ถั่วเขียว

ถั่วเขียว

ถั่วเขียว

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้ชม 21

[16.0516814, 99.796225, ถั่วเขียว]

การปลูกถั่วเขียว
ฤดูปลูก
การปลูกถั่วเขียวในบ้านเราแบ่งตามช่วงฤดูเป็น 3 ฤดูกาล คือ
1. การปลูกถั่วเขียวผิวมันต้นฤดูฝน มักเป็นการปลูกตามพื้นที่ไร่ในต้นฤดูฝนช่วงเดือนเมษายน-ต้นเดือนมิถุนายน และจะเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม การปลูกถั่วเขียวในลักษณะนี้จะมีผลผลิตประมาณร้อยละ 10 ของผลผลิตทั้งหมด เนื่องจากเป็นการปลูกบางพื้นที่เพื่อการผลิตถั่วเขียวงโดยเฉพาะ การปลูกในช่วงนี้ถั่วเขียวจะเจริญเติบโตดี แตกกิ่งก้านสาขามาก เพราะได้รับน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง มีอุณหภูมิ และความชื้นเหมาะแก่การเจริญเติบโต จึงทำให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่าฤดูอื่น แต่อาจประสบปัญหาเรื่องฝักเสียหายจากน้ำฝน

2. การปลูกถั่วเขียวปลายฝน มักปลูกในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน และเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ถั่วเขียวที่ผลิตในช่วงนี้มีปริมาณมากที่สุด ประมาณร้อยละ 80 ของผลผลิตทั้งหมด เนื่องจากมีปริมาณพื้นที่ปลูกมากขึ้นหลังหลังการเก็บเกี่ยวพืชไร่อื่น ๆ เช่น ปลูกหลังข้าวโพด ปลูกหลังถั่วลิสง เ็นต้น ผลผลิตที่ได้ต่อไร่จะต่ำกว่าการปลูกในช่วงต้นฝน เนื่องจากได้รับน้ำที่น้อยลง แต่คุณภาพไม่แตกต่างมากนัก อีกทั้งลดความเสียหายของเมล็ดจากน้ำฝนได้

3. การปลูกถั่วเขียวผิวมันหลังฤดูการเก็บเกี่ยวข้าว การปลูกถั่วเขียวในลักษณะนี้ เรียกว่า ถั่วนา โดยปลูกในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม หลังการเก็บเกี่ยว และเก็บเกี่ยวประมาณเมษายน-พฤษภาคม มีผลผลิตประมาณร้อยละ 10 ของผลผลิตทั้งหมด เนื่องจากมีพื้นที่การปลูกน้อย และมีเฉพาะบางพื้นที่

การปลูกถั่วเขียวผิวมัน
ถั่วเขียวผิวมันถือเป็นพันธุ์ถั่วเขียวที่นิยมปลูกมากที่สุด เนื่องจากมีความต้องทางตลาดสูง และสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย ปัจจุบันมี 3 พันธุ์ คือ พันธุ์อู่ทอง 1 พันธุ์กำแพงแสน 1 และพันธุ์กำแพงแสน 2

ถั่วเขียวพันธุ์อู่ทอง 1 เป็นพันธุ์ที่เกษตรกรนิยมปลูกมานาน พันธุ์นี้ มีชื่อเดิมว่า พันธุ์ M7 A ได้รับการปรับปรุง และคัดพันธุ์ในปี 2514 เป็นพันธู์มีลักษณะดีเด่นหลายด้าน ได้แก่ ต้นมีลักษณะเป็นพุ่ม สูงตั้งแต่ 50 – 75 เซนติเมตร กิ่งก้านมาก ใบใหญ่ ออกดอกเมื่ออายุ 35 วัน ดอกออกเป็น 2 ชุด ดอกชุดที่สองเริ่มออกเมื่อฝักรุ่นแรกเริ่มแก่ ฝักเป็นกระจุก 5-8 ฝัก ฝักชุดแรกมีเฉลี่ยต้นละ 15 – 25 ฝัก หนึ่งฝักมี 8-14 เมล็ด ฝักอ่อนมีสีเขียว และสีดำเมื่อแก่ ฝักค่อนข้างเหนียว ไม่เปราะ และแตกง่าย เมล็ดมีสีเขียวผิวเมล็ดมันวาว อายุการเก็บเกี่ยวที่ 65-70 วันหลังงอก ให้ผลผลิตสูง 150-200 กิโลกรัม/ไร่ สามารถเก็บผลผลิตได้ 2 ครั้ง

ดินที่เหมาะ
ลักษณะดินที่เหมาะสำหรับปลูกถั่วเขียวจะเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย ดินร่วนซุ่ยดี มีหน้าดินลึก ระบายน้ำ และไม่มีน้ำท่วมขัง มีแร่ธาตุ N P K และอินทรีย์วัตถุที่เพียงพอ และควรมีจุลินทรีย์ในดินสูง

สำหรับดินเหนียวหรือดินเลน เป็นดินที่ให้ผลผลิตถั่วไม่ค่อยดี เนื่องจากอุ้มน้ำดี ทำให้ดินเฉะ และท่วมขังง่าย หากต้องการปลูกจะต้องทำร่องหรือทางน้ำไหลสำหรับระบายน้ำออกแปลง โดยเฉพาะการปลูกในฤดูฝน

ส่วนดินที่มีลักษณะเป็นดินทรายจัด มักพบเป็นพื้นที่ไร่ในที่สูง เช่น พื้นที่ไร่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ลักษณะนี้มักประสบปัญหาเรื่องน้ำไม่เพียงพอ และมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ จึงต้องบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมีในปริมาณที่พอเหมาะ และที่สำคัญต้องจัดหาระบบให้น้ำที่เพียงพอ แต่โดยทั่วไปการปลูกในพื้นที่ดินทรายมักปลูกในช่วงฤดูฝนเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ หรือปลูกในที่ดอนหลังการเก็บเกี่ยวข้าว

การเตรียมดิน
ลักษระการเตรียมดินอาจแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ และฤดูการปลูก โดยทั่วไปจะทำการเตรียมดินด้วยการไถพรวนดิน และกำจัดวัชพืชอย่างน้อย 1- 2 ครั้ง โดยอาจไถครั้งเดียวก่อนปลูกเพื่อลดต้นทุน ด้วยการไถหน้าดินลึกประมาณ 30 ซม. โดยมีระยะห่างการไถประมาณ 1-2 อาทิตย์ และ 5-10 วันก่อนปลูก การไถก่อนปลูกมักไถขึ้นร่อง เป็นร่องเดี่ยว กว้าง 30-40 ซม.

วิธีการปลูก และระยะปลูก
การปลูกถั่วเขียวทำได้ 3 วิธีการ คือ
1. การปลูกเป็นหลุม วิธีนี้เป็นการปลูกโดยวิธีหยิดหลุมบนคันร่องที่เตรียมไว้ โดยมีระยะระหว่างแถวประมาณ 50 เซนติเมตร และระยะระหว่างหลุม 20 เซนติเมตร หยอดเมล็ดหลุมละ 2-3 ต้น ความลึกประมาณ 2-3 เซนติเมตร ซึ่งจะใช้เมล็ด 3-5 กิโลกรัม/ไร่
2. การปลูกแบบโรยเป็นแถว วิธีนี้เป็นการปลูกบนคันร่องเช่นกัน ด้วยการเปิดร่องตามแนวยาวบนคันร่อง ระยะระหว่างร่อง 50 เซนติเมตร ทำการโรยเมล็ดลงในร่อง 10-15 เมล็ด ต่อระยะ 1 เมตร ความลึกประมาณ 2-3 เซนติเมตร ใช้เมล็ดประมาณ 5 กิโลกรัม/ไร่ ไม่ควรลึกมากกว่านี้เพราะเมล็ดจะงอกยาก หรืองอกแล้วอาจเน่าได้ ภายหลังจากโรยเมล็ดให้เกลี่ยดินด้านบนกลบตาม

การตรวจเช็คการงอก การปลูกซ่อม และการถอนแยก
โดยทั่วไปเมล็ดถั่วเขียวจะงอกภายใน 3-5 วัน หลังปลูก บางพื้นที่ เช่น ภาคเหนือที่ปลูกในช่วงอากาศหนาว เมล็ดอาจงอกช้าขึ้นประมาณ 4-7 วัน หลังปลูก บางหลุมหรือบางส่วนเมล็ดอาจไม่งอกจากสาเหตุของเมล็ดถูกทำลายจากแมลงหรือสัตว์หน้าดิน รวมถึงความชื้นหรือปลูกในระดับที่ลึกเกิน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบการงอกของเมล็ดในแต่ละแถว หากหลุมหรือแนวเมล็ดที่ไม่งอกให้ทำการหยอดเมล็ดปลูกซ่อมแซมใหม่โดยเร็วเพื่อให้ต้นเกิดใหม่สามารถเก็บเกี่ยวได้พร้อมกับต้นอื่นๆ โดยไม่ควรปลูกซ่อมแซมภายหลังจาก 5 วัน หลังเมล็ดถั่วที่ปลูกครั้งแรกงอก ส่วนบางหลุมที่มีการหยอดเมล็ด และเมล็ดเกิดงอกมากกว่า 3 ต้น/หลุม ให้ทำการถอนต้นถั่วเขียวที่เล็กหรือไม่สมบูรณ์ทิ้ง โดยให้เหลือเพียง 2-3 ต้น/หลุม

การคลุกเชื้อไรโซเบียม และการให้ปุ๋ย
บางพื้นที่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเจริญเติบโตมักใช้เมล็ดคลุกเชื้อเชื้อไรโซเบียมก่อนปลูก เพื่อให้เชื้อไรโซเบียมติดบริเวณรากถั่ว และสร้างปมสำหรับตึงธาตุอาหารไนโตรเจน โดยใช้เชื้อ 1 ถุง ขนาด 200 กรัม ต่อเมล็ดพันธุ์ 5 กิโลกรัม

การใส่ปุ๋ยแก่ถั่วเขียวมักใช้ปุ๋ยสูตร? 16-20-0 อัตรา 25 กิโลกรัม/ไร่ ใส่รองก้นหลุมหรือโรยตามแนวร่องก่อนปลูก และใส่ปุ๋ยสูตร 12-12-24 ในระยะที่ต้นเริ่มแตกงอ

คำสำคัญ : ถั่วเขียว

ที่มา :

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นางสาวอาทิมา ชายยินดี


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=366&code_db=DB0014&code_type=F001

ยางพารา
ยางพารา

 สภาพพื้นที่ควรเป็นที่ราบ ไม่มีน้ำท่วมขัง หรือมีความลาดเอียงต่ำกว่า 35 องศา ลักษณะดินที่เหมาะสมต่อการปลูกยางพารา ควรเป็นดินร่วนเหนียวถึงดินร่วนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร ไม่มีชั้นดินดาน มีการระบายและถ่ายเทอากาศดี มีค่าความเป็นกรดเป็นด่างระหว่าง 4.5-5.5 อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของยางพาราอยู่ระหว่าง 24-27 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,250 มิลลิเมตรต่อปี

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 8

อ้อย
อ้อย

การปลูกอ้อยข้ามแล้งเป็นการเพิ่มผลผลิตอ้อยโดยไม่ต้องอาศัยน้ำชลประทานแต่อาศัยความชื้นในดินช่วยให้อ้อยเจริญเติบโตจนถึงต้นฤดูฝน และทำการเก็บเกี่ยวเมื่อถึงช่วงเปิดหีบของโรงงาน ระหว่างเดือนธันวาคม – มีนาคม ซึ่งอ้อยจะโตเต็มที่และให้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูง

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 8

ข้าวหอมมะลิ
ข้าวหอมมะลิ

ข้าวหอมมะลิหรือข้าวดอกมะลิ เป็นข้าวที่มีความไวต่อช่วงแสง หมายถึง พันธุ์ข้าวจะออกดอกในวันที่กลางคืนยาวกว่า
กลางวันเท่านั้น คือ ช่วงฤดูหนาวทำให้สามารถปลูกได้เฉพาะนาปีเท่านั้น ส่วนชื่อเรียกว่าข้าวหอมมะลินั้นมีที่มาจากสี
ของข้าวที่ขาวเหมือนดอกมะลิ แต่มีกลิ่นหอมเหมือนใบเตย

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 13

กาแฟอาราบิก้า
กาแฟอาราบิก้า

กาแฟอาราบิก้า เป็นพืชสวนอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีประเทศมากกว่า 50ประเทศ ปลูกกาแฟอาราบิก้า เป็นสินค้าส่งออก หรือประมาณ 70-75 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตกาแฟโลก เนื่องจากเป็นกาแฟที่มีรสชาติดี (Flavour) และมีกลิ่น (Aroma) หอมชวนดื่ม  

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 7

สับปะรด
สับปะรด

สับปะรดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เมื่อเจริญเป็นผลแล้วจะเจริญต่อไปโดยตาที่ลำต้นจะเติบโตเป็นต้นใหม่ได้อีก และสามารถดัดแปลงเป็นไม้ประดับได้อีกด้วย และสามรถพบได้ในหลายจังหวัดนประเทศไทย รวมทั้งจังหวัดกำแพงเพชรที่จะพบมากในตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน

 

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 12

กวางตุ้ง
กวางตุ้ง

เนื่องจากผักกาดเขียวกวางตุ้งเป็นผักที่มีระบบรากตื้น ดังนั้นในการเตรียมดินควรขุดไถดินให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร แล้วทำการตากดินทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่ย่อยสลายตัวแล้วให้มาก คลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้วทำการไถพรวนให้ดินละเอียด ในกรณีที่ดินมีสภาพเป็นกรดก็ควรใส่ปูนขาวเพื่อปรับระดับ pH ของดินให้เหมาะสม ขนาดของแปลงปลูกกว้าง 1 เมตร ยาวประมาณ 10 เมตร หรือ ตามความเหมาะสม

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 7

ใบโหระพา
ใบโหระพา

โหระพาเป็นพืชที่มีอายุอยู่ได้ราว 1-2 ปีค่ะ หากแต่เมื่อต้นแก่แล้วควรรื้อปลูกใหม่ หรือตัดยอดออกให้หมดเพื่อให้แตกกิ่งใหม่ ดอกโหระพามีความสวยงามอยู่ในตัว โดยเฉพาะพันธุ์ที่มีดอกเป็นพวง ดังนั้นจึงมีผู้ที่นิยมปลูกโหระพาไว้เป็นไม้ประดับเช่นกัน

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 10

มันแกว
มันแกว

มันแกว (Yam bean) เป็นพืชตระกูลถั่วที่รู้จักกันทั่วไปในหัวมันแกว นิยมนำหัวมาบริโภคเป็นอาหาร ของว่าง รวมถึงฝักอ่อนที่นำมาประกอบอาหารได้ แต่เมล็ดฝักแก่มีพิษถึงชีวิต พบปลูกมากในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเกษตรกร สามารถสร้างรายได้หลักหรือปลูกเป็นรายได้เสริมหลังการปลูกพืชไร่ชนิดอื่น

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 8

ลำไย
ลำไย

ลำไยเป็นไม้ผลยืนต้นที่มีอายุการให้ผลผลิตที่ยาวนาน ดังนั้นการสร้างสวนลำไยจึงควรมีการวางแผนที่ดี โดยคำนึงถึงต้นทุนการผลิตความสะดวกต่อการปฏิบัติงานและคุ้มค่าต่อการลงทุน

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 7

แตงไทย
แตงไทย

แตงไทย เป็นพืชวงศ์เดียวกับ บวบ ฟัก หรือแตงต่างๆ อยู่ในวงศ์ CUCURBITACEAE มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า CUCUMIS MELO LINN เป็นไม้ล้มลุกที่มีเถาเลื้อยไปบนดิน มีมือจับตรงง่ามใบ ใบมีขนาดใหญ่คล้ายๆ ใบแตงกวา ทุกส่วนของลำต้นมีขนสีขาวปกคลุม ดอกสีเหลือง แยกเป็นดอกตัวผู้และดอกตัวเมียยู่บนต้นเดียวกัน ผลมีขนาดโตกว่าแตงกวา แต่เล็กกว่าแตงโม  รูปร่างกลมรี หรือกลมยาว

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 24