พระกรุทุ่งเศรษฐี เมืองนครชุม ตำนานพระเครื่องเมืองไทย

พระกรุทุ่งเศรษฐี เมืองนครชุม ตำนานพระเครื่องเมืองไทย

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 8

[16.508065, 99.4986835, พระกรุทุ่งเศรษฐี เมืองนครชุม ตำนานพระเครื่องเมืองไทย]

พระกรุทุ่งเศรษฐี เมืองนครชุม ตำนานพระเครื่องเมืองไทย
หากมีผู้ใดถามนักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศว่า พระกรุใดได้รับการยกย่องสูงสุดองค์หนึ่งของสยาม ชื่อของพระกำแพงซุ้มกอย่อมถูกกล่าวถึงเป็นลำดับแรกเสมอ พระพิมพ์เนื้อดินองค์เล็กจากผืนดินฝั่งนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร ได้สร้างทั้งศรัทธา ความเชื่อ เรื่องเล่า และประวัติศาสตร์ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพระเครื่องไทยมานานกว่าร้อยปี เบื้องหลังพระซุ้มกอไม่ได้มีเพียงเรื่องของพระพิมพ์ หากยังมีเรื่องของเมืองโบราณ วัดร้าง เจดีย์พัง ชาวนา นักขุดกรุ พระสงฆ์ และผู้คนอีกนับไม่ถ้วนที่ร่วมกันสร้างตำนานให้ดินแดนแห่งนี้ได้รับการจดจำในนาม "ลานทุ่งเศรษฐี" ลานทุ่งเศรษฐีตั้งอยู่ในเขตเมืองนครชุม ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ตรงข้ามเมืองกำแพงเพชรโบราณ ปัจจุบันพื้นที่ส่วนใหญ่กลายเป็นไร่นาและชุมชน แต่ใต้ผืนดินที่ดูเงียบสงบนั้นยังคงซ่อนร่องรอยของศาสนสถานและชุมชนโบราณในสมัยสุโขทัยและอยุธยาตอนต้นเอาไว้เป็นจำนวนมาก กรมศิลปากรได้สำรวจและขึ้นทะเบียนโบราณสถานหลายแห่งในบริเวณนี้ ทั้งวัดพระบรมธาตุนครชุม วัดพิกุล กลุ่มเจดีย์ราย และซากวัดโบราณอีกหลายแห่งที่กระจายตัวอยู่ทั่วท้องทุ่ง นักเลงพระรุ่นเก่าเล่ากันว่า ในอดีตหลังฤดูน้ำหลากหรือเมื่อมีการไถนาเปิดหน้าดิน ชาวบ้านมักพบเศษพระพิมพ์และพระกรุโผล่ขึ้นมาจากดินอยู่เสมอ บางครั้งพบเพียงเศษหัก บางครั้งกลับพบพระงดงามสมบูรณ์จนกลายเป็นที่ฮือฮา เมื่อข่าวแพร่สะพัด ผู้คนจากต่างถิ่นจึงพากันเดินทางเข้ามาเสาะหาพระกรุในบริเวณนี้ และเมื่อมีหลายคนที่ได้พระงามกลับไปจนเกิดโชคลาภหรือสร้างฐานะได้ดี ชื่อ "ทุ่งเศรษฐี" จึงค่อย ๆ ติดปากผู้คน แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าชื่อนี้เกิดขึ้นเมื่อใด แต่ก็กลายเป็นชื่อที่วงการพระเครื่องรู้จักกันทั่วประเทศ ในบรรดาพระพิมพ์ทั้งหมดที่ถูกค้นพบจากผืนดินแห่งนี้ ไม่มีองค์ใดมีชื่อเสียงเทียบเท่าพระกำแพงซุ้มกอ พระพิมพ์เนื้อดินศิลปะสุโขทัยอันงดงามที่ได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในชุดเบญจภาคีของประเทศไทย องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัยอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว เส้นสายอ่อนช้อยและเปี่ยมด้วยพลังทางศิลปะ จนได้รับสมญาว่า "จักรพรรดิแห่งพระกรุกำแพงเพชร" นักสะสมรุ่นเก่าแบ่งพระซุ้มกอออกเป็นหลายพิมพ์ ทั้งพิมพ์ใหญ่มีกนก พิมพ์ใหญ่ไม่มีกนก พิมพ์กลาง พิมพ์ขนมเปี๊ยะ และพิมพ์เล็ก แต่ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์ใดก็ล้วนได้รับการแสวงหาอย่างไม่เสื่อมคลาย ความโด่งดังของพระซุ้มกอไม่ได้เกิดจากความงดงามเพียงอย่างเดียว หากยังเกิดจากตำนานที่แวดล้อมองค์พระอยู่ด้วย ในวงการพระเครื่องมีการเล่าขานเรื่องจารึกลานเงินนครชุม ซึ่งตามสำเนาที่แพร่หลายในเวลาต่อมาระบุถึงฤาษีสามตน คือ พิจารณ์ พิราลัย และตาไฟ ว่าเกี่ยวข้องกับการสร้างพระพิมพ์และมวลสารศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งยังมีข้อความที่เชื่อมโยงกับวลีอันโด่งดังว่า "มีกูไว้ไม่จน" เรื่องราวดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตำนานพระซุ้มกอ แม้ว่านักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีจะยังถกเถียงถึงที่มาและสถานะทางประวัติศาสตร์ของเอกสารดังกล่าวอยู่ก็ตาม เมื่อพระซุ้มกอเริ่มเป็นที่รู้จัก พระพิมพ์ชนิดอื่นจากทุ่งเศรษฐีก็ได้รับความสนใจตามมา พระนางกำแพงซึ่งมีรูปทรงสามเหลี่ยมอ่อนช้อยจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพระสกุลนางที่งดงามที่สุดของไทย พระกำแพงเม็ดขนุนที่มีสัดส่วนเพรียวสูงดุจเมล็ดขนุนและสะท้อนความงามของศิลปะสุโขทัยอย่างเด่นชัด พระกำแพงพลูจีบที่นักสะสมจำนวนมากยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพระลีลาที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยสร้างขึ้น ตลอดจนพระกำแพงกลีบบัว พระกำแพงเปิดโลก พระกำแพงบิด พระยอดขุนพล พระกลีบจำปา และพระพิมพ์พิเศษอีกหลายชนิด ในความเชื่อของวงการพระเครื่อง พระซุ้มกอมักได้รับการกล่าวถึงในด้านคุ้มครองและความเจริญรุ่งเรือง พระนางกำแพงได้รับความนิยมในด้านเมตตามหานิยม พระเม็ดขนุนถูกเชื่อมโยงกับความก้าวหน้าและความสำเร็จ ส่วนพระพิมพ์อื่น ๆ ก็มีคติความเชื่อแตกต่างกันไปตามการสืบทอดของแต่ละยุคสมัย ความเชื่อเหล่านี้ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับพระกรุมาอย่างยาวนาน เมื่อกล่าวถึงพระกรุทุ่งเศรษฐี ผู้คนจำนวนมากมักนึกถึงวัดซุ้มกอเป็นอันดับแรก ในวงการพระเครื่องมีการเรียกพื้นที่แห่งนี้อีกชื่อหนึ่งว่า "กรุนาตาคำ" และมักเชื่อมโยงกับการค้นพบพระซุ้มกอจำนวนมากในอดีต แม้ปัจจุบันจะเหลือเพียงซากโบราณสถานและร่องรอยฐานอาคารบางส่วน แต่ชื่อของวัดซุ้มกอก็ยังคงได้รับการจดจำในฐานะสถานที่ที่ผูกพันกับตำนานพระซุ้มกอมากที่สุด จนกล่าวได้ว่า หากไม่มีวัดซุ้มกอ ตำนานพระกรุทุ่งเศรษฐีก็คงไม่สมบูรณ์เช่นทุกวันนี้ ถัดจากวัดซุ้มกอ ชื่อของวัดพิกุลก็ปรากฏอยู่ในเรื่องเล่าของนักสะสมพระกรุมาโดยตลอด คนเฒ่าคนแก่ในนครชุมเล่ากันว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยหญิงสาวชื่อพิกุล บุตรสาวของเศรษฐีผู้มั่งคั่งแห่งเมือง แม้ตำนานดังกล่าวจะไม่ปรากฏในหลักฐานร่วมสมัย แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องเล่าที่ได้รับการถ่ายทอดต่อกันมาไม่ขาดสาย ขณะที่หลักฐานทางโบราณคดีระบุว่า วัดพิกุลหรือวัดหนองพิกุลเป็นโบราณสถานจริง มีเจดีย์ประธานทรงระฆัง วิหาร และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมแบบสุโขทัยตอนปลาย อีกทั้งยังเป็นกรุสำคัญที่วงการพระเครื่องเชื่อมโยงกับพระกำแพงเม็ดขนุนและพระกำแพงพลูจีบ ซึ่งได้รับการยกย่องสูงในด้านพุทธศิลป์ ส่วนวัดฤาษีนั้นมีลักษณะแตกต่างออกไป เพราะชื่อของวัดแห่งนี้ปรากฏเด่นชัดในวงการพระเครื่อง แต่กลับไม่พบหลักฐานยืนยันแน่ชัดในเอกสารสมัยสุโขทัย นักวิชาการจำนวนหนึ่งจึงเห็นว่า "วัดฤาษี" อาจเป็นชื่อที่คนรุ่นหลังใช้เรียกซากเจดีย์หรือกลุ่มโบราณสถานแห่งหนึ่งภายในทุ่งเศรษฐี โดยได้รับอิทธิพลจากตำนานฤาษีสามตนในจารึกลานเงิน อย่างไรก็ตาม ชื่อนี้ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของนักสะสมพระกรุและกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเล่าประจำลานทุ่งเศรษฐีไปแล้ว นอกจากวัดซุ้มกอ วัดพิกุล และวัดฤาษีแล้ว วงการพระเครื่องยังกล่าวถึงกรุสำคัญอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นกรุวัดพระบรมธาตุนครชุม กรุบ้านเศรษฐี กรุวัดน้อย กรุหนองลังกา กรุเจดีย์กลางทุ่ง และกรุวัดหัวยาง ชื่อเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าพระกรุทุ่งเศรษฐีมิได้เกิดขึ้นจากวัดเพียงแห่งเดียว หากเกิดจากเครือข่ายของศาสนสถานจำนวนมากที่เคยตั้งอยู่ทั่วผืนแผ่นดินนครชุมในอดีต ยิ่งมีการศึกษาทางโบราณคดีมากขึ้นเท่าใด ภาพของนครชุมในอดีตก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น เมืองแห่งนี้มิใช่เพียงแหล่งกำเนิดพระเครื่อง หากยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของพุทธศาสนาและการตั้งถิ่นฐานในลุ่มน้ำปิงช่วงปลายสมัยสุโขทัย ร่องรอยเจดีย์ วิหาร ศิลาแลง และโบราณวัตถุที่ยังคงปรากฏอยู่ในปัจจุบัน ล้วนเป็นพยานยืนยันถึงความรุ่งเรืองในอดีตได้เป็นอย่างดี แต่ไม่ว่าจะมีการค้นพบหลักฐานใหม่อีกมากเพียงใด เสน่ห์ของพระกรุทุ่งเศรษฐีก็คงไม่ได้อยู่ที่ข้อมูลทางวิชาการเพียงอย่างเดียว หากยังอยู่ที่เรื่องเล่าที่ถ่ายทอดกันจากรุ่นสู่รุ่น อยู่ที่ตำนานฤาษีสามตน อยู่ที่ความเชื่อเรื่องมีกูไว้ไม่จน อยู่ที่เรื่องราวของผู้คนที่เดินทางข้ามจังหวัดเพื่อแสวงหาพระกรุ และอยู่ที่ความรู้สึกของนักสะสมเมื่อได้ถือพระเก่าแก่จากผืนดินแห่งนี้ไว้ในมือ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว พระทุกองค์ที่ถูกค้นพบจากลานทุ่งเศรษฐีมิได้เป็นเพียงโบราณวัตถุ หากเป็นเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์ เป็นร่องรอยของศรัทธา และเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทำให้ชื่อของนครชุมยังคงได้รับการกล่าวขานในฐานะดินแดนแห่งตำนานพระเครื่องเมืองไทยตราบจนทุกวันนี้

เอกสารอ้างอิง
1. กรมศิลปากร. ประกาศกำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 ตอนที่ 0 ง วันที่ 8 มีนาคม 2478
2. กองโบราณคดี กรมศิลปากร. รายงานการสำรวจและขุดแต่งโบราณสถานเมืองนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร
3. กรมศิลปากร. ประชุมศิลาจารึก ภาคที่ 8 จารึกในเขตจังหวัดกำแพงเพชร
4. อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร. เอกสารเผยแพร่เกี่ยวกับเมืองนครชุมและโบราณสถานในเขตลานทุ่งเศรษฐี
5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร. เอกสารประกอบการจัดแสดงพระกรุเมืองกำแพงเพชร
6. มานิต วัลลิโภดม และคณะ. งานศึกษาประวัติศาสตร์และโบราณคดีเมืองกำแพงเพชรและนครชุม
7. เอกสารและหนังสือศึกษาพระกรุเมืองกำแพงเพชรที่เผยแพร่ในวงการพระเครื่องไทย

คำสำคัญ : พระกรุทุ่งเศรษฐี เมืองนครชุม กำแพงเพชร

ที่มา : สำนักข่าวกาขาว

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). พระกรุทุ่งเศรษฐี เมืองนครชุม ตำนานพระเครื่องเมืองไทย. สืบค้น 12 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=2414&code_db=610001&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2414&code_db=610001&code_type=01

Google search

Mic

พระพี่พระน้องแห่งสายน้ำ ถอดรหัสตำนานหลวงพ่อเพชร วัดบาง เมืองกำแพงเพชร

พระพี่พระน้องแห่งสายน้ำ ถอดรหัสตำนานหลวงพ่อเพชร วัดบาง เมืองกำแพงเพชร

ท่ามกลางมรดกอารยธรรมสุโขทัยและโบราณสถานศิลาแลงอันโดดเด่นของเมืองกำแพงเพชร ยังมีศูนย์รวมศรัทธาอีกแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในเขตเมือง นั่นคือวัดบาง วัดราษฎร์ในตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปสำริดที่ชาวกำแพงเพชรเคารพนับถือในฐานะพระพุทธรูปสำคัญของเมือง วัดบางมีสถานะเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ข้อมูลทะเบียนวัดระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2420 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2430 อย่างไรก็ตาม ปีที่ปรากฏในทะเบียนราชการควรเข้าใจว่าเป็นหลักฐานการรับรองสถานะวัดในยุคเอกสาร มิได้ยืนยันว่าพื้นที่ศาสนสถานหรือชุมชนบริเวณนี้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ตำนานและที่มาของชื่อวัดบาง คำบอกเล่าท้องถิ่นอธิบายว่า ชื่อ “วัดบาง” น่าจะเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศเดิมของพื้นที่ กล่าวคือบริเวณวัดเคยอยู่ใกล้คลองหรือทางน้ำสายหนึ่งที่แยกจากแม่น้ำปิงไปสู่หนองรี ชาวบ้านเรียกคลองสายนั้นว่า “บาง” เมื่อมีการตั้งวัดริมทางน้ำจึงเรียกชื่อวัดตามภูมิประเทศว่า “วัดบาง”

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 11

ประวัติน้ำมันลานกระบือ

ประวัติน้ำมันลานกระบือ

 อำเภอลานกระบือ เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร มีชื่อเสียงโดดเด่นหลายด้าน โดยเฉพาะการค้นพบแหล่งน้ำมันดิบ คือ "แหล่งน้ำมันสิริกิติ์" บ่อน้ำมันสิริกิติ์ ตั้งอยู่ที่บ้านเด่นพระ หมู่ที่ 4 บ้านหนองตาสังข์ ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร อยู่ห่างจากที่ว่าการ อำเภอลานกระบือ ไปตามเส้นทางถนนสายลานกระบือ-พิษณุโลก ประมาณ 7 กิโลเมตร

เผยแพร่เมื่อ 21-01-2020 ผู้เช้าชม 26,003

จากเมืองนครชุม มาเป็นบ้านปากคลองสวนหมาก จากบ้านปากคลองสวนหมาก มาเป็นตำบลนครชุม

จากเมืองนครชุม มาเป็นบ้านปากคลองสวนหมาก จากบ้านปากคลองสวนหมาก มาเป็นตำบลนครชุม

นครชุม เป็นชื่อของเมืองโบราณในสมัยสุโขทัยต่อมาได้กลายเป็นเมืองร้างกว่า ๓๐๐ปี ในสมัยรัตนโกสินทร์ไม่มีชื่อเป็นที่รู้จัก ผู้คนทั่วไปคงเรียกบริเวณที่ตั้งบ้านเรือนของราษฎรบริเวณนี้ว่า “ปากคลองสวนหมาก” เพราะมีคลองสวนหมากไหลมาออกแม่น้ำปิง ราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวลาวที่อพยพมาจากเวียงจันทน์ ที่มารู้จักว่าชื่อแต่เพียงบ้านปากคลองสวนหมาก ไม่มีใครรู้จัก เมืองนครชุม ตำบลคลองสวนหมาก เป็นชุมชนที่สร้างตัวขึ้นมาในสมัยพระพุทธเจ้าหลวงจากเหย้าเรือนฝาขัดแตะไม่กี่หลังคาเรือน แต่มีที่ทำกินในผืนดินอันอุดมสมบูรณ์เนื่องจากมีแม่น้ำปิงไหลผ่านและมีคลองสวนหมากไหลมาจากป่าโป่งน้ำร้อนให้น้ำหล่อเลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง

เผยแพร่เมื่อ 16-04-2020 ผู้เช้าชม 2,942

ตำนานวัดคูยาง ประวัติศาสตร์แห่งศรัทธา คูน้ำ และชาวยาง

ตำนานวัดคูยาง ประวัติศาสตร์แห่งศรัทธา คูน้ำ และชาวยาง

ในผืนดินเก่าแก่ของเมืองชากังราว หรือจังหวัดกำแพงเพชรในปัจจุบัน ยังมีร่องรอยของอดีตที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา ท่ามกลางชุมชนเมืองที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีพระอารามหลวงแห่งหนึ่งซ่อนเรื่องราวของผู้คนหลายยุคสมัยไว้ทั้งในรูปของศรัทธา ภูมิปัญญา และความร่วมมือของผู้คนต่างกลุ่ม นั่นคือ วัดคูยาง

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 11

สะพานเก่าเมืองกำแพงเพชร

สะพานเก่าเมืองกำแพงเพชร

ภาพที่นำมาให้ชมกันนี้เป็นภาพสะพานกำแพงเพชร ซึ่งถ่ายเอาไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 2501อันเป็นช่วงที่สะพานแหง่นี้สร้างเสร็จใหม่ๆ มองดูโดดเด่นเป็นสง่าเหนือล้ำน้ำปิงและยืนหยัดกรำแดดกรำฝน รับใช้พี่น้องชาวกำแพงเพชรมากว่าสี่สิบปี ก่อนจะถูกบดบังจนมองเกือบไม่เห็นใน พ.ศ. 2542 ด้วย สะพานคู่ขนานขนาดใหญ่ตามวิถีการขยายตัวของสังคมเมือง เพื่อมิให้สะพานเก่าเมืองกำแพงเพชรเลือนหายไปจากความทรงจำ จึงขอนำเรื่องราวความเป็นมาของสะพานข้ามแม่น้ำปิงแห่งแรกของจังหวัดกำแพงเพชรมาทบทวนความทรงจำกันอีกครั้ง

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 4,826

พระบรมธาตุเสด็จออกจากเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม

พระบรมธาตุเสด็จออกจากเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม

ในกำแพงเพชรมีเรื่องเล่าขาน ถึงพระบรมสารีริกธาตุ ขนาดเท่าผลส้มเกลี้ยงสุกสว่าง ลอยวนไปมาเหนือพระเจดีย์ อยู่หลายแห่ง อาทิเจดีย์วัดวังพระธาตุ เจดีย์วัดเสด็จ (ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน) เจดีย์วัดกะโลทัย เจดีย์วัดพระบรมธาตุ และเจดีย์วัดบ้านธาตุ มีเรื่องเล่าว่า ในวันเดือนมืดสนิท จะมีดวงไฟขนาดใหญ่ออกจากพระเจดีย์ดังกล่าว ลอยทักษิณาวรรต ๓ รอบ ณ พระเจดีย์แล้ว ทุกดวงจะเสด็จมาที่เจดีย์วัดพระบรมธาตุ แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นบ่อยครั้ง

เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 2,057

ย้อนรอย “เที่ยวเมืองพระร่วง” ตอนที่ 2  (พระราชวัง,วัดพระแก้ว,วัดพระธาตุ)

ย้อนรอย “เที่ยวเมืองพระร่วง” ตอนที่ 2 (พระราชวัง,วัดพระแก้ว,วัดพระธาตุ)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จมาเมืองกำแพงเพชรเป็นครั้งแรกเมื่อคราวล่องกลับจากเมืองเชียงใหม่ ่ในปี พ.ศ. 2448 เป็นเวลา 3 คืน 2 วัน ด้วยมีเวลาในครั้งนั้นน้อยอยู่ และไม่ค่อยได้มีโอกาสไปตรวจค้นทางโบราณคดีมากนัก จึงได้เสด็จขึ้นมาประพาสเมืองกำแพงเพชรอีกครั้งในช่วงวันที่ 14-18 มกราคม 2450 โดยประทับพักแรมอยู่ที่พลับพลาใกล้วัดชีนาเกา ซึ่งในครั้งนั้นได้มีการปลูกต้นสัก (ที่สวนสาธารณะเทศบาลฯ หลังธนาคารกรุงไทย) ไว้เป็นที่ระลึก และจารึกบันทึกเหตุการณ์เอาไว้ที่วงเวียนต้นโพธิ์ การเสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชรของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัวในครั้งที่ 2 นี้ได้ ทรงออกตรวจตราและวินิจฉัยข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของเมืองกำแพงเพชรเอาไว้อย่างมากมาย

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 1,905

ในหลวงกับการเสด็จกำแพงเพชร ครั้งที่ 1 เสด็จบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรฯ”

ในหลวงกับการเสด็จกำแพงเพชร ครั้งที่ 1 เสด็จบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรฯ”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช “ ในหลวง” ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สดุในโลก ได้ทรงอุทิศพระวรกายพระราชหฤทัย และพระสติปัญญา บำเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งปวง เพื่ออาณาประชาราษฎร์ของพระองค์อย่างมากมายมหาศาล จนยากยิ่งที่จะหาพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลกมาเทียบเคียงได้ ดังนั้นในโอกาสมหามงคล จึงขอนำเรื่องราวแห่งความปลื้มปิติมาน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อชาวกำแพงเพชรด้วยการเสด็จถึง 3 ครั้ง ตลอดระยะเวลากว่า 69 ปีที่ครองราชย์ เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่พร้อมทั้งความบริสุทธิ์และบริบูรณ์ตลอด 69 ปีที่ผ่านมา

เผยแพร่เมื่อ 18-02-2020 ผู้เช้าชม 3,047

พญาลิไทกับวัดพระบรมธาตุนครชุม

พญาลิไทกับวัดพระบรมธาตุนครชุม

วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง เป็นวัดที่ตั้งอยู่ภายในเมืองนครชุม สันนิษฐานว่าสร้างมาแล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัย ดังความที่ปรากฏใน จารึกหลักที่ ๓ ศิลาจารึกนครชุม) กล่าวถึงพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) เสด็จฯ ไปทรงสร้างพระธาตุและทรงปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ที่เมืองนครชุม ใน พ.ศ.1900 พระธาตุที่กล่าวไว้ในจารึกเชื่อกันว่าอยู่ที่วัดพระบรมธาตุแห่งนี้ เจดีย์ที่วัดพระบรมธาตุเดิมมี 3 องค์ องค์กลางเป็นรูปพระเจดีย์ไทย (น่าจะหมายถึงพระเจดีย์ทรงดอกบัวหรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) ฝีมือช่างสมัยสุโขทัย แต่ที่พบในปัจจุบันเป็นแบบพระเจดีย์พม่าเพราะในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชานุญาติให้พ่อค้าชาวพม่าชื่อ “พญาตะก่า” ซ่อมแซมปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ ซึ่งชาวพม่าผู้ศรัทธานั้นได้สร้างตามแบบเจดีย์พม่า และมีขนาดใหญ่กว่าองค์เดิม

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 8,311

เมืองไตรตรึงษ์สมัยธนบุรี

เมืองไตรตรึงษ์สมัยธนบุรี

ในสมัยกรุงธนบุรีพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเมืองไตรตรึงษ์เพียงเล็กน้อย โดยเป็นจดหมายเหตุความทรงจำกรมหลวงนรินทรเทวี กล่าวถึงสมัยกรุงธนบุรี เมื่อพ.ศ. 2315 พระเจ้ามังระให้อะแซหวุ่นกี้เป็นแม่ทัพยกยกพลมาทางด่านแม่ละเมา เข้ายึดเมืองสุโขทัย สวรรคโลก แล้วข้าล้อมเมืองพิษณุโลกไว้ โดยการรบที่เมืองพิษณุโลก ดำเนินไปถึง 3 ปี ก็เสียเมืองแก่พม่า ฝ่ายไทยขุดอุโมงค์และทลายกำแพงลง ตั้งล้อมจับพม่ากลางแปลงจับได้แม่ทัพพม่าและทหารเป็นจำนวนมาก 

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 3,623