วัดเขาแก้ว

วัดเขาแก้ว

วัดเขาแก้ว

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้ชม 197

[16.6429451 , 99.5720995, วัดเขาแก้ว]

ประวัติ
ตั้งอยู่ที่บ้านพรานกระต่าย หมู่ที่ ๑๖ ตําบลพรานกระต่าย อําเภอพรานกระต่าย จังหวัดกําแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดอยู่บริเวณภูเขา เนื้อที่ ๕๒ ไร่ ๒ งาน ๗ ตารางวา ได้สร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๑ ตั้งชื่อวัดว่า “วัดเขาแก้ว” เนื่องจากเป็นชื่อของภูเขา จึงได้มีนามวัดตามชื่อของภูเขา
พระครูบรรพตวชืรวืสุทธิ์

 

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : -

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=881&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

ประวัติ

ตั้งอยู่ที่ 116 หมู่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง พ.ศ.2498 ได้เริ่มสร้าง ดำเนินการโดย ผู้ใหญ่เปรื่อง ฤกษ์หร่าย ได้บริจาคที่ดิน 18 ไร่ พ.ศ.2512 ได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2512 วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี เริ่มแรก สร้างวัด ได้ปั้นพระพุทธรูป ปางนาคปรก 1 องค์ หน้าตักกว้าง 5 เมตร โดยก่ออิฐ แกนไม้ ต่อมาไม้ผุทำให้พระล้มลง และองค์พระได้แตกไป เหลือแต่เศียร นอนไว้ใต้ต้นโพธิ์ ไม่สามารถทำองค์ใหม่ได้ ต่อมา ชาวบ้านได้สร้างพระนาคปรก ขึ้นใหม่อีก 1 องค์ กลางลานวัด มาปี พ.ศ. 2550 ได้ให้ช่างทำองค์พระขึ้นใหม่โดยใช้เศียร เก่ามาต่อ แต่ไม่มีนาคปรกและให้นามใหม่ว่า พระพุทธวัชรมงคล ปี พ.ศ. 2550 ได้เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมากเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับจังหวัด ปี พ.ศ. 2551 ได้เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับเขต เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมาก

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2018 ผู้เช้าชม 182

วัดหัวทุ่งน้อย

วัดหัวทุ่งน้อย

 

ประวัติ   
วัดหัวทุ่งน้อย ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลคลองสมบูรณ์ อำเภอ คลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 11 ไร่ 3 งาน 29ตารางวา ที่ดิน ส.ป.ก. มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 50 นิ้ง สูง 200 นิ้ว ปูชนียวัตถุอื่นๆ พระเจดีย์พระธาตุ วิหารพระเจ้าทันใจ วัดหัวทุ่งน้อย ตั้งวัดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 ผู้ใหญ่สำราญ พุทธเสม ได้นำชาวบ้านสร้างวัด เริ่มแรกสร้างได้เพียงศาลสทำจากไม้ทั้งหลัง และนิมนต์หลวงพ่อวินัยธร (น้อย ปุญญกาโม) เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 1,022

วัดกุฏิการาม

วัดกุฏิการาม

ประวัติ          
  วัดกุฏิการามปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 114 หมู่ 10 ถนนป่าเรไร (กำแพงเพชร-สุโขทัย) ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ 26 ไร่ 3 งาน 15 ตารางวา       
จากการบอกเล่าของผู้สูงอายุว่า พระใบฏีกากัน ยสปญโญ เดิมสังกัดอยู่ วัดไตรภูมิ ตำบลพรานกระต่าย อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยคณะศิษย์และคณะศรัทธา ได้พร้อมใจกันสร้างวัด ณ ที่ดินแปลงนี้เนื่องจากเห็นเป็นสภาพวัดเก่า อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก มีหลักฐานคือพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ เพื่อให้ประชาชนตำบลพรานกระต่าย ด้านทิศตะวันตกจะได้มีสถานที่สร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เมื่อได้ ก่อสร้างวัด ให้เจริญรุ่งเรืองแล้ว เปรียบได้เป็นวัดท้ายบ้าน วัดไตรภูมิเป็นวัดหัวบ้าน ของชาวอำเภอพรานกระต่าย
การก่อสร้างได้รับแรงศรัทธาจากสาธุชนเป็นอย่างดี จนกระทั่งในปี พ.ศ.2476 ได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 11 เมตร ลักษณะก่ออิฐถือปูน ภายในสากลมไม้มะค่าแต้ และอุโบสถหลังนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2482 และได้มีการจัดงานผูกพัทธสีมาอุโบสถ เมื่อ เดือน เมษายน พ.ศ.2483(สมัยพปัจจุบันวัดกุฏิการาม คือ เป็นสถานที่เล่าเรียนพระธรรมวินัยของพระภิกษุสามเณร ทั้งแผนกธรรม และบาลี มีพระภิษุ สามเณรอยู่ประจำ 40 รูป เป็นวัดที่เป็นศูนย์รวมการปกครองของคณะสงฆ์ อำเภอพรานกระต่ายและการอนุรักษ์งานประเพณีที่สำคัญ ฯระครูวินิจวชิรคุณ (กัน เมฆี))

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 226

วัดเสด็จ

วัดเสด็จ

เป็นวัดมหานิกาย (ธรรมยุต) ที่เก่าแก่ไม่ปรากฏชื่อและหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่พอจะสันนิษฐานว่าในสมัยเมืองกำแพงเพชรโบราณ ประชาชนในละแวกนี้ร่วมใจกันสร้างขึ้น วัดเสด็จมีรอยพระพุทธบาทจำลองแต่โบราณ เคยเป็นที่เก็บศิลาจารึก และตำนานพระเครื่อง อีกทั้งสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี วัดระฆังพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคนเสด็จมายังวัดนี้ทำให้หลักฐานดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เช่น เรื่องราวพระเครื่องจากตำนาน การทำบุญไหว้พระธาตุ ไหว้พระพุทธบาทที่มีในจารึกนครชุม ซึ่งถือเป็นประเพณีการทำบุญกันสืบมาจนปัจจุบัน ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ทำบุญเพ็ญเดือน 3 มีการทำบุญไว้พระธาตุที่ตำบลนครชุม และไหว้พระพุทธบาทจำลองที่วัดเสด็จ ซึ่งจัดพร้อมกันมาเป็นประจำทุกปี พระพุทธบาทจำลองนี้มีมาแต่ดั้งเดิม ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2450 พระครูธรรมาทิมุตมุณี (กลึง) ได้สร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทจำลองไว้ และมีการบูรณะอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2512 นอกจากนี้ที่วัดยังมีพระอุโบสถและศาลาการเปรียญ ซึ่งแต่เดิมเป็นการก่อสร้างด้วยไม้ ต่อมาได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างใหม่ให้งดงามกว่าเดิม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 64

วัดโพธิ์เตี้ย

วัดโพธิ์เตี้ย

ประวัติ       
     อยู่ที่บ้านปลักไม้ดำ ม.3 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ  เป็นวัดโบราณวัดหนึ่ง เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ วัดงิ้วงาม ” มีหลวงพ่อกล้ายเป็นเจ้าอาวาส หลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อขำ ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมาและเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดงิ้วงาม เป็นวัดโพธิ์เตี้ย ตามสัญลักษณ์ของต้นโพธิ์ที่มีลักษณะเตี้ยแคระ ซึ่งปัจจุบันต้นโพธิ์นี้ได้ตายแล้ว
            พระโพธิ์ พัชยาโน รักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งบวชมาได้ เพียง 4 พรรษา แต่ดูมีความตั้งใจและจริงใจในการบริหารและดูแลวัดเป็นอย่างมาก เล่าว่าพระเจดีย์โบราณอายุราว 150 ปี  ซึ่งมีสามองค์ แต่โดนขุดทำลายไป 1 องค์ เหลือให้เห็นเพียง 2 องค์ อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มีผู้มาขุดทำลายพระเจดีย์ประมาณ 30 คน  ไม่มีใครที่ตายดีสักคน น่าจะเป็นอุทาหรณ์ ให้คนรุ่นหลังได้รับทราบและระมัดระวังมากขึ้น ในการทำลายโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพราะผู้สร้างสาปแช่งไว้
           ด้านหลังพระเจดีย์ เป็นพระอุโบสถ อายุราว 150 ปี สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เป็นอุโบสถขนาดย่อม เรียกกันโดยทั่วไปว่าโบสถ์มหาอุตม์ คือมีทางเข้าด้านหน้าทางเดียวไม่มีทางออก เหมาะสำหรับปลุกเสก เครื่องราง ของขลังหรือแม้แต่บวชพระ สภาพค่อนข้างทรุดโทรมตามอายุขัยและยังไม่ไดัรับการดูแลอย่างถูกวิถี จากกรมศิลปากร หรือกรมศิลปากรอาจยังไม่ทราบ ว่ามีโบสถ์เก่าแก่อยู่ที่วัดนี้ จึงยังมิได้ขึ้นทะเบียนไว้
            ข้างซ้ายของพระอุโบสถ เป็นพระวิหาร ที่ได้รับการบูรณะและดัดแปลงแก้ไขแล้ว ทำให้สถาปัตยกรรมเดิมถูกดัดแปลงแก้ไขไปโดย ไม่ทราบถึงความสำคัญ อย่างถูกต้องและแท้จริง ทางด้านหน้ามีวิหารขนาดเล็ก มีรูปจำลองหลวงปู่ขำ อดีตเจ้าอาวาส ขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานไว้คู่กับ รอยพระพุทธบาทจำลอง ที่ย้ายมาจากหน้าพระเจดีย์ ยังอยู่ในสภาพงดงาม สมบูรณ์

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 74

วัดโขมงหัก

วัดโขมงหัก

ประวัติ
หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปสร้างด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ ในสมัยอาณาจักรสุโขทัยยังรุ่งเรือง โดยมีกำแพงเพชร เป็นเมืองหน้าด่าน เรียกว่า เมืองชากังราว ได้มีการจัดสร้างพระพุทธรูปขึ้นมากมาย ทั้งพระพุทธรูปตามวัดวาอารามต่างๆ และพระบูชา สันนิฐานว่าจะสร้างสมัย พระเจ้าลิไท พระราชโอรสของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมัยสุโขทัยยุคกลาง คือทำตามแบบสุโขทัยยุคต้น ส่วนมากมีอยู่ตามกรุเก่าตามแนวแม่น้ำมากมายหลายกรุ*หลวงพ่อโต*วัดโขมงหักเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี ค้นพบอยู่เดิมที่วัดโขมงหักแห่งนี้มานานแล้ว ก่อนที่วัดจะจัดตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการ ก่อนปี พ.ศ.๒๕๐๐

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 270

วัดเทพโมฬี

วัดเทพโมฬี

วัดเทพโมฬี (วัดหลวงพ่อโม้) ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดเก่าแก่และสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโมฬี พระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ ศิลปะสมัยอู่ทอง ยุคต้นของกรุงศรีอยุธยาที่งดงามมากองค์หนึ่ง ชาวเมืองเรียกกันว่า "หลวงพ่อโม้" ซึ่งหมายความว่า เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีขนาดหน้าตักกว้าง 10 ศอก 1 คืบ สูง 13 ศอก 1 คืบ เป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดกำแพงเพชรให้ความเคารพนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และแสดงปาฏิหาริย์ให้ชาวบ้านได้เห็นกันอยู่เสมอ เชื่อกันว่าสามารถห้ามมิให้ฝนตกได้

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 69

วัดสลกบาตร

วัดสลกบาตร

ประวัติ
วัดสลกบาตร ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลสลกบาตรอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร วัดสลกบาตรตั้งวัดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคมพ.ศ 2528 วัดสลกบาตรเดิมใช้ชื่อว่าสำนักพุทธรักษา สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ๒๕๒๔นำโดยพระมหาแก้ว พุทธรกขิโตซึ่งชาวบ้านได้นิมนต์ท่านมาพำนักอยู่จำพรรษา เนื่องจากเป็นป่าธรรมชาติเหมาะแก่การเจริญสมณธรรม ต่อมาคุณจอย และคุณจันทร์เรืองศรีจันทร์และครอบครัว ได้ยกที่ดินจำนวน 6 ไร่เพื่อใช้สร้างวัด ใช้ชื่อว่าสำนักสงฆ์พุทธรักษา และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นลำดับ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคมพ.ศ 2528 ได้ประกาศตั้งวัดใช้ชื่อว่าวัดสลกบาตรโดยมีพระครูวชิรประภากร เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสในขณะนั้น เจ้าอาวาสคือพระอธิการวิเชียร นิภาธโร

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 370

วัดสิงคาราม

วัดสิงคาราม

ประวัติ
อยู่ที่ตำบลสลกบาตร อำเภอขาณุวรลักษบุรี สนามกลางติดถนนสายสี่แยกไปอำเภอขาณุวรลักษบุรี และสายไปตำบลบ่อถ้ำ นครสวรรค์และกำแพงเพชร เป็นจุดศูนย์รวมหลายตำบล ถูกจัดตั้งขึ้นโดยพระครูวชิรณิติโสพณ ได้มีการสร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาธรรมสังเวช และเมรุ และเป็นที่นับถือของชาวสลกบาตร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 122

วัดป่าไทรงาม

วัดป่าไทรงาม

ประวัติ        
    ดำริ หลวงปู่อินทร์  จนฺทูปโม พระสงฆ์ที่ชาวไทรงามและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ให้ความเคารพเป็นอย่างสูง เพราะท่านเป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง ได้เคยดำริว่าอยากจะสร้างวัดกรรมฐานสักวัดหนึ่งในอำเภอไทรงาม แต่ไม่ทันที่จะดำเนินการ เนื่องจากท่านมรณภาพเสียก่อน ยังความโศกเศร้าและเสียดายแก่ศรัทธาญาติโยมยิ่งนัก
            ริเริ่ม พ.ศ.๒๕๒๔ ผู้ใหญ่ม้วน  เทียนสันต์ บริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัด จำนวน ๑๒ ไร่ เป็นการสนองเจตนาของหลวงปู่ และได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันตามกำลังความสามารถ สร้างกุฏิและศาลาชั่วคราว ให้พระสงฆ์ได้อยู่เจริญกรรมฐานภาวนา ขณะนั้นท่านพระอาจารย์ละมาย  ลาภสมฺปนฺโน ได้เดินธุดงค์มาจากภาคอีสาน ผู้ใหญ่ม้วนพร้อมด้วยอุบาสก อุบาสิกา ได้กราบอาราธนานิมนต์ให้อยู่โปรดศรัทธาญาติโยม นอกจากนี้ยังได้รับเมตตาจาก หลวงพ่อจันทร์   อินฺทวีโร วัดป่าบึงเขาหลวง จังหวัดอุบลราชธานี(สาขาที่ ๒ ของวัดหนองป่าพง) ส่งพระภิกษุ สามเณร มาอยู่จำพรรษา และตั้งชื่อว่า “สำนักสงฆ์ไทรงามอินทาราม”
            พัฒนา ในปี พ.ศ.๒๕๒๕ พระอาจารย์ละมาย เห็นว่าที่ตั้งวัดคับแคบและอยู่ใกล้หมู่บ้านเกินไป จึงย้ายมาปรับปรุงและขยายพื้นที่ ปลูกต้นไม้จัดเขตวัดให้เป็นสัดส่วน บนเนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ และพัฒนาบุคคลไปพร้อมกัน โดยการจัดอบรมปฏิบัติธรรม และจัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเป็นประจำทุกปี ทำให้มีธรรมทายาทสืบทอดกันอย่างต่อเนื่อง สามเณรที่บรรพชาภาคฤดูร้อนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในข้อวัตรข้อปฏิบัติ และตั้งใจว่าถ้าจะอุปสมบท ต้องมาอุปสมบทที่วัดไทรงาม พระอาจารย์ได้นิมนต์ครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐาน ซึ่งเป็นศิษย์ของ หลวงปู่ชา  สุภทฺโท แห่งวัดหนองป่าพง มาอบรมศรัทธาญาติโยมในทุก ๆ ปี และวัดไทรงามได้รับการจัดตั้งเป็น สาขาที่ ๖๘ ของวัดหนองป่าพง
            อุปถัมภ์ บุญของชาวไทรงาม ในปี พ.ศ.๒๕๓๐ พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย  ฐิตวิริโย) แห่งวัดเขาสุกิม ได้นำคณะศิษย์จำนวนมากมาแวะเยี่ยมวัดไทรงาม ได้เห็นข้อวัตรข้อปฏิบัติที่เคร่งครัดของพระภิกษุ สามเณร และญาติโยม จึงได้รับนิมนต์และรับอุปถัมภ์เป็นประธานทอดกฐินที่วัดไทรงามทุกปี รวมทั้งรับเป็นสาขาอุปถัมภ์ของวัดเขาสุกิมอีกด้วย
            สืบต่อ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๓ กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศรับรองสำนักสงฆ์ไทรงามอินทาราม ให้จัดตั้งเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ชื่อ “วัดไทรงาม” และเนื่องจากพระอาจารย์ละมาย  ลาภสมฺปนฺโน มีภารกิจต้องสร้างวัดอีกแห่งหนึ่ง จึงได้ปรึกษากับคณะกรรมการวัดและศรัทธาญาติโยม ให้นิมนต์ พระสง่า  อุฏฺฐาโน เป็นเจ้าอาวาส และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดไทรงาม ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๓๓ ได้สานต่องาน ทุ่มเท เสียสละ เพื่อพระพุทธศาสนา และได้รับการแต่งตั้งจากมหาเถรสมาคม เป็น “พระครูโสภณวชิรกิจ (สง่า  อุฏฺฐาโน)” วัดไทรงาม อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร ตำแหน่ง พระครู เจ้าอาวาสวัดราษฎร์
            วัดไทรงาม ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ ๑๕๐ ไร่ เป็นวัดป่าสายปฏิบัติ สถานที่สำหรับประพฤติปฏิบัติ ฝึกฝน อบรม พระภิกษุ สามเณร ผู้มุ่งสู่ความพ้นทุกข์ นำพาไปสู่การเป็นสมณะที่งดงาม ด้วยการรักษาวัตรปฏิบัติตามธรรมวินัย อันจะเป็นเหตุให้เกิดความเลื่อมใสแก่ผู้พบเห็น ต่อมาได้เป็นศูนย์กลางการอบรมสั่งสอน ตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา ให้กับนักปฏิบัติธรรม เป็นสถานที่ฝึกอบรมคุณธรรม จริยธรรม ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ศูนย์ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกำแพงเพชรแห่งที่ ๑”

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 181