วัดเทพโมฬี

วัดเทพโมฬี

วัดเทพโมฬี

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้ชม 49

[16.47832, 99.5243283, วัดเทพโมฬี]

วัดเทพโมฬี (วัดหลวงพ่อโม้) ตั้งอยู่ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดเก่าแก่และสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อโมฬี พระพุทธรูปปูนปั้นโบราณ ศิลปะสมัยอู่ทอง ยุคต้นของกรุงศรีอยุธยาที่งดงามมากองค์หนึ่ง ชาวเมืองเรียกกันว่า "หลวงพ่อโม้" ซึ่งหมายความว่า เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีขนาดหน้าตักกว้าง 10 ศอก 1 คืบ สูง 13 ศอก 1 คืบ เป็นพระพุทธรูปที่ชาวจังหวัดกำแพงเพชรให้ความเคารพนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และแสดงปาฏิหาริย์ให้ชาวบ้านได้เห็นกันอยู่เสมอ เชื่อกันว่าสามารถห้ามมิให้ฝนตกได้
การเดินทาง วัดเทพโมฬีตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน 1 เป็นถนนวันเวย์ จากวงเวียนลานโพธิ์ ขับตรงมาตามถนน วัดอยู่ขวามือ

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : 32

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=874&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

 วัดบาง

วัดบาง

โบสถ์วัดบาง วัดแห่งนี้อยู่ท่ามกลางย่านเศรษฐกิจของกำแพงเพชร ด้านหนึ่งติดถนนราชดำเนิน 1 ด้านหนึ่งติดถนนเจริญสุข เมื่อเข้ามาในวัดจะมีบรรยากาศโล่งกว้าง ประกอบด้วยอาคาร (เสนาสนะ) ต่างๆ กระจายกันไป โดยมีเขตสังฆาวาสอยู่แยกออกไปอีกด้านหนึ่งอย่างชัดเจน โบสถ์หรืออุโบสถอยู่ตรงกลางของพื้นที่ มีวิหารหลวงพ่อเพชรอยู่เยื้องออกไปด้านข้าง มุขด้านหลังของอุโบสถล้อมด้วยกระจกใสรอบด้าน ก่อนที่จะเข้าไปไหว้พระกันอยากจะกล่าวถึงประวัติของวัดบางแห่งนี้กันก่อนดังนี้
วัดบางเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองกำแพงเพชร สันนิษฐานว่าที่ชื่อวัดบางคงเป็นเพราะที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับคลองน้ำ ซึ่งแยกจากแม่ปิงไปสู่ "หนองรี" คลองน้ำดังกล่าวเรียกว่า "บาง" เมื่อวัดมาตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ จึงตั้งชื่อ "วัดบาง"

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 45

วัดตะเคียนทอง

วัดตะเคียนทอง

ประวัติ        
  เริ่มก่อตั้งวัดเมื่อปีพุทธศักราช 2523 ถึงปีพุทธศักราช 2525 ได้มีประชากรจากหลายพื้นที่อพยพเข้ามาอยู่หลายครอบครัว อาชีพเกษตรกรรมจนกลายเป็นหมู บ้านหว้าหมู่บ้านวังปลากรายวันหนึ่งหลวงปู่พิมพาธัมมวโร เจ้าอาวาสวัดหนองตางูอำเภอบรรพตพิสัยจังหวัดนครสวรรค์ วังปลากราย วิสัยทัศน์แห่งบุญบารมีอันกว้างไกลของท่านท่านใดพบเห็นสถานที่ตั้งวัดปัจจุบัน ว่ามีความเหมาะสมที่จะสร้างวัดโดยระหว่างทางท่านได้พบกับชาวบ้านคนหนึ่งชื่อว่าได้สนวนเจนจบและนายสงวนจึงไปฉันเพลที่บ้าน ระหว่างนั้นหลวงปู่พิมพาต้องสอบถามว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นของใครก็ได้คำตอบว่าเป็นของนายเจียว ในเวลาต่อมา พิมพาได้ขอบิณฑบาตที่จะกล่าวจากไหนเกี่ยวกับวัดและธัญพืชกฤษณาคำว่าที่ตรงนี้เป็นวัดจะทำหุ่นดี วิชามารอยู่ จากนั้นชาวบ้านจึงรวมตัวกันสร้างวัดหลวงปู่พิมพาเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างด้วยตัวของท่านเองหลวงปู่พิมพาไม่ตั้งชื่อวัดนี้ว่า ตะเคียนทอง คลองต้นตะเคียนทองที่ยั่งยืนต้นจนปัจจุบันและอนาคตรุ่นสร้างศาลาได้พบวัตถุโบราณหลายชิ้นด้วยกันส่วนใหญ่จะแตกหักเสียหายชาวบ้านจึงแจ้งกรมศิลปากรสร้างขึ้นเมื่อตรวจสอบได้กรมศิลปากรสันนิษฐานว่า วัดเก่าโบราณ ชาวบ้านร่วมกันสร้างศาลาแล้วในเวลาต่อมาชาวบ้านคลองกรรมการวัดได้ดำเนินการขออนุญาตตั้งแป้นพิมพ์แบบแผนของทางราชการถูกต้องครบถ้วนโดยแจ้งขึ้นทะเบียนว่าเป็นวัดกลางตามหลักฐานของกรมศิลปากรและจากนั้นล้มผู้ปิดทองหลังพระก็ดูแลวัดตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2520 548 โดยมีพระสงฆ์ผู้นำวัดเข้ามาบริหารวัด ลักษณะนาม วิธีสร้างรูปหล่อของท่านเองเท่าองค์จริง และชาวบ้านวังปลากราย ขออัญเชิญรูปหล่อหลวงปู่พิมพารุ่นแรกต่างประ พระวิหารวัดวังตะเคียนทองจนปัจจุบัน ปัจจุบันวัดวังตะเคียนทองมีพระอธิการมูลจรณะทำโบว์ติดช่อว่าอะไรและมีหลวงพ่อพนมสถานที่สุดโรเท่าที่มีลูกศิษย์มากมายต่างให้การยอมรับของวิชาอาคมต่างๆ สมดังคำที่หลวงปู่พิมพา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 65

วัดเขารัตนโชติการาม

วัดเขารัตนโชติการาม

ประวัติ
วัดเริ่มสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 พระจําพรรษาตลอดจนถึงปี พ.ศ.2552 วันที่ 26ตุลาคม แต่งตั้งเป็นวัดตามพระพุทธศาสนา เดิมเป็นซากปะหลักหักพังศิลาแรง เดิมเรียกวัดเขาน้อย มีเสา 8 เหลี่ยมสีต้น อายุประมาณ 4 ร้อยกว่าปี  มีเนื้อที่ประมาณ 26 ไร่ เจ้าอาวาสปัจจุบัน พระอาจารย์สนทยา  ธัมมสิยาโร อายุ 51 ปี

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 62

วัดแก้วสุริย์ฉาย

วัดแก้วสุริย์ฉาย

ประวัติ         
   เจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย และเจ้าคณะตำบลลานกระบือ เล่าประวัติวัดแก้วสุริย์ฉายว่า ได้สร้างราวพุทธศักราช 2400 ในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ผู้ที่ยกที่ดินให้สร้างวัดคือ นายแก้ว และนางฉาย ประชาชนจึงร่วมกันสร้างวัดขึ้น ณ ที่ดินแห่งนี้และขนานนามวัดแห่งนี้ว่า “วัดแก้วสุริย์ฉาย”
    ในวัดประดิษฐาน หลวงพ่อขำ หลวงพ่อกลับ ซึ่งมีรูปหล่อของท่านทั้งสอง อยู่ในศาลา กลางวัด ว่าท่านทั้งสองเป็นพระอาจารย์ของ เจ้าอธิการยี้ และได้รับการถ่ายถอดวิทยาคุณ จากพระอาจารย์ของท่าน คือหลวงพ่อขำ เป็นอาจารย์ของหลวงพ่อกลับ หลวงพ่อกลับเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อไสว (พระครูวินิจวชิรคุณ) หลวงพ่อไสวเป็นอาจารย์ของเจ้าอธิการยี้ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ทรงวิทยาคุณทางคาถาอาคมยิ่ง เป็นที่พึ่งหลักทั้งทางธรรมะ และทางโลก พระเจดีย์โบราณ สององค์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของเจ้าอาวาสและผู้ที่มีพระคุณต่อวัด และพระอุโบสถ ซึ่งเป็นโบสถ์สมัยโบราณที่ถมดินขึ้นมาสูงมากทำให้ อาคารพระอุโบสถและพระวิหารเสียรูปทรงไป ในโบสถ์มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นพระประธาน เมื่อสังเกตโดยละเอียด พบว่า ได้นำปูนไปฉาบพระองค์ไว้ จึงอาจสันนิษฐานได้ว่ามี พระที่เป็นโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งที่มีคุณค่ามาก มีพระวิหารอยู่หลังพระอุโบสถ เป็นวิหารเก่า ที่ได้รับการบูรณะเปลี่ยนรูปทรงไป แต่ก็ยังดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมกำแพงเพชร ในสมัยรัตนโกสินทร์ ในศาลาใหญ่มีชมรมผู้สูงอายุ มาชุมนุมจำนวนมาก ได้จัดกิจกรรมร่วมกัน ทั้งการออกกำลังกาย และกิจกรรมบันเทิง นับว่าเป็นการจัดตั้งได้อย่างงดงามมาก

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 67

วัดดงตาจันทร์

วัดดงตาจันทร์

ประวัติ
วัดดงตาจันทร์ ตั้งวัดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2544 มีเรื่องอยู่ว่าชาวบ้านดงตาจันทร์ มาจากจังหวัดต่างๆด้วยกันทั้งนั้นจึงคิดสร้างสำนักสงฆ์ขึ้น โดยมีนายหยด นายเจริญ นายอ้น นายจิ๋ว และนายถาวร ร่วมกับอุบาสกอุบาสิกา รวมกันเป็นสำนักสงฆ์ ขึ้น และได้ขออนุญาตสร้างวัดขึ้นและได้ขออนุญาตสร้างวัดขั้นเมื่อ พ.ศ.2507 และมพระภิกษุจำพรรษาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 54

วัดสังฆานุภาพ

วัดสังฆานุภาพ

มโนปณิธานในการก่อสร้างวัดสังฆานุภาพ

         หลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ตั้งใจจะพัฒนาพุทธอุทยานประวัติศาสตร์ 5,000 ปี ให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งประทานนามอารามขึ้นมาใหม่ว่า “วัดสังฆานุภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา, เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ, เพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อ พระมงคลเทพมุนี หลวงพอ่ วัดปากน้ำ ผู้เป็น มหาปูชนียาจารย์, เพื่อเป็นสถานที่ประกอบบุญพิธีของ พุทธศาสนิกชน, เพื่ออนุรักษ์และเชิดชูศิลปกรรม หรือ สถาปัตยกรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ประการสำคัญ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเอง และเพื่อการสร้างบุญกุศลเพิ่มขึ้นแก่พุทธศาสนิกชน ผู้ได้ ถวายจตุปัจจัยในโอกาสที่ได้รับอาราธนาไปปฏิบัติศานสกิจใน ที่ต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ ทุนทรัพย์การสร้างวัดในครั้งนี้ นอกจากคณะสงฆ์และสาธุชนทั้งหลายได้ร่วมบริจาคแล้ว “ที่เหลือล้วนเป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวของหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทั้งสิ้น”

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 147

วัดโขมงหัก

วัดโขมงหัก

ประวัติ
หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปสร้างด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ ในสมัยอาณาจักรสุโขทัยยังรุ่งเรือง โดยมีกำแพงเพชร เป็นเมืองหน้าด่าน เรียกว่า เมืองชากังราว ได้มีการจัดสร้างพระพุทธรูปขึ้นมากมาย ทั้งพระพุทธรูปตามวัดวาอารามต่างๆ และพระบูชา สันนิฐานว่าจะสร้างสมัย พระเจ้าลิไท พระราชโอรสของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมัยสุโขทัยยุคกลาง คือทำตามแบบสุโขทัยยุคต้น ส่วนมากมีอยู่ตามกรุเก่าตามแนวแม่น้ำมากมายหลายกรุ*หลวงพ่อโต*วัดโขมงหักเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี ค้นพบอยู่เดิมที่วัดโขมงหักแห่งนี้มานานแล้ว ก่อนที่วัดจะจัดตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการ ก่อนปี พ.ศ.๒๕๐๐

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 163

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

ประวัติ        
วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง) ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 บ้านปางใหม่พัฒนา ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความเชื่อและศรัทราของประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีเจ้าอาวาสชื่อ พระครูสังฆรักษ์ ปัญญาสีลโชโต (ธ) หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ "หลวงพ่อถัง" ชาวบ้านมีความเชื่อว่าท่านเจ้าอาวาสมีความสามารถพิเศษในการลงยันต์ และเสกคาถาอาคมลงบนถังตวงข้าวสาร หากใครนำไปบูชาแล้วจะทำมาค้าขายดี
นอกจากนี้ภายในวัดป่าเขาเขียว จัดให้มีพิพิธภัณฑ์ถังตวงข้าวแบบโบราณ และแบบสมัยใหม่หลายขนาดมากกว่า 1,000 ถัง เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิวัฒนาการการใช้มาตรการตวงทั้งในอดีตและปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 70

วัดเสด็จ

วัดเสด็จ

เป็นวัดมหานิกาย (ธรรมยุต) ที่เก่าแก่ไม่ปรากฏชื่อและหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่พอจะสันนิษฐานว่าในสมัยเมืองกำแพงเพชรโบราณ ประชาชนในละแวกนี้ร่วมใจกันสร้างขึ้น วัดเสด็จมีรอยพระพุทธบาทจำลองแต่โบราณ เคยเป็นที่เก็บศิลาจารึก และตำนานพระเครื่อง อีกทั้งสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี วัดระฆังพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคนเสด็จมายังวัดนี้ทำให้หลักฐานดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เช่น เรื่องราวพระเครื่องจากตำนาน การทำบุญไหว้พระธาตุ ไหว้พระพุทธบาทที่มีในจารึกนครชุม ซึ่งถือเป็นประเพณีการทำบุญกันสืบมาจนปัจจุบัน ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ทำบุญเพ็ญเดือน 3 มีการทำบุญไว้พระธาตุที่ตำบลนครชุม และไหว้พระพุทธบาทจำลองที่วัดเสด็จ ซึ่งจัดพร้อมกันมาเป็นประจำทุกปี พระพุทธบาทจำลองนี้มีมาแต่ดั้งเดิม ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2450 พระครูธรรมาทิมุตมุณี (กลึง) ได้สร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทจำลองไว้ และมีการบูรณะอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2512 นอกจากนี้ที่วัดยังมีพระอุโบสถและศาลาการเปรียญ ซึ่งแต่เดิมเป็นการก่อสร้างด้วยไม้ ต่อมาได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างใหม่ให้งดงามกว่าเดิม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 43

วัดป่าธรรมธารา

วัดป่าธรรมธารา

  ประวัติ
วัดป่าธรรมธาราหมู่ ๔ บ้านเขาน้ำอุ่น  ต.หินดาต  อ.ปางศิลาทอง  จ.กำแพงเพชร วัดป่าธรรมธารา (เขาน้ำอุ่น)  ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔  บ้านเขาน้ำอุ่น  ต.หินดาต  อ.ปางศิลาทอง  จ.กำแพงเพชรก่อตั้งเมื่อ   พ.ศ.๒๕๒๗  โดยชาวบ้านเขาน้ำอุ่น  ได้แก่  พ่อใหญ่แท่น  และนายคำพลอย  ร่วมกันถวายที่ดินคนละ  ๖  ไร่  นางน้อย  ถวายที่ดิน  ๑  ไร่  รวมถวายที่ดินทั้งหมด  ๑๓ ไร่ก่อตั้งเมื่อ   พ.ศ.๒๕๒๗  โดยชาวบ้านเขาน้ำอุ่น  ได้แก่  พ่อใหญ่แท่น  และนายคำพลอย  ร่วมกันถวายที่ดินคนละ  ๖  ไร่  นางน้อย  ถวายที่ดิน  ๑  ไร่   รวมถวายที่ดินทั้งหมด  ๑๓ ไร่แด่

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 82