กำเนิดพระซุ้มกอ: พุทธศิลป์สุโขทัย ตำนานแห่งศรัทธานครชุม

กำเนิดพระซุ้มกอ: พุทธศิลป์สุโขทัย ตำนานแห่งศรัทธานครชุม

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 118

[16.4202896, 99.170579, กำเนิดพระซุ้มกอ: พุทธศิลป์สุโขทัย ตำนานแห่งศรัทธานครชุม]

ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา พระกำแพงซุ้มกอไม่ได้ดำรงอยู่เพียงในฐานะโบราณวัตถุหรือพระพิมพ์ทางศิลปกรรมเท่านั้น หากยังเป็นศูนย์รวมของตำนาน มุขปาฐะ และคติความเชื่อที่สืบทอดกันมาในหมู่ผู้ศรัทธาและนักสะสมพระเครื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในพระกรุที่มีเรื่องราวประกอบมากที่สุดของประเทศไทย

นครชุมและหลักฐานทางประวัติศาสตร์
       นครชุมเป็นเมืองโบราณสำคัญที่ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ตรงข้ามเมืองกำแพงเพชร ปรากฏหลักฐานความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยเฉพาะในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) หลักฐานสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งคือ จารึกนครชุม (จารึกหลักที่ 3) ซึ่งสร้างขึ้นราว พ.ศ. 1900 เนื้อหาในจารึกกล่าวถึงการสถาปนาพระบรมธาตุและพระศรีมหาโพธิ ณ เมืองนครชุม อันสะท้อนถึงความสำคัญของเมืองแห่งนี้ในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย
ในจารึกปรากฏข้อความตอนหนึ่งว่า
        "...พระมหาธรรมราชาธิราช หากเอาพระศรีมหาโพธิอันนี้แต่ลังกาทวีปมาปลูกไว้ที่นี้... พระมหาธรรมราชาธิราช หากเอาพระบรมธาตุอันนี้แต่ลังกาทวีปมาสถาปนาไว้ในเมืองนครชุมนี้..." (คัดบางตอนจากคำอ่านจารึกนครชุม ด้านที่ 1)  ข้อความดังกล่าวมีความหมายว่า พระมหาธรรมราชาที่ 1 ทรงอัญเชิญทั้งหน่อพระศรีมหาโพธิและพระบรมสารีริกธาตุจากลังกาทวีปมาประดิษฐาน ณ เมืองนครชุม เพื่อให้เป็นพุทธบูชาและเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนในแผ่นดินสุโขทัย  แม้จารึกนครชุมจะมิได้กล่าวถึงพระกำแพงซุ้มกอโดยตรง แต่ข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดนี้ก็ช่วยให้เห็นภาพว่า นครชุมมิใช่เพียงเมืองหน้าด่านริมแม่น้ำปิง หากเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับการอุปถัมภ์จากพระมหากษัตริย์ และเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญของยุคสมัย
บริเวณวัดพระบรมธาตุนครชุมและพื้นที่โดยรอบนี้เอง ที่ต่อมาได้กลายเป็นแหล่งค้นพบพระกรุจำนวนมาก รวมถึงพระกำแพงซุ้มกอ อันเป็นพระพิมพ์ที่ได้รับการยกย่องสูงสุดองค์หนึ่งในวงการพระเครื่องไทย

การค้นพบพระกรุนครชุม
      พระกำแพงซุ้มกอเป็นหนึ่งในพระพิมพ์สำคัญที่ค้นพบจากกรุโบราณบริเวณวัดพระบรมธาตุนครชุมและพื้นที่ใกล้เคียง โดยการค้นพบพระกรุในพื้นที่กำแพงเพชรตลอดช่วงรัตนโกสินทร์ทำให้เกิดการศึกษาพระพิมพ์สกุลกำแพงเพชรอย่างกว้างขวาง ในวงการพระเครื่องมีเรื่องเล่าสืบทอดกันว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เคยเดินทางมายังนครชุมและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบูรณะพระบรมธาตุนครชุม รวมถึงการค้นพบพระกรุบางส่วน อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังไม่ปรากฏหลักฐานร่วมสมัยที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน จึงควรพิจารณาในฐานะตำนานท้องถิ่นและมุขปาฐะประกอบการศึกษา

ลักษณะพุทธศิลป์ของพระซุ้มกอ
       พระกำแพงซุ้มกอเป็นพระพิมพ์ปางสมาธิ ประทับนั่งเหนือฐานบัว ภายในซุ้มเรือนแก้วที่มีลักษณะอ่อนช้อยตามแบบศิลปะสุโขทัย องค์พระมีสัดส่วนสมดุล สงบนิ่ง และเปี่ยมด้วยพลังทางศิลปกรรมนักประวัติศาสตร์ศิลปะจำนวนมากยกย่องว่าพระกำแพงซุ้มกอเป็นหนึ่งในพระพิมพ์ที่สะท้อนอุดมคติความงามแบบสุโขทัยได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ทั้งในด้านสัดส่วน องค์ประกอบ และความอ่อนโยนของรูปทรง ชื่อ "ซุ้มกอ" เป็นชื่อที่นักสะสมพระเครื่องใช้เรียกในภายหลัง โดยเชื่อว่ามาจากลักษณะซุ้มเรือนแก้วที่มีรูปทรงคล้ายตัวอักษร "ก"

ลักษณะเนื้อพระและกรรมวิธีการสร้าง
        พระซุ้มกอสร้างจากเนื้อดินเผาที่ผ่านการกดพิมพ์จากแม่พิมพ์ ก่อนนำไปเผาด้วยความร้อนจนเกิดความแข็งแกร่ง อุณหภูมิที่แตกต่างกันในการเผาส่งผลให้สีเนื้อพระมีความหลากหลาย เช่น สีส้ม สีแดง สีน้ำตาล และสีเขียวอมเทา ด้านหลังขององค์พระมักปรากฏร่องรอยการกดแต่งเนื้อและลายนิ้วมือ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในลักษณะที่นักสะสมใช้ประกอบการศึกษาพระกรุแต่ละองค์ในวงการพระกรุมีคำเรียกเฉพาะสำหรับลักษณะบางประการของเนื้อพระ เช่น "ว่านดอกมะขาม" สำหรับจุดสีแดงเล็ก ๆ ที่ปรากฏในเนื้อพระ และ "รารัก" หรือ "ราดำ" สำหรับคราบสีดำที่พบในบางองค์ อย่างไรก็ตาม คำเรียกเหล่านี้เป็นศัพท์เฉพาะในวงการพระเครื่อง และยังไม่มีข้อยุติทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับที่มาของลักษณะดังกล่าว

มุขปาฐะ ตำนานลานเงิน และความเชื่อสืบทอด
       นอกเหนือจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีแล้ว พระกำแพงซุ้มกอยังมีมิติทางวัฒนธรรมที่สำคัญ คือ มุขปาฐะและคำบอกเล่าที่สืบทอดกันมาในหมู่ผู้ศรัทธาเรื่องเล่าที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดคือ ตำนานแผ่นลานเงินนครชุม ซึ่งตามสำเนาและคำบอกเล่าที่เผยแพร่ในวงการพระเครื่อง ระบุถึงการสร้างพระพิมพ์โดยคณะฤๅษี การใช้เกสรดอกไม้ ว่านยา และมวลสารศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก ตลอดจนพิธีกรรมปลุกเสกตามคติความเชื่อโบราณ

ตำนานฤๅษีผู้สร้างพระ
       ตามมุขปาฐะและสำเนาข้อความลานเงินที่เผยแพร่ในวงการพระเครื่องกำแพงเพชร มีเรื่องเล่าสืบทอดกันว่า พระกำแพงซุ้มกอมิได้เกิดจากการสร้างโดยช่างหลวงเพียงอย่างเดียว หากมีคณะฤๅษีผู้ทรงวิทยาคุณร่วมประกอบพิธีสร้างและปลุกเสกพระพิมพ์  รายละเอียดของตำนานมีความแตกต่างกันไปในแต่ละสำนวน บางสำนวนกล่าวถึงคณะฤๅษี 11 ตน ขณะที่บางสำนวนกล่าวถึงฤๅษีเพียงไม่กี่ตน โดยรายนามที่ปรากฏบ่อยในคำบอกเล่า ได้แก่ ฤๅษีพิลาลัย ฤๅษีพิจิตร และฤๅษีไปยาทิพย์ เป็นต้น
ในข้อความที่มีการเผยแพร่กันในวงการพระเครื่อง มีการอ้างถึงข้อความลักษณะว่า
      "...ฤๅษี 11 ตน มีฤๅษีพิจิตรร่วมใจเป็นประธาน... ทำด้วยนวสารมีเกสรดอกไม้ 108 และว่านยาต่าง ๆ บดให้ละเอียดผสมด้วยเวทมนตร์คาถา..."
และอีกตอนหนึ่งว่า
      "...ถ้าผู้ใดได้พบพระพิมพ์นี้แล้ว ให้เอาเกสรดอกไม้ 108 นวสารมาบดให้ละเอียด... เอาศาสตราจับแช่น้ำมนต์... เสกด้วยมนต์คาถาตามกำลัง... ผู้นั้นจะมีอานุภาพมาก ภัยอันตรายใด ๆ ก็ไม่สามารถกล้ำกรายได้เลย..."
ข้อความดังกล่าวเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของความเชื่อเรื่องมวลสารศักดิ์สิทธิ์ การปลุกเสก และพุทธคุณของพระกำแพงซุ้มกอที่สืบทอดต่อกันมาในหมู่ผู้ศรัทธาและนักสะสม
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อยุติทางวิชาการเกี่ยวกับต้นฉบับและที่มาของข้อความดังกล่าว นักวิชาการจำนวนมากจึงจัดเรื่องราวเกี่ยวกับคณะฤๅษีไว้ในกลุ่มตำนานและมุขปาฐะที่สะท้อนความเชื่อของชุมชน มากกว่าจะใช้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์โดยตรง
นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อเชื่อมโยงพระกำแพงซุ้มกอกับบริเวณ "ทุ่งเศรษฐี" ซึ่งเป็นชื่อที่ปรากฏในคำบอกเล่าของคนท้องถิ่นเกี่ยวกับพื้นที่ค้นพบพระกรุบางส่วน อันเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความมั่งคั่งและโชคลาภของพระพิมพ์ชนิดนี้
คำกล่าว "มีกูไว้ไม่จน"
หนึ่งในมุขปาฐะที่มีชื่อเสียงที่สุดเกี่ยวกับพระกำแพงซุ้มกอ คือคำกล่าวว่า
     "มีกูไว้ไม่จน"
หรือในสำนวนที่พบในวงการพระเครื่องบางสายว่า
     "มึงมีกูไว้ไม่จน"
คำกล่าวดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดกันอย่างกว้างขวางในหมู่นักสะสมและผู้ศรัทธา จนกลายเป็นคำขวัญประจำพระกำแพงซุ้มกอในความรับรู้ของสังคมไทย
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลที่เผยแพร่ในปัจจุบัน ยังไม่พบว่าคำกล่าวดังกล่าวปรากฏอยู่ในจารึกนครชุม ศิลาจารึกสมัยสุโขทัย หรือข้อความจากแผ่นลานเงินที่มีการถอดความเผยแพร่กันนักวิชาการและนักสะสมพระจำนวนมากจึงเห็นตรงกันว่า คำกล่าวนี้น่าจะเกิดขึ้นในยุคหลังจากประสบการณ์ ความศรัทธา และการตีความพุทธคุณของผู้ครอบครองพระกำแพงซุ้มกอ ซึ่งเชื่อกันว่าเด่นด้านเมตตามหานิยม โชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความสำเร็จในการดำเนินชีวิต

บทสรุป
        พระกำแพงซุ้มกอเป็นพระกรุสำคัญที่สะท้อนความรุ่งเรืองของพุทธศิลป์สมัยสุโขทัย และความสำคัญของนครชุมในฐานะศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย ขณะเดียวกัน พระกำแพงซุ้มกอยังเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมที่ประกอบด้วยตำนาน มุขปาฐะ และคติความเชื่อที่สืบทอดต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งเรื่องคณะฤๅษีผู้สร้างพระ ตำนานแผ่นลานเงิน พุทธคุณ และคำกล่าว "มีกูไว้ไม่จน" ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อพระพิมพ์ชนิดนี้ตลอดมา

หมายเหตุเกี่ยวกับแหล่งข้อมูล
       บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลหลายประเภท ทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี เอกสารที่มีการเผยแพร่ในวงการพระเครื่อง ตลอดจนมุขปาฐะและคำบอกเล่าที่สืบทอดกันมาในหมู่ผู้ศึกษาและผู้ศรัทธา เนื้อหาบางส่วน โดยเฉพาะเรื่องคณะฤๅษีผู้สร้างพระ ตำนานแผ่นลานเงิน พุทธคุณ และคำกล่าว "มีกูไว้ไม่จน" จัดอยู่ในกลุ่มข้อมูลเชิงตำนาน คติความเชื่อ หรือมุขปาฐะ ซึ่งมีคุณค่าในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมและความทรงจำร่วมของชุมชน แต่ไม่อาจถือเป็นข้อยืนยันทางประวัติศาสตร์ได้ทั้งหมด

คำสำคัญ : พระกำแพงซุ้มกอ เมืองนครชุม บรมธาตุนครชุม พระเครื่องเบญจภาคี กำแพงเพชร

ที่มา : สำนักข่าวกาขาว

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). กำเนิดพระซุ้มกอ: พุทธศิลป์สุโขทัย ตำนานแห่งศรัทธานครชุม. สืบค้น 7 ตุลาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=2407&code_db=610001&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2407&code_db=610001&code_type=01

Google search

Mic

คัมภีร์คาถาชินบัญชรสมเด็จพุฒาจารย์(โต) พบในเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม

คัมภีร์คาถาชินบัญชรสมเด็จพุฒาจารย์(โต) พบในเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม

คำว่า ชินบัญชร นั้นแปลว่า กรง หรือ เกราะป้องกันภัยของพระพุทธเจ้า คำว่า ชิน หมายถึง พระพุทธเจ้า คำว่า บัญชร หมายถึง กรง หรือ เกราะ โดยที่เนื้อหาในคาถาในชินบัญชรนั้นจะเป็นการอัญเชิญพระพุทธเจ้าจำนวน 28 พระองค์ เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าพระนามว่าตัณหังกร เป็นต้น เดินทางลงมาสถิตอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เพื่อเป็นการเสริมให้ตนเองนั้นมีพลังพุทธคุณให้ยิ่งใหญ่ จากนั้นจึงอัญเชิญพระอรหันต์ที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 80 องค์ซึ่งเป็นผู้มีบารมีธรรมที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังได้มีการอาราธนาพระสูตรอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ทรงอานุภาพในด้านต่างๆ

เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 4,203

กำแพงเพชร : เมืองก่อนประวัติศาสตร์

กำแพงเพชร : เมืองก่อนประวัติศาสตร์

การสำรวจที่บ้านหนองกอง ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร พบตะเกียงดินเผา แวดินเผา แร่ทองคำ อันเป็นที่มาของคำว่า นาบ่อคคำ พบลูกปัดแก้ว ลูกหินปัด เครื่องสำริด ตะกรัน ขี้แร่ เศษพาชนะดินเผาจำนวนมาก ส่วนการสำรวจบ้านคลองเมือง ตำบลโกสัมพี อำเภอโกสัมพีนคร พบหลักฐานเก่าก่อนประวัติศาสตร์มากมาย ตำนานเมืองโกสัมพี จังหวัดกำแพงเพชร ในพงศาวดารเหนือความว่า พระพุทธศกัราช 1002 ปี จุลศกัราช 10 ปีระกาสัมฤทธิศก มีพระยากาฬวรรณดิศราช บุตรของพระยากากะพัตรได้สวยราชสมบัติเมืองตักกะสิลามหานคร (สันนิษฐานว่าเมืองตาก) 

เผยแพร่เมื่อ 18-02-2020 ผู้เช้าชม 3,058

เมืองไตรตรึงษ์สมัยพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสต้น

เมืองไตรตรึงษ์สมัยพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสต้น

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพรจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หรือพระพุทธเจ้าหลวงของปวงชนชาวไทย ได้เสด็จประพาสต้นหัวเมืองทางเหนือโดยมีจุดปลายปลายทางอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร ในการเสด็จประพาสต้นในครั้งนั้นพระองค์ได้ทรงบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ  ที่ได้ทอดพระเนตรและทรงให้บันทึกเรื่องราวเอาไว้เป็นบทพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้น ซึ่งมีเนื้อเรื่องบางตอนเกี่ยวข้องกับเมืองไตรตรึงษ์ ดังข้อความดังนี้

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 2,017

ถอดรหัส พระยาวชิรปราการ กับเมืองกำแพงเพชร

ถอดรหัส พระยาวชิรปราการ กับเมืองกำแพงเพชร

ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ชื่อ พระเจ้าตากสินมหาราช ผูกพันแน่นแฟ้นกับสามเมืองสำคัญ คือ เมืองตาก จันทบุรี และธนบุรีแต่ยังมีอีกเมืองหนึ่งที่ชาวบ้านภาคภูมิใจว่าเคยเป็น เมืองที่สอง ในชีวิตราชการของพระองค์ นั่นคือ กำแพงเพชรทว่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างมหาราชพระองค์นี้กับกำแพงเพชรนั้น ซับซ้อนและมีสีสันทางประวัติศาสตร์มากกว่าที่หลายคนเข้าใจ

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 54

พะโป้วีรบุรุษแห่งบ้านปากคลอง

พะโป้วีรบุรุษแห่งบ้านปากคลอง

คำกล่าวถึงพะโป้ ในวรรณกรรมทุ่งมหาราช ของครูมาลัย ชูพินิจ ดูแต่วัดพระธาตุที่ทอดทิ้งกันชำรุดทรุดโทรมมาแต่สมัยปู่ย่าตายาย ใครล่ะทำนุบำรุง ใครล่ะปฏิสังขรณ์รื้อสร้างรวมเป็นองค์เดียว แล้วยกช่อฟ้าใบระกาใหม่? ใคร? นอกจากพญาตะก่ากับพะโป้ อย่าลืมว่านั่นเป็นกะเหรี่ยงสองพี่น้อง ไม่ใช่คนไทย ไม่ใช่คนพื้นเพปากคลอง ...นี่เองพะโป้ผู้ยิ่งใหญ่ พะโป้ผู้มีคุณแก่ขาวกำแพงเพชรโดยทั่วไป และคลองสวนหมากโดยเฉพาะ พะโป้ผู้นำฉัตรทองแต่ตะโก้ง (เมืองย่างกุ้ง)มาประดิษฐาน ณ ยอดพระบรมธาตุเป็นสัญลักษณ์แห่งบวรพระพุทธศาสนา

เผยแพร่เมื่อ 16-04-2020 ผู้เช้าชม 3,580

คลองสวนหมาก สายโลหิตชาวปากคลอง

คลองสวนหมาก สายโลหิตชาวปากคลอง

ลำน้ำคลองสวนหมาก เกิดจากน้ำซับจากป่าอุทยานแห่งชาติคลองลานและป่าอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ไหลลงมารวมกันเกิดลำน้ำคลองสวนหมาก สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียงของลำน้ำคลองสวนหมากคือ แก่งเกาะร้อย สำหรับน้ำคลองสวนหมากจะมีนักท่องเที่ยวนิยมล่องแพยางประมาณเดือน พฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูน้ำหลาก และมีแก่งหินเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบท้าทายลักษณะของลำคลองสวนหมากจะเป็นแก่งหินและเนินทราย มีน้ำไหลตลอดทั้งปี

เผยแพร่เมื่อ 16-04-2020 ผู้เช้าชม 5,226

สาบานแล้วถอนได้จริงหรือ

สาบานแล้วถอนได้จริงหรือ

เมื่อพูดต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือใช้เป็นพยานแล้ว หากผิดคำพูดเชื่อกันว่าจะส่งผลเสียต่อชีวิต เช่น เจ็บป่วยชีวิตติดขัด หรือการเงินฝืดเคือง ซึ่งความเชื่อนี้มักถูกโยงเข้ากับแนวคิดเรื่อง กรรมที่ติดตัวมา สาบานที่ไหน กับใครตามธรรมเนียมความเชื่อไทย การสาบานมักทำใน 2 ลักษณะสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระพุทธรูปในบ้านหรือวัด ศาลพระภูมิหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองนับถือเป็นการส่วนตัว บางกรณีก็ไปสาบานที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศ เช่นวัดพระแก้วและศาลหลักเมือง เพื่อเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือให้คำพูด 

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 54

กำแพงเพชร ในวันที่ต้องเปิดประตูรับผู้รุกราน

กำแพงเพชร ในวันที่ต้องเปิดประตูรับผู้รุกราน

จุดเริ่มต้นของหน้าประวัติศาสตร์ความผันผวนเกิดขึ้นในยุคศึกสายเลือดช่วงปี พ.ศ. 1921 เมื่อ "สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1" หรือขุนหลวงพะงั่ว กษัตริย์นักรบผู้เก่งกล้าแห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงต้องการขยายอำนาจและรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียว จึงได้ทรงกรีฑาทัพขึ้นเหนือมาปิดล้อมเมือง ยุทธการครั้งนี้กินเวลานานและมีการตั้งรับอย่างเหนียวแน่น ฝ่ายอยุธยาต้องยกทัพมาล้อมถึง 4 ครั้ง จนในที่สุดพระมหาธรรมราชาที่ 2 ทรงประเมินสถานการณ์แล้วว่าหากดึงดันรบต่อไปจะเกิดความสูญเสียแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน จึงทรงตัดสินพระทัยเปิดประตูเมืองออกมายอมจำนน นับเป็นครั้งแรกที่เมืองแกร่งแห่งนี้ต้องเปลี่ยนฐานะ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สุโขทัยต้องเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาอำนาจของอยุธยาอย่างเต็มตัว

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 26

ย้อนรอย “เที่ยวเมืองพระร่วง” ตอนที่ 3 (วัดช้างรอบ,วัดพระนอน,วัดตึกพราหมณ์)

ย้อนรอย “เที่ยวเมืองพระร่วง” ตอนที่ 3 (วัดช้างรอบ,วัดพระนอน,วัดตึกพราหมณ์)

จากบทพระราชนิพนธ์ “เที่ยวเมืองพระร่วง” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการสำรวจโบราณสถานที่บริเวณเขตพระราชวัง วัดพระแก้ว วัดพระธาตุ แล้วเสด็จไปตามถนนโบราณผ่านสระแก้ว สระคำ เพื่อสำรวจวัดใหญ่ๆ อีกหลายวัด สำหรับในตอนนี้จะเป็นการนำเสนอบทบนัทกึที่ทรงเสด็จ ตรวจตราโบราณสถานในเขตอรัญญิกกำแพงเพชรกันต่อ เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จตรวจตราโบราณสถานที่วัดอาวาสใหญ่และบ่อสามแสนแล้ว ได้เสด็จต่อยังวัดอื่นๆ อีก ดังบทพระราชนิพนธ์ที่ทรงบันทึกไว้ดังนี้ “ยังมีที่วัดใหญ่ และที่มีพระเจดีย์เป็นชิ้นสำคัญอยู่อีกวัดหนึ่ง คือวัดที่ราษฎรเรียกกันว่า วัดช้างรอบ

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 2,282

ตำนานวัดคูยาง ประวัติศาสตร์แห่งศรัทธา คูน้ำ และชาวยาง

ตำนานวัดคูยาง ประวัติศาสตร์แห่งศรัทธา คูน้ำ และชาวยาง

ในผืนดินเก่าแก่ของเมืองชากังราว หรือจังหวัดกำแพงเพชรในปัจจุบัน ยังมีร่องรอยของอดีตที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา ท่ามกลางชุมชนเมืองที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีพระอารามหลวงแห่งหนึ่งซ่อนเรื่องราวของผู้คนหลายยุคสมัยไว้ทั้งในรูปของศรัทธา ภูมิปัญญา และความร่วมมือของผู้คนต่างกลุ่ม นั่นคือ วัดคูยาง

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 47