วัดปางมะค่า

วัดปางมะค่า

วัดปางมะค่า

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้ชม 2

[15.9288384, 99.5011628, วัดปางมะค่า]

การเดินทาง มุ่งหน้าทางตะวันตกเฉียงเหนือ ไปยังทางหลวงชนบท นครสวรรค์ 40900.1 กม.เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ ทางหลวงชนบท นครสวรรค์ 4090 0.1 กม.เบี่ยงซ้ายเล็กน้อย เข้าสู่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1074/ถนนหมายเลข 1074 วิ่งต่อไปตามเส้นทาง ถนนหมายเลข 1074 9.1 กม.เลี้ยวซ้าย ที่ ทางแยก สลกบาตร เข้าสู่ ถนนหมายเลข 1 1 2.1 กม.ชิดขวา เพื่อวิ่งบน ถนนหมายเลข 1 2 9.9 กม. ขับตรงไปตลอดเพื่อวิ่งบน ถนนหมายเลข 1 6.0 กม.เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ ถนนหมายเลข 3523 0.9 กม. ชิดขวา เพื่อวิ่งบน ถนนหมายเลข 3523 2.7 กม. เลี้ยวขวา            86 ม.เลี้ยวซ้ายปลายทางจะอยู่ทางซ้าย 35 ม.

 

เจ้าอาวาส     พระสุทัศน์   ปิยสีโล

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : -

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=869&code_db=DB0018&code_type=001

วัดสว่างอารมณ์
วัดสว่างอารมณ์

ประวัติ           

ตั้งอยู่ที 217/1 หมู่ที่ 2 ตำบลแสนตอ อำเภอขาณุวรลักษบุรี นมัสการหลวงพ่อโตวัดสว่างอารมณ์ เป็นพระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร มีเกศเป็นเปลวเพลิง หน้าตักกว้าง 4 ศอก ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอขาณุวรลักษบุรี

            วัดสว่างอารมณ์ ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2275 โดยมีนายสว่าง นางรมณ์ เป็นผู้บริจาคทที่ดินให้สร้างวัด จึงมีนามวัดอย่างนั้น เดิมมีแม่น้ำปิงผ่านหน้าวัด ต่อมาแม่น้ำปิงเปลี่ยนทิศทาง ทำให้หน้าวัดตื้นขึ้นเป็นที่ดนงอกออกไปประมาณ 350 เมตร สำหรับอุโบสถได้สร้างขึ้นมาถึง 3 ครั้ง ชาวบ้านเรียกว่าแสนตอ ตามชื่อหมู่บ้าน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 4

วัดกุฏิการาม
วัดกุฏิการาม

ประวัติ          
  วัดกุฏิการามปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 114 หมู่ 10 ถนนป่าเรไร (กำแพงเพชร-สุโขทัย) ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ 26 ไร่ 3 งาน 15 ตารางวา       
จากการบอกเล่าของผู้สูงอายุว่า พระใบฏีกากัน ยสปญโญ เดิมสังกัดอยู่ วัดไตรภูมิ ตำบลพรานกระต่าย อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วยคณะศิษย์และคณะศรัทธา ได้พร้อมใจกันสร้างวัด ณ ที่ดินแปลงนี้เนื่องจากเห็นเป็นสภาพวัดเก่า อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก มีหลักฐานคือพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ เพื่อให้ประชาชนตำบลพรานกระต่าย ด้านทิศตะวันตกจะได้มีสถานที่สร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เมื่อได้ ก่อสร้างวัด ให้เจริญรุ่งเรืองแล้ว เปรียบได้เป็นวัดท้ายบ้าน วัดไตรภูมิเป็นวัดหัวบ้าน ของชาวอำเภอพรานกระต่าย
การก่อสร้างได้รับแรงศรัทธาจากสาธุชนเป็นอย่างดี จนกระทั่งในปี พ.ศ.2476 ได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 11 เมตร ลักษณะก่ออิฐถือปูน ภายในสากลมไม้มะค่าแต้ และอุโบสถหลังนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2482 และได้มีการจัดงานผูกพัทธสีมาอุโบสถ เมื่อ เดือน เมษายน พ.ศ.2483(สมัยพปัจจุบันวัดกุฏิการาม คือ เป็นสถานที่เล่าเรียนพระธรรมวินัยของพระภิกษุสามเณร ทั้งแผนกธรรม และบาลี มีพระภิษุ สามเณรอยู่ประจำ 40 รูป เป็นวัดที่เป็นศูนย์รวมการปกครองของคณะสงฆ์ อำเภอพรานกระต่ายและการอนุรักษ์งานประเพณีที่สำคัญ ฯระครูวินิจวชิรคุณ (กัน เมฆี))

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดอุดมศรัทธาราม
วัดอุดมศรัทธาราม

ประวัติ    
        วัดอุดมศรัทธาราม ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2460 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันทธ์ พ.ศ.2460 ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ตำบลป่าพุทรา ขาณุวรลักษบุรี นมัสการหลวงพ่อเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปทองคำ ปางสะดุ้งมาร มีฐานเป็นบัวเม็ด มีเกศเป็นก้นหอย หน้าตักกว้างประมาณ 29 นิ้ว สูงประมาณ 39 นิ้ว จะจัดในช่วงเดือนธันวาคม หรือ มกราคมของทุกปี

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดเทพนิมิตรมงคล
วัดเทพนิมิตรมงคล

ประวัติ          
  อยู่ที่หมู่ที่ 1 ต.ไทรงาม อำเภอไทรงาม วัดเทพนิมิตรมงคล หรือชาวบ้านพากันเรียกว่า วัดไทรงามเหนือ มีประวัติความเป็นมาคือ ในปี พ.ศ. 2518 วันหนึ่งหลวงปู่อินทร์ท่านได้นิมิตว่ามีเทวดา มาบอกว่าที่ตรงนี้ให้สร้างวัดเพราะในภายภาคหน้าจะเป็นที่พึ่งพาของประชาชน เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน และในขณะนั้นประชาชนได้เป็นไข้มาเลเรียกันมาก เทวดาจึงบอกยารักษาโรคแก่หลวงปู่ให้นำมารักษาชาวบ้าน เมื่อหลวงปู่ได้นิมิตแล้วจึงได้บอกเล่าให้ผู้ใหญ่ม้วน เทียนสันต์ ถึงเรื่องนิมิตดังกล่าว และได้ขายที่ดินที่ชาวบ้านถวายหลวงปู่ไว้เพื่อสร้างสาธารณประโยชน์ไว้ทั้งหมด นำปัจจัยดังกล่าวไปก่อสร้างกุฏิ ศาลา จนสำเร็จลุล่วงไปส่วนหนึ่ง และอาศัยที่เทวดาบอกยามาต้มกิน ชาวบ้านจึงหายจากโรคภัยเป็นปกติ อาศัยเหตุดังกล่าว หลวงปู่อินทร์และชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า “วัดเทพนิมิตรมงคล” หลวงปู่อินทร์ได้เป็นประธานก่อสร้างพระอุโบสถวัดเทพนิมิตรมงคล โดยนิมนต์พระมหาโชติ มาดำเนินการก่อสร้าง ทำการก่อสร้างอยู่ 2 ปี จึงแล้วเสร็จ และได้ทำการฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ. 2520

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 2

 วัดบาง
วัดบาง

โบสถ์วัดบาง วัดแห่งนี้อยู่ท่ามกลางย่านเศรษฐกิจของกำแพงเพชร ด้านหนึ่งติดถนนราชดำเนิน 1 ด้านหนึ่งติดถนนเจริญสุข เมื่อเข้ามาในวัดจะมีบรรยากาศโล่งกว้าง ประกอบด้วยอาคาร (เสนาสนะ) ต่างๆ กระจายกันไป โดยมีเขตสังฆาวาสอยู่แยกออกไปอีกด้านหนึ่งอย่างชัดเจน โบสถ์หรืออุโบสถอยู่ตรงกลางของพื้นที่ มีวิหารหลวงพ่อเพชรอยู่เยื้องออกไปด้านข้าง มุขด้านหลังของอุโบสถล้อมด้วยกระจกใสรอบด้าน ก่อนที่จะเข้าไปไหว้พระกันอยากจะกล่าวถึงประวัติของวัดบางแห่งนี้กันก่อนดังนี้
วัดบางเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองกำแพงเพชร สันนิษฐานว่าที่ชื่อวัดบางคงเป็นเพราะที่ตั้งวัดอยู่ใกล้กับคลองน้ำ ซึ่งแยกจากแม่ปิงไปสู่ "หนองรี" คลองน้ำดังกล่าวเรียกว่า "บาง" เมื่อวัดมาตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ จึงตั้งชื่อ "วัดบาง"

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดวังประดา
วัดวังประดา

ประวัติ       
     วัดวังประดา ตั้งอยู่ที่หมู่ 12 ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร วัดวังประดาตั้งวัดเมื่อวันที่ 28 เดือนธันวาคมพ.ศ 2533 มีพระประธานประจำศาลาการเปลี่ยนขนาดหน้าตักกว้าง 29 นิ้วสูง 36 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2519 ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 15 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เจ้าอาวาสวัดคือ พระฐปกรอินุทาโก  (รก.)

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดปางมะค่า
วัดปางมะค่า

ประวัติความเป็นมาของวัดปางมะค่า

​            เดิมทีที่ตั้งวัดปางมะค่าเมื่อก่อนเป็นป่าไม้ มีต้นมะค่าขึ้นเยอะ  เป็นที่ของนายพัน  พรนิคม  เป็นที่ขึ้นของไม้นาๆชนิดเพราะติดกับแม่น้ำแม่วงศ์   และยังเป็นที่ขึ้นน้ำยางของพวกทำน้ำมันยางโดยขึ้นทางหลังวัด  ปัจจุบันเป็นถนนคอนกรีตซอยเข้าวัดปางมะค่าลงไปถึงแม่น้ำ   และเมื่อก่อนก็เป็นปางไม้ที่คนนำไม้มาเก็บและแปรรูป   คนที่สร้างวัดทีแรกก็คือนายพัน   พรนิคม   ได้ร่วมมือกับนายสนิท   อิทรานุสรซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นลูกเขยของนายพัน  พรนิคมอีกด้วย  และยังมีนายทองหล่อศรียันต์  นายทองใบ  พวงสมบัติ   เริ่มแรกสร้างศาลาไม้  ๑  หลังโดยมีกุฎีอยู่ในศาลาพระองค์แรกที่มาอยู่นี้สืบค้นไม่ได้  เพราะเริ่มสร้างวัดทีแรกนั้นประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๗คนเก่าแก่ก็ได้เสียชีวิตไปหมดแล้วที่เหลืออยู่ก็จำไม่ได้   หลวงพ่อองค์แรกที่มาอยู่ก็อยู่ได้ไม่กี่ปีก็จากไปต่อมาก็หลวงพ่อจันที   ก็มาอยู่สร้างศาลาหลังใหม่ซึ่งเป็นศาลาไม้แต่ยังไม่ทันเสร็จก็ไปอยู่ที่หนองแสงซึ่งอยู่ติดกับปางมะค่าโดยอยู่ที่วัดปางมะค่านี้ประมาณ  ๒  ปีต่อมาก็หลวงพ่อฟอง   มาอยู่ก็สร้างศาลาที่หลวงพ่อจันที   สร้างค้างไว้มาสร้างจนเสร็จแต่อยู่ดูแลวัดปางมะค่าได้ประมาณ  ๕  ปีก็จากไปอีกต่อมาก็มีพระมาอยู่อีกหลายองค์แต่ก็อยู่ได้ไม่นานที่สืบได้ก็คือมหาภาดี   องค์เดียวเมื่อมหาภาดีจากไปก็มีหลวงพ่อสุทิน   ฐิตวุธฺโธมาอยู่ซึ่งหลวงพ่อสุทินองค์นี้มาอยู่นานและได้สร้างเสนาสนะมากมายสร้างความเจริญให้แก่วัดปางมะค่าเป็นอย่างมากเช่น  อุโบสถกลางน้ำ    วิหารหลวงพ่อเพ็ชร    หอระฆัง    ศาลาการเปรียญหลังใหญ่    รอยพระพุทธบาท    แต่น่าเสียดายที่หลวงพ่อต้องมาจากไปในปี พ.ศ. ๒๕๓๔   ด้วยโรคประจำตัวและข่าวร้ายที่ได้รับคือ  ศาลาการเปรียญหลังใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ได้พังทลายลงมาเมื่อแต่ก่อนที่ศาลาจะพังลงมาอุโบสถกลางน้ำก็ถูกน้ำท่วมพัดพาไปให้เสียหายก็ทีหนึ่ง   ปัจจุบันจึงเหลือแต่  วิหารหลวงพ่อเพ็ชร  หอระฆัง  และรอยพระพุทธบาท

ต่อมาก็มีอาจารย์เทพ   ฐิตสวโร มาอยู่สร้างกำแพงวัดทางด้านทิศเหนือและตะวันตกเสร็จมาอยู่ได้  ๒  ปีก็ลาสิกขาไป  ต่อมาก็อาจารย์น้อย   มาอยู่สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ยังไม่ทันเสร็จก็ลาสิกขาออกไปรวมแล้วมาอยู่ได้ประมาณ  ๓  ปี  ก็มีมาอยู่อีกองค์หนึ่งแต่อยู่ไม่ถึงปีก็จากไปต่อมาในปี   พ.ศ. ๒๕๔๑  ก็ได้   พระอธิการประจักษ์    ขนฺติธโร    มาอยู่โดยได้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดปางมะค่า โดยถูกต้องตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เพราะได้รับตราตั้งวัดที่ถูกต้องในวันที่   ๒๖

ตุลาคม  ๒๕๓๗   พระอธิการประจักษ์    ขนฺติธโร  มาอยู่ก็ได้สร้างศาลาการเปรียญจนแล้วเสร็จและสร้างศาลาธรรมสังเวศ   เมรุ   และกำลังสร้างวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช   แต่ยังไม่แล้วเสร็จก็ลาสิกขาไปในปีพ.ศ.  ๒๕๔๖ เป็นเจ้าอาวาสได้   ๕  ปี ต่อมาก็มีพระอนุวัต   อนุวตฺตโกมาอยู่ได้ปีเดียวก็ลาสิกขาไป  แล้วก็ว่างเจ้าอาวาสไปสองปีในปีพ.ศ.  ๒๕๕๒  หลวงพ่อเจ้าคณะตำบลก็แต่งตั้งพระสุทัศน์   ปิยสีโล  รักษาการเจ้าอาวาสวัดปางมะค่าจนถึงปัจจุบัน  ตอนนี้ทางวัดปางมะค่ากำลังก่อสร้างอุโสถอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดไตรภูมิ
วัดไตรภูมิ

ประวัติ  
          ตั้งอยู่เลขที่ 1หมู่ที่ 12 ตำบลถ้ำกระต่ายทอง อำเภอพรานกระต่าย แยกจากถนนกำแพงเพชร - สุโขทัย 1 กิโลเมตร วัดไตรภูมิสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย จากหลักฐานภายในวัดมีพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย ประดิษฐานบนฐานชุกชี ภายในวิหาร (ปัจจุบันได้บูรณะใหม่ทั้งวิหารและหลวงพ่อสัมฤทธิ์) มีวัดโพธาราม (ปัจจุบันเป็นวัดร้าง) ซึ่งสร้างในสมัยเดียวกัน อยู่ด้านทิศเหนือ โดยมีลำคลองกั้นระหว่างกลาง วัดไตรภูมิชาวบ้านสมัยก่อน เรียกว่า "วัดใต้" ส่วนวัดโพธาราม เรียกว่า "วัดเหนือ" เมื่อชุมชนพรานกระต่ายเสื่อมลงราวปลายกรุงสุโขทัย วัดไตรภูมิจึงได้กลายเป็นวัดร้างไปด้วย เป็นระยะเวลาประมาณ 300-400 ปี เมื่อชุมชนพรานกระต่ายเกิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ราวต้นกรุงรัตนโกสินทร์ประมาณ พ.ศ.2380 ชาวบ้านจึงได้ช่วยกันบูรณะวัดไตรภูมิให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดอุทุมพร
วัดอุทุมพร

ประวัติ         วัดอุทุมพร ตั้งอยู่เลขที่ 076 บ้านท่าเดื่อ หมู่ 1 ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 7 ไร่ 80 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว 72 วา ติดต่อกับลำคลองสวนหมาก ทิศใต้ยาว 72 วา ติดต่อกับที่ดินของนายพูล สุวรรณดี ทิศตะวันออกยาว 40 วา ติดต่อกับที่ดินของนางเทอม ขำแนม ทิศตะวันตกยาว 40 วา ติดต่อกับคลองซอย และที่ดินของนายยม ป้อมภา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ อยู่ริมคลองสวนหมาก อาคารเสนาสนะต่างๆ มีศาลาการเปรียญกว้าง 14 เมตร ยาว 58 เมตร สร้าง พ.ศ. 2522 กฎีสงฆ์ จำนวน 4 หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานรูปปั้น 1 องค์ (หลวงพ่อสัมฤทธิ์)
อุทุมพร กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2420 ชาวบ้านเรียก “วัดท่าเดื่อ” ตามชื่อบ้าน มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา 5 รูป สามเณร 1 รูป มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการทางตั้งอยู่ในวัดนี้ด้วย ซึ่งทางวัดได้ให้การอนุเคราะห์ด้วยดีตลอดมา
เจ้าอาวาสมี 7 รูป คือ รูปที่ 1 พระอาจารย์ยุทธ รูปที่ 2 พระอาจารย์ปุ่น รูปที่ 3 พระอาจารย์จำรอง รูปที่ 4 พระอาจารย์สนิท รูปที่ 5 พระอาจารย์เชื้อ รูปที่ 6 พระอาจารย์วอ รูปที่ 7 พระอธิการวงษ์ ภูริปญฺโญ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2511 เป็นต้นมา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 2

วัดร่มโพธิญาณ
วัดร่มโพธิญาณ

ประวัติ        
    พระอาจารย์บุญเชิด อนามโย เจ้าอาวาสวัดร่มโพธิญาณ เลขที่ 88 หมู่ 10 บ้านดงดำ ตำบลวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สร้างพระประธานในพระมหาเจดีย์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์พระปฐมปางสมาธิทรงพุทธรัตนะหน้าตัก 10 ศอก 10 นิ้ว
            พระอาจารย์เล่าว่า...ตอนที่อาตมาเดินธุดงค์มาที่นี่ เมื่อปี 2541 มาอยู่รูปเดียว จิตออกจากร่าง ส่วนแรกที่ได้เห็นคือร่างของอาตมานอนอยู่ในกรด ส่วนที่ 2 ได้เห็นเทวบุตร ซึ่งเป็นอารักษ์อยู่ในเขตนี้ ยืนนิ่งสงบ ร่างสว่างนวล มีแสงออกจากทางส่วนอก เขียวอ่อนๆ เหลืองอ่อนๆ จางๆ ขาวนวล สีแพรวๆ พราวๆ เมื่อกลับมาที่ร่างก็พิจารณาว่าสภาพ เย็น สงบ สว่าง ในเทวบุตรที่เห็นในเขต 20 ไร่ เมื่อก่อนมีป่าพงล้อมรอบ มีศาลาหลังเดียว แร้นแค้นกันดาร 1 วันสรงน้ำครั้งหนึ่ง อาตมาสร้างขึ้นทั้งหมด พอออกนอกเขตก็เห็นพวกเปรต สัมพเวสี ปะปนกัน แต่ละท่านไม่มีความสงบในตัวเอง มีความสับสนกลับกลอกในอารมณ์ บ่นพร่ำเพ้อไปตามฐานะกรรม ที่ตนได้สร้างไว้ในอดีตและปัจจุบันด้วย

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 3