วัดเสด็จ

วัดเสด็จ

วัดเสด็จ

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้ชม 189

[16.4754775, 99.5247113, วัดเสด็จ]

เป็นวัดมหานิกาย (ธรรมยุต) ที่เก่าแก่ไม่ปรากฏชื่อและหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่พอจะสันนิษฐานว่าในสมัยเมืองกำแพงเพชรโบราณ ประชาชนในละแวกนี้ร่วมใจกันสร้างขึ้น วัดเสด็จมีรอยพระพุทธบาทจำลองแต่โบราณ เคยเป็นที่เก็บศิลาจารึก และตำนานพระเครื่อง อีกทั้งสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี วัดระฆังพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคนเสด็จมายังวัดนี้ทำให้หลักฐานดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เช่น เรื่องราวพระเครื่องจากตำนาน การทำบุญไหว้พระธาตุ ไหว้พระพุทธบาทที่มีในจารึกนครชุม ซึ่งถือเป็นประเพณีการทำบุญกันสืบมาจนปัจจุบัน ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ทำบุญเพ็ญเดือน 3 มีการทำบุญไว้พระธาตุที่ตำบลนครชุม และไหว้พระพุทธบาทจำลองที่วัดเสด็จ ซึ่งจัดพร้อมกันมาเป็นประจำทุกปี พระพุทธบาทจำลองนี้มีมาแต่ดั้งเดิม ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2450 พระครูธรรมาทิมุตมุณี (กลึง) ได้สร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทจำลองไว้ และมีการบูรณะอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2512 นอกจากนี้ที่วัดยังมีพระอุโบสถและศาลาการเปรียญ ซึ่งแต่เดิมเป็นการก่อสร้างด้วยไม้ ต่อมาได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างใหม่ให้งดงามกว่าเดิม
การเดินทาง
 จากถนนพหลโยธินเข้าเมืองกำแพงเพชร ถึงวงเวียนลานโพธิ์ เลี้ยวขวา เรียกว่าถนนราชดำเนิน 1 ขับตรงไปเรื่อยผ่านวัดเทพโมฬี จากนั้นสี่แยกที่ 2 เลี้ยวขวาเข้าซอยเทศา 1 ซอย 7
 ถ้ามาจากสิริจัตอุทยานใช้ถนนเทศา 1 หน้าโรงแรมชากังราวริเวอร์วิวเป็นทางวันเวย์ขับตรงไปไม่ไกลวัดเสด็จอยู่ขวามือ

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : -

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=871&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดวังทอง

วัดวังทอง

ประวัติ     
       วังทอง ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลวังทองอำเภอเมืองกำแพงเพชรจังหวัดกำแพงเพชร วัดวังทองตั้งวัดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ. ศ. 2540 โดยนายตันนายเชียง ใจหลัก ชาวบ้านวังทอง เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัด โดยนิมนต์หลวงพ่อเหน่ง ซึ่งเป็นพระภิกษุที่มาพำนัก ณบ้านวังทอง ให้มาพำนักวัดที่สร้างนี้ โดยชาวบ้านร่วมกันสร้างอาคาร เสนาสนะ ต่อมา นายจรูญ และนางเม้า ยอดจิ๋ว ได้บริจาคที่ดินประมาณ 2 ไร่ ให้ขุดสระไว้ใช้ในฤดูร้อนประมาณปีพ.ศ 2529 หลวงพ่อเหน่ง ได้นิมนต์พระอาจารย์เมฆ มาดูแลวัดวังทอง ต่อมาประมาณปีพ.ศ 2537 พระอาจารย์เมฆ ได้ดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดิน จากกรมป่าไม้เพื่อความถูกต้อง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 27 มกราคมพ.ศ 2548 เขตวิสุงคาม สีมา กว้าง 30 เมตรยาว 60 เมตร เจ้าอาวาส พระครูสุวรรณวชิรกิจ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 247

วัดวังน้ำแดง

วัดวังน้ำแดง

ประวัติ        
    วัดวังน้ำแดง ตั้งอยู่ที่บ้านวังน้ำแดง หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งทรายอำเภอทรายทองวัฒนาจังหวัดกำแพงเพชร วัดวังน้ำแดงตั้งวัดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ 2521 โดยให้ใช้ชื่อวัดว่าวัดวังน้ำแดง เพราะสมัยก่อนน้ำในลำคลองของหมู่บ้านมีสีแดง ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ 2524 เจ้าอาวาสคือพระครูถาวรวัชรคุณ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 311

วัดวังประดา

วัดวังประดา

ประวัติ       
     วัดวังประดา ตั้งอยู่ที่หมู่ 12 ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร วัดวังประดาตั้งวัดเมื่อวันที่ 28 เดือนธันวาคมพ.ศ 2533 มีพระประธานประจำศาลาการเปลี่ยนขนาดหน้าตักกว้าง 29 นิ้วสูง 36 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2519 ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 15 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เจ้าอาวาสวัดคือ พระฐปกรอินุทาโก  (รก.)

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 239

วัดบ่อสามแสน

วัดบ่อสามแสน

ประวัติ 

วัดบ่อสามแสนเป็นวัดใหม่ สร้างเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2500 โดยเป็นที่พักสงฆ์มาตลอด แต่เดิมมีศาลาไม้ไผ่หนึ่งหลัง และกุฏิพระเพียงหลังเดียว เมื่อปีพุทธศักราช 2510 ชาวบ้านบ่อสามแสนได้ไปอาราธนาหลวงพ่อพล กุสโล จากวัดคลองเมืองนอก ตำบลโกสัมพี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก
        เหตุที่เรียกว่าวัดบ่อสามแสนเพราะตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านบ่อสามแสน ด้านหน้าวัดมีบ่อศิลาแลง ขนาดใหญ่มหึมา ชาวกำแพงเพชรเรียกขานกันว่า บ่อสามแสน โดยมีตำนานว่าน้ำในบ่อมีจำนวนมาก แม้คนสามแสนคนใช้ดื่มกินก็ไม่มีวันหมด วัดใหม่จึงเรียกชื่อตามบ่อสามแสน ว่าวัดบ่อสามแสน หลวงพ่อพล กุสโล ได้ชักชวนชาวบ้านเพื่อสร้างหลวงพ่อพระนอนขึ้น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2515 และวัดบ่อสามแสนได้รับอนุญาตให้เป็นวัดเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2525 มีเจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่อพลคือ หลวงพ่อยงค์ ทีฆายุโก เมื่อท่านมรณภาพ พระอาจารย์ทวี วชิรวังโส เจ้าคณะตำบลโกสัมพี มาเป็นเจ้าอาวาส จ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือ พระครูวชิรปัญญากร นามเดิมว่าพระอาจารย์อำนวย กรรณิกา ในปีพุทธศักราช 2538 พระครูวชิรปัญญากร ได้ก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น เป็นอุโบสถขนาดใหญ่ที่งดงาม สิ้นงบประมาณก่อสร้างไป สิบห้าล้านบาทแม้รูปลักษณ์ของหลวงพ่อพระนอน วัดบ่อสามแสน จะไม่งดงามเหมือนพระนอนที่สร้างโดยช่างหลวง ก็ตาม แต่ประชาชนชาวบ่อสามแสน เคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ฝีมือช่างราษฎรหรือช่างชาวบ้าน ก็ปั้นตามภูมิปัญญาของชาวบ้าน แต่เป็นความภูมิใจที่สามารถสร้างเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างสมบูรณ์ ชาวบ้านบ่อสามแสนจะจัดงานประเพณีไหว้พระนอน ในประมาณเดือนมีนาคม ของทุกปี ประมาณ 3 วัน 3 คืนชาวกำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียงจะมาไหว้พระนอนกันอย่างมากมาย หลวงพ่อพระนอนมีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 408

วัดตะเคียนทอง

วัดตะเคียนทอง

ประวัติ        
  เริ่มก่อตั้งวัดเมื่อปีพุทธศักราช 2523 ถึงปีพุทธศักราช 2525 ได้มีประชากรจากหลายพื้นที่อพยพเข้ามาอยู่หลายครอบครัว อาชีพเกษตรกรรมจนกลายเป็นหมู บ้านหว้าหมู่บ้านวังปลากรายวันหนึ่งหลวงปู่พิมพาธัมมวโร เจ้าอาวาสวัดหนองตางูอำเภอบรรพตพิสัยจังหวัดนครสวรรค์ วังปลากราย วิสัยทัศน์แห่งบุญบารมีอันกว้างไกลของท่านท่านใดพบเห็นสถานที่ตั้งวัดปัจจุบัน ว่ามีความเหมาะสมที่จะสร้างวัดโดยระหว่างทางท่านได้พบกับชาวบ้านคนหนึ่งชื่อว่าได้สนวนเจนจบและนายสงวนจึงไปฉันเพลที่บ้าน ระหว่างนั้นหลวงปู่พิมพาต้องสอบถามว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นของใครก็ได้คำตอบว่าเป็นของนายเจียว ในเวลาต่อมา พิมพาได้ขอบิณฑบาตที่จะกล่าวจากไหนเกี่ยวกับวัดและธัญพืชกฤษณาคำว่าที่ตรงนี้เป็นวัดจะทำหุ่นดี วิชามารอยู่ จากนั้นชาวบ้านจึงรวมตัวกันสร้างวัดหลวงปู่พิมพาเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างด้วยตัวของท่านเองหลวงปู่พิมพาไม่ตั้งชื่อวัดนี้ว่า ตะเคียนทอง คลองต้นตะเคียนทองที่ยั่งยืนต้นจนปัจจุบันและอนาคตรุ่นสร้างศาลาได้พบวัตถุโบราณหลายชิ้นด้วยกันส่วนใหญ่จะแตกหักเสียหายชาวบ้านจึงแจ้งกรมศิลปากรสร้างขึ้นเมื่อตรวจสอบได้กรมศิลปากรสันนิษฐานว่า วัดเก่าโบราณ ชาวบ้านร่วมกันสร้างศาลาแล้วในเวลาต่อมาชาวบ้านคลองกรรมการวัดได้ดำเนินการขออนุญาตตั้งแป้นพิมพ์แบบแผนของทางราชการถูกต้องครบถ้วนโดยแจ้งขึ้นทะเบียนว่าเป็นวัดกลางตามหลักฐานของกรมศิลปากรและจากนั้นล้มผู้ปิดทองหลังพระก็ดูแลวัดตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2520 548 โดยมีพระสงฆ์ผู้นำวัดเข้ามาบริหารวัด ลักษณะนาม วิธีสร้างรูปหล่อของท่านเองเท่าองค์จริง และชาวบ้านวังปลากราย ขออัญเชิญรูปหล่อหลวงปู่พิมพารุ่นแรกต่างประ พระวิหารวัดวังตะเคียนทองจนปัจจุบัน ปัจจุบันวัดวังตะเคียนทองมีพระอธิการมูลจรณะทำโบว์ติดช่อว่าอะไรและมีหลวงพ่อพนมสถานที่สุดโรเท่าที่มีลูกศิษย์มากมายต่างให้การยอมรับของวิชาอาคมต่างๆ สมดังคำที่หลวงปู่พิมพา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 523

วัดหงษ์ทอง

วัดหงษ์ทอง

ประวัติ    
        วัดหงษ์ทอง (หลวงพ่อจุล) หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณ (จุล อิสสร ญาโณ) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อจุล เจ้าอาวาสวัด หงษ์ทองและอดีตเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร
 ประวัติ หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณนามสกุล พุทธชาติ ฉายา อิสสรญาโณ ท่านได้อุปสมบท ณ วัดหงษ์ทอง เมื่อปี พ.ศ. 2460 โดยจำพรรษาแรกที่วัดสิงคาราม แต่ท่านไปมากับวัดหงษ์ทองเป็นประจำ
ต่อมาญาติโยมชาวบ้านสลกบาตรพร้อมใจกันอาราธนามาเป็นเจ้าอาวาสวัด หงษ์ทอง ท่านเป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนาและเป็นผู้ที่เอาใจใส่ในกิจการของพระศาสนาด้วยดีตลอดมา ท่านเป็นพระเถระที่มีกิตติศัพท์ที่เลื่องลือและสำคัญองค์หนึ่งเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ท่านได้ปฏิบัติในพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด
ท่านมีคุณาประการแก่พระศาสนาอเนกประการนับว่าท่านเป็นอัฉริยะตั้งอยู่ในฐานะอภิปูชนียบุคคลสมเป็นที่เคารพนับถือและรักใคร่แก่ศิษยานุศิษย์ ญาติมิตรและสาธุชนทั่วไป ท่านได้อบรมสั่งสอนให้ประพฤติ ปฏิบัติตามธรรมวินัย คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างดีตลอดมา จนกระทั่ง ท่านมรณภาพ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 448

วัดอุทุมพร

วัดอุทุมพร

ประวัติ         วัดอุทุมพร ตั้งอยู่เลขที่ 076 บ้านท่าเดื่อ หมู่ 1 ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 7 ไร่ 80 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว 72 วา ติดต่อกับลำคลองสวนหมาก ทิศใต้ยาว 72 วา ติดต่อกับที่ดินของนายพูล สุวรรณดี ทิศตะวันออกยาว 40 วา ติดต่อกับที่ดินของนางเทอม ขำแนม ทิศตะวันตกยาว 40 วา ติดต่อกับคลองซอย และที่ดินของนายยม ป้อมภา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ อยู่ริมคลองสวนหมาก อาคารเสนาสนะต่างๆ มีศาลาการเปรียญกว้าง 14 เมตร ยาว 58 เมตร สร้าง พ.ศ. 2522 กฎีสงฆ์ จำนวน 4 หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานรูปปั้น 1 องค์ (หลวงพ่อสัมฤทธิ์)
อุทุมพร กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2420 ชาวบ้านเรียก “วัดท่าเดื่อ” ตามชื่อบ้าน มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา 5 รูป สามเณร 1 รูป มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการทางตั้งอยู่ในวัดนี้ด้วย ซึ่งทางวัดได้ให้การอนุเคราะห์ด้วยดีตลอดมา
เจ้าอาวาสมี 7 รูป คือ รูปที่ 1 พระอาจารย์ยุทธ รูปที่ 2 พระอาจารย์ปุ่น รูปที่ 3 พระอาจารย์จำรอง รูปที่ 4 พระอาจารย์สนิท รูปที่ 5 พระอาจารย์เชื้อ รูปที่ 6 พระอาจารย์วอ รูปที่ 7 พระอธิการวงษ์ ภูริปญฺโญ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2511 เป็นต้นมา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 527

วัดหนองปากดง

ประวัติ     

       วัดหนองปากดง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหลวง อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร วัดหนองปากดงตั้งวัดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมพ.ศ 2552 เมื่อพ.ศ 2528 ชาวบ้านหนองปากดงและครอบครัวและญาติของนางชลอ  พะโยม ได้ร่วมกันบริจาคที่ดินประมาณ 7 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวาเพื่อการสร้างวัด ภายหลังทางวัดได้ซื้อที่ดินเพิ่มรวมเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 50 นิ้วสูง 90 นิ้ว เจ้าอาวาสวัดคือพระอธิการอุดม เทวธนโม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 264

วัดสิงคาราม

วัดสิงคาราม

ประวัติ
อยู่ที่ตำบลสลกบาตร อำเภอขาณุวรลักษบุรี สนามกลางติดถนนสายสี่แยกไปอำเภอขาณุวรลักษบุรี และสายไปตำบลบ่อถ้ำ นครสวรรค์และกำแพงเพชร เป็นจุดศูนย์รวมหลายตำบล ถูกจัดตั้งขึ้นโดยพระครูวชิรณิติโสพณ ได้มีการสร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาธรรมสังเวช และเมรุ และเป็นที่นับถือของชาวสลกบาตร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 633

วัดโพธิ์เตี้ย

วัดโพธิ์เตี้ย

ประวัติ       
     อยู่ที่บ้านปลักไม้ดำ ม.3 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ  เป็นวัดโบราณวัดหนึ่ง เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ วัดงิ้วงาม ” มีหลวงพ่อกล้ายเป็นเจ้าอาวาส หลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อขำ ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมาและเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดงิ้วงาม เป็นวัดโพธิ์เตี้ย ตามสัญลักษณ์ของต้นโพธิ์ที่มีลักษณะเตี้ยแคระ ซึ่งปัจจุบันต้นโพธิ์นี้ได้ตายแล้ว
            พระโพธิ์ พัชยาโน รักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งบวชมาได้ เพียง 4 พรรษา แต่ดูมีความตั้งใจและจริงใจในการบริหารและดูแลวัดเป็นอย่างมาก เล่าว่าพระเจดีย์โบราณอายุราว 150 ปี  ซึ่งมีสามองค์ แต่โดนขุดทำลายไป 1 องค์ เหลือให้เห็นเพียง 2 องค์ อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มีผู้มาขุดทำลายพระเจดีย์ประมาณ 30 คน  ไม่มีใครที่ตายดีสักคน น่าจะเป็นอุทาหรณ์ ให้คนรุ่นหลังได้รับทราบและระมัดระวังมากขึ้น ในการทำลายโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพราะผู้สร้างสาปแช่งไว้
           ด้านหลังพระเจดีย์ เป็นพระอุโบสถ อายุราว 150 ปี สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เป็นอุโบสถขนาดย่อม เรียกกันโดยทั่วไปว่าโบสถ์มหาอุตม์ คือมีทางเข้าด้านหน้าทางเดียวไม่มีทางออก เหมาะสำหรับปลุกเสก เครื่องราง ของขลังหรือแม้แต่บวชพระ สภาพค่อนข้างทรุดโทรมตามอายุขัยและยังไม่ไดัรับการดูแลอย่างถูกวิถี จากกรมศิลปากร หรือกรมศิลปากรอาจยังไม่ทราบ ว่ามีโบสถ์เก่าแก่อยู่ที่วัดนี้ จึงยังมิได้ขึ้นทะเบียนไว้
            ข้างซ้ายของพระอุโบสถ เป็นพระวิหาร ที่ได้รับการบูรณะและดัดแปลงแก้ไขแล้ว ทำให้สถาปัตยกรรมเดิมถูกดัดแปลงแก้ไขไปโดย ไม่ทราบถึงความสำคัญ อย่างถูกต้องและแท้จริง ทางด้านหน้ามีวิหารขนาดเล็ก มีรูปจำลองหลวงปู่ขำ อดีตเจ้าอาวาส ขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานไว้คู่กับ รอยพระพุทธบาทจำลอง ที่ย้ายมาจากหน้าพระเจดีย์ ยังอยู่ในสภาพงดงาม สมบูรณ์

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 154