ดอกดาวเรือง

ดอกดาวเรือง

ดอกดาวเรือง

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้ชม 196

[16.2202384, 99.8929377, ดอกดาวเรือง]

การปลูก

การเตรียมแปลงปลูก :
ดินที่ที่จะใช้ปลูกดาวเรืองควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี เก็บรักษาความชื้นได้สูง ในขณะที่เตรียมดินนั้น ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปด้วย เพื่อเพิ่มธาตุอาหารและปรับโครงสร้างให้ดินโปร่ง ควรขุดพลิกหน้าดินไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อทำลายเชื้อโรคและแมลงศัตรูพืช แปลงควรมีขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร ความยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ จากนั้นจึงย่อยดินให้ละเอียดและปรับหน้าแปลงให้เรียบ แล้วจึงปลูกดาวเรืองโดยให้แต่ละแถวห่างกัน 30 ซ.ม และระยะระหว่างต้นห่างกัน 30 ซ.ม

  1. ก่อนย้ายปลูก 3-4 วัน ให้ขังน้ำท่วมแปลงไว้ให้ชื้น  (ให้น้ำซึมลงไปในดินประมาณ 10 ซ.ม.) แล้วปล่อยน้ำออก พร้อมกับพ่นสารเคมีวัชพืช โดยใช้สารเคมีที่แนะนำคือ กรัมม๊อกโซน (สารกำจัดวัชพืช) อัตรา 12.5 ซีซีต่อน้ำ 1 ลิตร ผสมกับ สต๊อมหรือแลสโซ่ (สารคุมวัชพืช) อัตรา 12.5 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร พ่นลงในแปลงในกรณีที่แปลง มีความชื้นไว้เพียงพอสารเคมีคุมวัชพืช จะใช้ไม่ได้ผล
  2. ในวันที่เข้าปลูก ปล่อยน้ำให้ชุ่ม ขุดหลุมกว้าง 15 ซม. ใส่ปุ๋ยทริบเปิ้ลซุปเปอร์ฟอสเฟส หรือ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณ 1 ช้อน รองก้นหลุม แล้วนำดินกลบเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้รากดาวเรืองสัมผัสปุ๋ยโดยตรง
  3. ย้ายปลูกกล้าดาวเรืองลงแปลงปลูกประมาณ 15:00 น. เป็นช่วงเวลาที่ดีที่เหมาะสมที่สุด
  4. นำต้นกล้าโดยแยกให้มีวัสดุเพาะติดมาด้วย เพื่อป้องกันรากกระทบกระเทือน นำมาปลูกในแต่ละหลุมที่เตรียมไว้ แล้วรดย้ำให้ชุ่ม
  5. หลังจากนั้นต้องรดน้ำเช้าเย็น ประมาณ 7 วัน ช่วงนี้ต้นกล้าจะตั้งตัวได้ดี แล้วจึงรดนน้ำเพียงวันละ 1 ครั้ง (ในช่วงที่ดาวเรืองเริ่มบานไม่ควรรดน้ำให้โดนดอกเพื่อป้องกันการเป็นโรค)
  6. เมื่อดาวเรืองอายุได้ 15 หรือ 25 วัน ใส่ปุ๋ย 15-15-15 ในอัตรา 1 ช้อน : ต้น เมื่ออายุได้ 35 และ 45 วัน ใส่ปุ๋ยสูตร 12-24-12 ในอัตรา 1 ช้อน : ต้น โดยวิธีฝั่งดินตื้นๆประมาณ ห่างโคนต้น ประมาณ 6 นิ้ว แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
  7. ช่วงดาวเรือง อายุ 21-25 วัน เป็นช่วงระยะที่มีใบจริงออก ประมาณ 4 คู่ และยอดมีใบเล็ก 1-2 คู่ ต้องปลิดยอดทิ้ง เพื่อให้ตาข้างเริ่มแตกและเป็นกิ่งใหม่
  8. หลังจากปลูก 40-45 วัน ในแต่ละกิ่ง เมื่อดอกยอดมีขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพด  ดอกข้างมีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียว ต้องรีบปลิดออกให้หมดภายใน 2-3 วัน คงเหลือยอดไว้ดอกเดียว เพื่อให้ดอกมีขนาดใหญ่
  9. หลังจากนั้นประมาณ 20 วัน (อายุ 60-65 วัน) ก็สามารถตัดดอกไปจำหน่าย ซึ่งจะได้ประมาณ 10-12 ดอก ต่อต้น

 

คำสำคัญ : ดอกดาวเรือง

ที่มา :

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นางสาวอาทิมา ชายยินดี


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=371&code_db=DB0014&code_type=F001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

สับปะรด

สับปะรด

สับปะรดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก และสามารถดัดแปลงเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย และสามรถพบได้ในหลายจังหวัดนประเทศไทย รวมทั้งจังหวัดกำแพงเพชรที่จะพบมากในตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน

 

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 206

ใบโหระพา

ใบโหระพา

โหระพาเป็นพืชที่มีอายุอยู่ได้ราว 1-2 ปีค่ะ หากแต่เมื่อต้นแก่แล้วควรรื้อปลูกใหม่ หรือตัดยอดออกให้หมดเพื่อให้แตกกิ่งใหม่ ดอกโหระพามีความสวยงามอยู่ในตัว โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีดอกเป็นพวง ดังนั้นจึงมีผู้ที่นิยมปลูกโหระพาไว้เป็นไม้ประดับเช่นกัน

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 122

แตงไทย

แตงไทย

แตงไทย เป็นพืชวงศ์เดียวกับ บวบ ฟัก หรือแตงต่างๆ อยู่ในวงศ์ CUCURBITACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า CUCUMIS MELO LINN เป็นไม้ล้มลุกที่มีเถาเลื้อยไปบนดิน มีมือจับตรงง่ามใบ ใบมีขนาดใหญ่คล้ายๆ ใบแตงกวา ทุกส่วนของลำต้นมีขนสีขาวปกคลุม ดอกสีเหลือง แยกเป็นดอกตัวผู้และดอกตัวเมียยู่บนต้นเดียวกัน ผลมีขนาดโตกว่าแตงกวา แต่เล็กกว่าแตงโม  รูปร่างกลมรี หรือกลมยาว

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 116

ข้าวหอมมะลิ

ข้าวหอมมะลิ

ข้าวหอมมะลิหรือข้าวดอกมะลิ เป็นข้าวที่มีความไวต่อช่วงแสง หมายถึง พันธุ์ข้าวจะออกดอกในวันที่กลางคืนยาวกว่า
กลางวันเท่านั้น คือ ช่วงฤดูหนาวทำให้สามารถปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ส่วนชื่อเรียกว่าข้าวหอมมะลินั้นมีที่มาจากสี
ของข้าวที่ขาวเหมือนดอกมะลิ แต่มีกลิ่นหอมเหมือนใบเตย

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 154

ข้าวโพดฝักอ่อน

ข้าวโพดฝักอ่อน

 

 ข้าวโพดฝักอ่อน คือ ข้าวโพด ที่ปลูก นำเอาฝักอ่อนหรือฝักที่ยังไม่มีเมล็ดมาบริโภคในรูปของผัก ส่วนใหญ่ การปลูกข้าวโพด ในวันนี้ ได้แก่การปลูกข้าวโพดฝักอ่อน เนื่องจากข้าวโพดฝักอ่อนหรือที่คนส่วนใหญ่นิยมเรียก แอ้ข้าวโพด เป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดต้องการสูง นอกจากทานเป็นผัก

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 199

มันสำปะหลัง

มันสำปะหลังเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ตลอดปี โดยมากกว่าร้อยละ 65 ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด เกษตรกรจะทำการปลูกในช่วงต้นฤดูฝน คือประมาณเดือนมีนาคม ถึง พฤษภาคม อีกร้อยละ 20 ปลูกในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง กุมภาพันธ์ ส่วนที่เหลือร้อยละ 13 จะปลูกในช่วงเดือนมิถุนายน ถึง ตุลาคม สำหรับการปลูกในช่วงต้นฤดูฝนนี้ ผลผลิตหัวสดที่ได้จะสูงกว่าการปลูกในช่วงอื่นๆ แต่ในดินที่มีลักษณะเนื้อดินค่อนข้างหยาบ การปลูกในช่วงฤดูแล้งจะให้ผลผลิตสูงที่สุด ดังนั้นในการตัดสินใจเลือกช่วงการปลูกมันสำปะหลังที่เหมาะสม จึงต้องพิจารณาทั้งปริมาณน้ำฝน และลักษณะของดิน

เผยแพร่เมื่อ 05-02-2017 ผู้เช้าชม 92

กาแฟอาราบิก้า

กาแฟอาราบิก้า

กาแฟอาราบิก้า เป็นพืชสวนอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีประเทศมากกว่า 50ประเทศ ปลูกกาแฟอาราบิก้า เป็นสินค้าส่งออก หรือประมาณ 70-75 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตกาแฟโลก เนื่องจากเป็นกาแฟที่มีรสชาติดี (Flavour) และมีกลิ่น (Aroma) หอมชวนดื่ม  

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 112

มันแกว

มันแกว

มันแกว (Yam bean) เป็นพืชตระกูลถั่วที่รู้จักกันทั่วไปในหัวมันแกว นิยมนำหัวมาบริโภคเป็นอาหาร ของว่าง รวมถึงฝักอ่อนที่นำมาประกอบอาหารได้ แต่เมล็ดฝักแก่มีพิษถึงชีวิต พบปลูกมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกษตรกร สามารถสร้างรายได้หลักหรือปลูกเป็นรายได้เสริมหลังการปลูกพืชไร่ชนิดอื่น

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 238

แตงโม

แตงโมเป็น ผักตระกูลแตง ที่คนไทยเรารู้จักบริโภคกันมานาน แล้ว นอกจากนิยมใช้ผลรับประทานแล้ว ส่วนของผลอ่อนยอดอ่อน ยัง ใช้ในการปรุงอาหารได้หลายชนิด แตงโมเป็นพืชที่ปลูกง่ายสามารถ ปลูกได้ทั่วทุกพื้นที่แต่สวนมากในจังหวัดกำแพงเพชรจะพบเจอมากที่สุดในอำเภอไทรงาม สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาลตลอดปีแตงโมปลูกได้ใน ดินแทบทุกชนิดแต่ปลูกได้ดีในสภาพดินร่วนปนทราย

เผยแพร่เมื่อ 05-02-2017 ผู้เช้าชม 152

ยางพารา

ยางพารา

 สภาพพื้นที่ควรเป็นที่ราบ ไม่มีน้ำท่วมขัง หรือมีความลาดเอียงต่ำกว่า 35 องศา ลักษณะดินที่เหมาะสมต่อการปลูกยางพารา ควรเป็นดินร่วนเหนียวถึงดินร่วนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร ไม่มีชั้นดินดาน มีการระบายและถ่ายเทอากาศดี มีค่าความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 4.5-5.5 อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของยางพาราอยู่ระหว่าง 24-27 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,250 มิลลิเมตรต่อปี

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 129