กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดง

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้ชม 27

[16.2040871, 99.768571, กระเจี๊ยบแดง]

การปลูกกระเจี๊ยบ
กระเจี๊ยบเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อน ทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี ไม่ชอบน้ำท่วมขัง พันธุ์ที่ปลูกมีหลายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ซูดาน พันธุ์เอส-2760 (ให้กลีบเลี้ยงค่อนข้างบาง)  และพันธุ์บราซิล (ให้กลีบเลี้ยงค่อนข้างใหญ่ หนา) เป็นต้น นิยมปลูกในช่วงต้นฤดูฝน มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน กระเจี๊ยบแดงสดที่ 8-10 กิโลกรัม เมื่อตากแห้งจะได้กระเจี๊ยบแห้งประมาณ 1 กิโลกรัม

การปลูกกระเจี๊ยบแดงนิยมปลูกด้วยการเพาะเมล็ดเท่านั้น ฤดูปลูกสามารถปลูกได้ทุกฤดู แต่ที่นิยมจะปลูกมากในช่วงต้นฤดูฝนจนถึงปลายฝน อาจปลูกด้วยวิธีการหว่านหรือหยอดเมล็ดลงหลุมหรือการเพาะเมล็ดในถุงเพาะชำก่อนย้อยลงแปลงปลูก แต่ทั่วไปนิยมการหว่านเมล็ดหรือหยอดเมล็ดที่สุด เพราะสะดวก และประหยัดเวลา ประหยัดเงินทุนมากกว่า

1. การเตรียมดิน
การปลูกในแปลงดินจำเป็นต้องเตรียมดินด้วยการไถพรวน และกำจัดวัชพืชก่อน 1-2 ครั้ง ไถแต่ละครั้งควรตากดิน 3-7 วัน ก่อนปลูก การไถครั้งสุดท้ายก่อนปลูก อาจหว่านโรยด้วยมูลสัตว์รองพื้นหรือผสมปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 เล็กน้อย ทั้งนี้ อาจปลูกแบบยกร่องหรือไม่ต้องยกร่องก็ได้ แต่หากปลูกในฤดูฝนควรไถยกร่องจะเป็นการดีที่สุด เพื่อป้องกันน้ำท่วมได้ ระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 80-100 ซม.

2. การปลูก
การปลูกในแปลงอาจใช้วิธีการหว่านเมล็ดหรือหยอดเมล็ด หากหว่านเมล็ดจะใช้ปลูกในแปลงที่ไม่ยกร่อง ส่วนการหยอดเมล็ดมักใช้กับแปลงที่ยกร่อง

การหว่านเมล็ดจะต้องหว่านให้เมล็ดตกห่างกันมากในระยะประมาณ 80-100 ซม. ต่อต้น สำหรับการหยอดเมล็ดจากการไถยกร่องจะได้ระยะห่างระหว่างแถวที่ 80-100 ซม. และการหยอดเมล็ดก็เช่นกัน ควรหยอดให้ห่างกันในแต่หลุมประมาณ 80-100 ซม. เช่นกัน

3. การดูแล
เนื่องจากกระเจี๊ยบเป็นพืชไร่ชนิดชนิดหนึ่งที่ไม่ต้องการน้ำมาก การปลูกกระเจี๊ยบส่วนมากจะปลูกในช่วงฤดูฝน ดังนั้น การให้น้ำจึงไม่จำเป็นต้องให้น้ำเป็นพิเศษ ส่วนมากมักจะปล่อยให้เติบโตโดยอาศัยน้ำจากฝนเท่านั้น

ในระยะ 1-3 เดือนแรก จำเป็นต้องมั่นกำจัดวัชพืชเป็นพิเศษ เพราะการปลูกในช่วงฤดูฝนหญ้าจะเติบโตเร็วมาก หากไม่กำจัดออกจะทำให้หญ้าขึ้นคลุมต้นกระเจี๊ยบได้

เนื่องจากดอกกระเจี๊ยบจะออกดอกไม่พร้อมกัน มีการทยอยออกตามความสูงของกิ่งจนถึงปลายกิ่ง ดังนั้น เมื่อกิ่งโตยาวเต็มที่แล้ว และดอกบริเวณปลายกิ่งแทงออกแล้วจะทำการเด็ดยอดในแต่ละกิ่งทิ้ง เพื่อให้กระเจี๊ยบเติบโตเฉพาะส่วนดอกได้ดี

การเก็บผลกระเจี๊ยบ
การเก็บดอกกระเจี๊ยบ สามารถเก็บได้ทั้งในระยะดอกตูมหรือหลังจากดอกบาน และร่วงแล้ว แต่โดยธรรมชาติ ดอกกระเจี๊ยบในระยะดอกตูมจะให้รสเปรี้ยวน้อยกว่าระยะติดเมล็ดหลังดอกบาน

การเก็บดอกกระเจี๊ยบจะไม่สามารถเก็บในระยะเดียวกันได้พร้อมกันหมด เนื่องจากแต่ละดอกในกิ่งมีอายุไม่พร้อมกัน ดังนั้น ระยะแรกจะเก็บดอกจากโคนกิ่งก่อน

คำสำคัญ : กระเจี๊ยบแดง

ที่มา :

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นางสาวอาทิมา ชายยินดี


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=364&code_db=DB0014&code_type=F002

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

ขนุน

ขนุน

ขนุน (Jeckfruit) จัดเป็นผลไม้ที่มีผลขนาดใหญ่ที่สุด นิยมปลูกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจาก ผลสุกมียวงที่ให้รสหวานกรอบ มีกลิ่นหอม ส่วนผลดิบนิยมใช้ประกอบอาหารคาวที่ให้รสอร่อย นอกจากนั้น ยังมีความเชื่อในเรื่องการปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่คนในบ้าน

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 27

มะเขือพวง

มะเขือพวง

มะเขือพวง (Turkey berry) จัดเป็นพืชผักสมุนไพร โดยอดีตจะเป็นพืชป่า แต่ปัจจุบันพัฒนาสายพันธุ์ และนิยมปลูกจนกลายเป็นพืชผักสวนครัวที่นิยมนำผลมาประกอบอาหาร โดยเฉพาะ ใช้ทำน้ำพริกปลาทู น้ำพริกต่างๆ ใช้ทำแกงเผ็ด แกงเขียวหวาน เป็นต้น

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 24

ถั่วฝักยาว

ถั่วฝักยาว

ถั่วฝักยาว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบจะทุกชนิด แต่ที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกคือดินร่วนปนทราย ที่มีค่า pH อยู่ที่ระหว่าง 5.5-6 หน่วย ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่มีระบบรากละเอียดอ่อนการเตรียมดินก่อนปลูกอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การเติบโตของลำต้นสมบูรณ์และสม่ำเสมอ


เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 21

พริกขี้หนู

พริกขี้หนู

พริกขี้หนู (Hot chilli) ถือเป็นพริกที่นิยมนำมารับประทานหรือนำมาใช้ประโยชน์มากในบรรดาพริกทั้งหลาย เนื่องด้วยเป็นพริกที่มีรสเผ็ดจัด สีแดงสดสวยงามเหมาะสำหรับการปรุงอาหารหรือนำมาแปรรูปเป็นพริกป่นสำหรับการประกอบอาหาร

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 21

ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีน เป็นผักที่คนไทยนิยมรับประทานเนื่องจากเป็นผักที่หาซื้อได้ขายตามท้องตลาด และเกษตรกรนิยมปลูกผักบุ้งจีนเนื่องจากเป็นผักที่ปลูกได้ง่าย เจริญเติบโตไว ระยะเวลาการปลูกเพียง 25-30วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว และเป็นผักสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 16

ชะอม

ชะอม

ชะอม เป็นพืชจำพวกอาเคเซีย นิยมรับประทานในทุกภาคของไทย เป็นพืชยื่นต้น ใช้ใบแก่และอ่อน เป็นสมุนไพร ของไทย ลำต้นของชะอมมีหนาม ใบมีขนาดเล็กและมีกลิ่นฉุน ใบอ่อนของชะอมหรือส่วนยอดของใบสามารถนำมารับประทานได้ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปแต่ละภาค

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 32

คะน้า

คะน้า

ผักคะน้า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียและปลูกกันมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย คะน้าเป็นผักที่นิยมปลูกและบริโภคกันมา โดยปลูกเพื่อบริโภคส่วนของใบและลำต้น อายุตั้งแต่หว่านหรือหยอดเมล็ดจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 45-55 วัน ผักคะน้าเป็นผักสวนครัวที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ปลูกได้ผลดี ที่สุดอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 20

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ

การปลูกมะเขือเทศ โดยทั่วไปไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิมหรือในพื้นที่ปลูกพืชในตระกูลเดียวกันกับมะเขือเทศมาก่อน เช่น พริก มะเขือและยาสูบ เป็นต้น เพราะอาจมีเชื้อโรคต่างๆ สะสมอยู่ในดิน ซึ่งเป็นโอกาสให้มะเขือเทศเป็นโรคได้ง่าย


เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 13

ตะไคร้

ตะไคร้

ตะไคร้เป็นพืชตระกูลหญ้า ความสูงโดยรวมประมาณ 1-1.2 เมตร ลำต้นที่ สูงขึ้นมาจากเหง้ามีสีขาวอมเหลือง สูงประมาณ 4-7 ซ.ม.เท่านั้น ห่อหุ้มด้วย กาบใบ ส่วนบนมีใบสีเขียวสดถึงเขียว อมเหลืองสูงยาวขึ้นไปจากกาบใบ เส้นใบยาวแคบขนานไปกับก้านใบ ปลายใบมีขนอ่อนๆ ลำต้นจะรวมอยู่ด้วยกันเป็นกอ มีกลิ่นหอม ออกดอกเป็นช่อยาว ดอกขนาดเล็กเป็นฝอย อยู่รวมกันเป็นกระจุกจำนวนมาก

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 16

กระถิน

กระถิน

ต้นกระถินที่ขึ้นเองตามธรรมชาติกลับลดน้อยลงไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่ต่างๆ กลับกลายมาเป็นตึกรามบ้านช่องและนำไปทำประโยชน์อย่างอื่นซะเป็นส่วนใหญ่ อีกประการหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะ กระถิน เป็นต้นไม้ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 18