีมงคลได้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นทิศของประเทศของพม่า และไม่ทราบว่าสร้างในปีใดและพ.ศ.ใด ทราบแต่ว่าเป็นวิหารที่เก่าแก่มาก ตามที่คนเก่าแก่เล่ามา เป็นเวลานับหลายร้อยปี(จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ผู้มาบูรณปฏิสังขรณ์ทราบว่า สร้างสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวรัชกาลที่2-3)
ส่วนรอยพระพุทธบาทจำลองที่เป็นเนื้อโลหะ ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงพ่อศรีมงคล ไม่มีใครทราบที่แน่ชัดว่าได้มาอย่างไร และตั้งแต่เมื่อปีใด และ พ.ศ.ใด จากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ เช่น ลุงร่อน มีชัยและลุงเหรียญ นาคนาม ที่เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงกับวัด มาโดยตลอด บอกว่าตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน อยู่โรงเรียนวัดก็ได้เห็นรอยพระพุทธบาทมีอยู่ในวิหารหลวงพ่อศรีมงคลแล้ว ต่อจากนั้นลุงเหรียญยังบอก รอยพระพุทธบาทจำลอง อีกว่ามีตัวอักษรอยู่ที่ใบสีมาวิหารหลวงพ่อศรีมงคล และเป็นตัวเลข ว่า ร.ศ.120 (เป็นรัตนโกสินทร์ศักราช ถ้าเราต้องการแปลงเป็นพุทธศักราช ให้ใช้ 2324 บวก ร.ศ. จะได้เป็นปีพุทธศักราช) เมื่อทางวัดมีงานเทศกาล ใดๆ เช่น งานประจำปีปิดทองไหว้พระ ก็จะยกรอยพระพุทธบาทจำลองออกมาให้ชาวบ้านได้ปิดทองรอยพระพุทธบาทกันเป็นประจำ ต่อมาทางคณะกรรมการวัด ก็จะนำออกมาให้ชาวบ้านได้ปิดทองกันในวันงานเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ในตอนนี้ฝาที่สาหรับปิด-เปิดไว้ใส่ปัจจัย ได้ถูกพวกมิจฉาชีพลักไปเสียแล้ว ทางวัดก็ไม่ทราบว่าถูกลักไปตั้งแต่เมื่อไรเช่นกัน สำหรับในตอนนี้พระที่วัดได้ช่วยกันเอาไปเก็บไว้ที่อุโบสถหลังใหม่(ราว พ.ศ.2538 ได้ไปสำรวจวัดจันทาราม พบพระวิหารหลวงพ่อศรีมงคล และรอยพระพุทธบาทอยู่สภาพทิ้งร้าง เพราะพระวิหารชำรุด

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 359

วัดปากอ่าง

วัดปากอ่าง

ประวัติ         
   วัดปากอ่างในเป็นวัดใหม่ เริ่มสร้างเมื่อประมาณ 2525 แต่เดิมเริ่มแรกชื่อสํานักวิปัสสนาอุทัยทอง และยังไม่ได้เป็นวัดเพราะไม่มีพระอุโบสถ ที่ดินเริ่มแรกประมาณ 10 ไร่ มากกว่า 15 ไร่ เจ้าอาวาสพระครูประคุณวชิราภรณ์ ปัจจุบันเป็นเจ้าคณะตำบลอ่างทอง และยังเป็นอุปฌาย

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 103

วัดป่าธรรมธารา

วัดป่าธรรมธารา

  ประวัติ
วัดป่าธรรมธาราหมู่ ๔ บ้านเขาน้ำอุ่น  ต.หินดาต  อ.ปางศิลาทอง  จ.กำแพงเพชร วัดป่าธรรมธารา (เขาน้ำอุ่น)  ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔  บ้านเขาน้ำอุ่น  ต.หินดาต  อ.ปางศิลาทอง  จ.กำแพงเพชรก่อตั้งเมื่อ   พ.ศ.๒๕๒๗  โดยชาวบ้านเขาน้ำอุ่น  ได้แก่  พ่อใหญ่แท่น  และนายคำพลอย  ร่วมกันถวายที่ดินคนละ  ๖  ไร่  นางน้อย  ถวายที่ดิน  ๑  ไร่  รวมถวายที่ดินทั้งหมด  ๑๓ ไร่ก่อตั้งเมื่อ   พ.ศ.๒๕๒๗  โดยชาวบ้านเขาน้ำอุ่น  ได้แก่  พ่อใหญ่แท่น  และนายคำพลอย  ร่วมกันถวายที่ดินคนละ  ๖  ไร่  นางน้อย  ถวายที่ดิน  ๑  ไร่   รวมถวายที่ดินทั้งหมด  ๑๓ ไร่แด่

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 277

วัดตะเคียนทอง

วัดตะเคียนทอง

ประวัติ        
  เริ่มก่อตั้งวัดเมื่อปีพุทธศักราช 2523 ถึงปีพุทธศักราช 2525 ได้มีประชากรจากหลายพื้นที่อพยพเข้ามาอยู่หลายครอบครัว อาชีพเกษตรกรรมจนกลายเป็นหมู บ้านหว้าหมู่บ้านวังปลากรายวันหนึ่งหลวงปู่พิมพาธัมมวโร เจ้าอาวาสวัดหนองตางูอำเภอบรรพตพิสัยจังหวัดนครสวรรค์ วังปลากราย วิสัยทัศน์แห่งบุญบารมีอันกว้างไกลของท่านท่านใดพบเห็นสถานที่ตั้งวัดปัจจุบัน ว่ามีความเหมาะสมที่จะสร้างวัดโดยระหว่างทางท่านได้พบกับชาวบ้านคนหนึ่งชื่อว่าได้สนวนเจนจบและนายสงวนจึงไปฉันเพลที่บ้าน ระหว่างนั้นหลวงปู่พิมพาต้องสอบถามว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นของใครก็ได้คำตอบว่าเป็นของนายเจียว ในเวลาต่อมา พิมพาได้ขอบิณฑบาตที่จะกล่าวจากไหนเกี่ยวกับวัดและธัญพืชกฤษณาคำว่าที่ตรงนี้เป็นวัดจะทำหุ่นดี วิชามารอยู่ จากนั้นชาวบ้านจึงรวมตัวกันสร้างวัดหลวงปู่พิมพาเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างด้วยตัวของท่านเองหลวงปู่พิมพาไม่ตั้งชื่อวัดนี้ว่า ตะเคียนทอง คลองต้นตะเคียนทองที่ยั่งยืนต้นจนปัจจุบันและอนาคตรุ่นสร้างศาลาได้พบวัตถุโบราณหลายชิ้นด้วยกันส่วนใหญ่จะแตกหักเสียหายชาวบ้านจึงแจ้งกรมศิลปากรสร้างขึ้นเมื่อตรวจสอบได้กรมศิลปากรสันนิษฐานว่า วัดเก่าโบราณ ชาวบ้านร่วมกันสร้างศาลาแล้วในเวลาต่อมาชาวบ้านคลองกรรมการวัดได้ดำเนินการขออนุญาตตั้งแป้นพิมพ์แบบแผนของทางราชการถูกต้องครบถ้วนโดยแจ้งขึ้นทะเบียนว่าเป็นวัดกลางตามหลักฐานของกรมศิลปากรและจากนั้นล้มผู้ปิดทองหลังพระก็ดูแลวัดตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2520 548 โดยมีพระสงฆ์ผู้นำวัดเข้ามาบริหารวัด ลักษณะนาม วิธีสร้างรูปหล่อของท่านเองเท่าองค์จริง และชาวบ้านวังปลากราย ขออัญเชิญรูปหล่อหลวงปู่พิมพารุ่นแรกต่างประ พระวิหารวัดวังตะเคียนทองจนปัจจุบัน ปัจจุบันวัดวังตะเคียนทองมีพระอธิการมูลจรณะทำโบว์ติดช่อว่าอะไรและมีหลวงพ่อพนมสถานที่สุดโรเท่าที่มีลูกศิษย์มากมายต่างให้การยอมรับของวิชาอาคมต่างๆ สมดังคำที่หลวงปู่พิมพา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 281