700 ปี วัดพระบรมธาตุนครชุม: มหากาพย์แห่งศรัทธาและรอยจารึกแห่งแผ่นดิน

700 ปี วัดพระบรมธาตุนครชุม: มหากาพย์แห่งศรัทธาและรอยจารึกแห่งแผ่นดิน

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 14

[16.4851526, 99.522559, 700 ปี วัดพระบรมธาตุนครชุม: มหากาพย์แห่งศรัทธาและรอยจารึกแห่งแผ่นดิน]

700 ปี วัดพระบรมธาตุนครชุม: มหากาพย์แห่งศรัทธาและรอยจารึกแห่งแผ่นดิน​         

          วัดพระบรมธาตุนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร มิใช่เพียงอารามหลวงคู่บ้านคู่เมือง แต่เป็นเสมือนสมุดบันทึกประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ ผ่านการผลัดเปลี่ยนรัชสมัยและศิลปกรรมที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในแต่ละยุคสมัยได้อย่างชัดเจน

​          มิติที่ 1: ยุคสถาปนา "แสงธรรมจากสุโขทัย" (พ.ศ. 1900)​         
          จุดเริ่มต้นของวัดพระบรมธาตุฯ ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดคือ ศิลาจารึกหลักที่ 3 หรือ ‘จารึกนครชุม’ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งทรงผนวชเคยเสด็จมาพบ ณ เมืองนครชุม เมื่อ พ.ศ. 2376​  การประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ: ในปี พ.ศ. 1900 พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท) แห่งกรุงสุโขทัย ทรงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศลังกามาประดิษฐานไว้ ณ เมืองนครชุม พร้อมกับทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่นำมาจากลังกาด้วยเช่นกัน ​ นัยทางการเมืองและศาสนา: นักวิชาการจำนวนหนึ่งมองว่า การสถาปนาพระบรมธาตุ ณ เมืองนครชุม สะท้อนแนวคิด “ธรรมราชา” ของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) และบทบาทของพุทธศาสนาในการเชื่อมศูนย์กลางอำนาจกับหัวเมืองลุ่มน้ำปิง​  สถาปัตยกรรมดั้งเดิม: ข้อสันนิษฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร เชื่อกันว่าองค์ประธานเดิมเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย และอาจมีเจดีย์บริวารอีกสององค์อยู่บนฐานเดียวกัน

          มิติที่ 2: ยุคเสื่อมถอยและร่องรอยในพงศาวดาร
​          เมื่อศูนย์กลางอำนาจย้ายจากสุโขทัยสู่กรุงศรีอยุธยา และมีการย้ายตัวเมืองจากฝั่งนครชุม (ตะวันตก) ไปยังฝั่งกำแพงเพชร (ตะวันออก) ทำให้วัดพระบรมธาตุเข้าสู่ยุคเสื่อมถอย ​การถูกทิ้งร้าง: ในช่วงสงครามระหว่างอยุธยากับพม่า เมืองนครชุมถูกลดบทบาทลง จนค่อย ๆ เสื่อมสภาพลงและถูกทิ้งร้างอยู่ระยะหนึ่ง แต่ร่องรอยความศักดิ์สิทธิ์ ยังคงได้รับความเคารพศรัทธาจากผู้คนในท้องถิ่น และปรากฏหลักฐานการเสด็จฯ มาสักการะในบางสมัย

​          มิติที่ 3: การบูรณะใหญ่ "พลังศรัทธาจากคลองสวนหมาก" (พ.ศ. 2414 - 2449)
          ​ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้วัดมีรูปลักษณ์ดังเช่นปัจจุบัน เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยกลุ่มคหบดีชาวพม่า-กะเหรี่ยงที่เข้ามาทำสัมปทานป่าไม้ในแถบคลองสวนหมาก
                - พญาตะก่า (หม่องจันวงศ์ หรือ หม่องจันส่อง): ในปี พ.ศ. 2414 พญาตะก่า คหบดีชาวพม่า มีจิตศรัทธาขอบูรณะเจดีย์ที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง โดยมี หลวงพ่อก้อน (พระครูธรรมาธิมุตมุนี) เป็นกำลังสำคัญทางฝ่ายสงฆ์
                - พะโป้และการเปลี่ยนโฉมสถาปัตยกรรม: เมื่อพญาตะก่าเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2418 นายห้างพะโป้ ซึ่งเป็นคหบดีในเครือข่ายสัมปทานป่าไม้เดียวกัน (เอกสารบางสายระบุว่าเป็นหลานชาย ขณะที่บางข้อมูลกล่าวว่าเป็นพี่น้องกัน) ได้สืบทอดเจตนารมณ์ การบูรณะครั้งนี้มิใช่การซ่อมแซมตามแบบเดิม แต่เป็นการ สร้างเจดีย์ทรงมอญ-พม่าขนาดใหญ่ เชื่อว่าเป็นการก่อเจดีย์องค์ใหม่ครอบโบราณสถานเดิมไว้ภายใน
          ความสำเร็จของการบูรณะ: การบูรณะเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2449 มีการยกยอดฉัตรทองเหลืองที่สั่งทำพิเศษจากพม่า ในปีเดียวกันนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้เสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร และทรงกล่าวถึงพระบรมธาตุนครชุมไว้ในพระราชนิพนธ์เกี่ยวกับการเสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายเหนือ

          มิติที่ 4: การรักษาความรุ่งโรจน์สู่ยุคปัจจุบัน
                ​พ.ศ. 2533: กรมศิลปากรดำเนินการบูรณะโครงสร้างและปิดทององค์พระเจดีย์ให้กลับมาเหลืองอร่ามทั้งองค์
                ​พ.ศ. 2552: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงยกฉัตรใหม่ (ฉัตรสีทอง) ขึ้นสู่ยอดพระบรมธาตุเจดีย์ แทนฉัตรเดิมของพะโป้ที่ชำรุดตามกาลเวลา
                ​พ.ศ. 2562: โครงการหุ้มทองคำปลียอดพระเจดีย์ ด้วยพลังศรัทธาของชาวกำแพงเพชรที่ร่วมกันบริจาคทองคำแท้ นำโดยพระธรรมภาณพิลาส เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุฯ

          มิติทางวัฒนธรรม: "ประเพณีนบพระ-เล่นเพลง"
          ในปัจจุบัน ถือเป็นการฟื้นฟูและตีความคติการบูชาพระบรมธาตุที่ปรากฏในจารึกนครชุม ที่ระบุถึงการปฏิบัติบูชาองค์พระธาตุ ทุกวันมาฆบูชา จังหวัดกำแพงเพชรจะจัดขบวนพยุหยาตราจำลอง เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพญาลิไท และเป็นการสืบสานศรัทธาที่ส่งต่อกันมาเจ็ดศตวรรษ

บทสรุปเชิงวิเคราะห์:
         วัดพระบรมธาตุนครชุมคือ "รอยต่อแห่งอารยธรรม" ที่หาชมได้ยากยิ่ง เป็นพื้นที่ที่ศิลปะสุโขทัย (แกนใน) ถูกโอบกอดด้วยศิลปะมอญ-พม่า (เปลือกนอก) สะท้อนถึงความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมและพลังศรัทธาที่อยู่เหนือกาลเวลาและเขตแดน

คำสำคัญ : นบพระเล่นเพลง วัดพระบรมธาตุนครชุม นครชุม กำแพงเพชร จารึกนครชุม

ที่มา : สำนักข่าวกาขาว

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). 700 ปี วัดพระบรมธาตุนครชุม: มหากาพย์แห่งศรัทธาและรอยจารึกแห่งแผ่นดิน. สืบค้น 12 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=2403&code_db=610001&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2403&code_db=610001&code_type=01

Google search

Mic

เจาะลึก 2 โศกนาฏกรรม ณ สวนสิริจิตอุทยาน (สวนริมปิง)

เจาะลึก 2 โศกนาฏกรรม ณ สวนสิริจิตอุทยาน (สวนริมปิง)

“บางคนจากไป…โดยไม่มีใครได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
ครั้งสุดท้าย
หนึ่งชีวิตล้มลงเงียบ ๆ ในห้องน้ำระหว่างมาออกกำลังกาย
อีกหนึ่งชีวิตพ่ายแพ้ต่อภาระหนี้สินและความทุกข์ที่แบกไว้ลำพังสวนริมปิงยังคงมีลมพัดเหมือนเดิมแต่สองโศกนาฏกรรมนี้
เตือนเราว่า
ความเจ็บปวดของคนคนหนึ่ง อาจเงียบเกินกว่าที่ใครจะมองเห็น’”

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 11

เมืองไตรตรึงษ์ตามเอกสารประชุมพงศาวดาร

เมืองไตรตรึงษ์ตามเอกสารประชุมพงศาวดาร

มีหลักฐานเกี่ยวกับเมืองไตรตรึงษ์และพระเจ้าอู่ทองว่าเป็นใครมาจากไหน ปรากฏอยู่ในหนังสือประชุมพงศาวดาร ฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 1 ซึ่งเขียนไว้มีความว่า ในกาลครั้งนั้นยังมีบุรุษผู้หนึ่ง มีสรีรกายเป็นปมเปาหูดต่อมทั่วทั้งตัว เป็นคนไพร่อยู่ในบ้านนอกใต้เมืองไตรตรึงษ์ อันชื่อว่าเมืองแปปนั้นลงมาทางไกลวันหนึ่ง ทำไร่ปลูกฟักแฟงแตงน้ำเต้าพริกมะเขือต่าง ๆ กล้วย อ้อย เผือก มัน ขายแลกเลี้ยงชีวิต หาภริยามิได้มาช้านาน มะเขือต้นหนึ่งอยู่ใกล้บันไดเรือน บุรุษนั้นไปเบาลงที่ริมต้น มะเขือนั้นเนือง ๆ ลูกมะเขือนั้นใหญ่โตงามกว่าทุกต้นในไร่นั้น ผลมะเขือนั้นเป็นที่รักที่ชอบใจยิ่งนักครั้งนั้นยังมีราชธิดาแห่งพญาไตรตรึงษ์พระองค์หนึ่ง มีพระรูปพระโฉมงามพร้อมบริบูรณ์ด้วยเบญจกัลป์ยานี

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 1,182

หนึ่งพันปีเมืองกำแพงเพชร

หนึ่งพันปีเมืองกำแพงเพชร

จังหวัดกำแพงเพชร เป็นเมืองโบราณที่สำคัญยิ่ง มาตลอดยุคสมัย และเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทยมาโดยตลอด อาจนับตั้งแต่ พระร่วงโรจนราช กษัตริย์ต้นราชวงศ์พระร่วง
จากตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ว่ามาจากบ้านโคน เมืองคณฑี จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งชาวบ้านโคนถือกันว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก แม้ตำนานท้าวแสนปม ได้กล่าวถึงท้าวแสนปมเป็นพระราชบิดาของ พระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา..เป็นความเชื่อทั้งสองเรื่องที่คู่กับจังหวัดกำแพงเพชรเล่าขานสืบต่อกันมาช้านาน…ว่าปฐมกษัตริย์ทั้งกรุงสุโขทัย และอยุธยามาจากกำแพงเพชรทั้งสองพระองค์ …. จากตำนานสิงหนวติกุมาร ฉบับสอบค้น ของนายมานิต วัลลิโภดม ได้กล่าวถึงกำแพงเพชรที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์หลายตอน

เผยแพร่เมื่อ 21-01-2020 ผู้เช้าชม 4,139

ย้อนรอย “เที่ยวเมืองพระร่วง” ตอนที่ 3 (วัดช้างรอบ,วัดพระนอน,วัดตึกพราหมณ์)

ย้อนรอย “เที่ยวเมืองพระร่วง” ตอนที่ 3 (วัดช้างรอบ,วัดพระนอน,วัดตึกพราหมณ์)

จากบทพระราชนิพนธ์ “เที่ยวเมืองพระร่วง” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับการสำรวจโบราณสถานที่บริเวณเขตพระราชวัง วัดพระแก้ว วัดพระธาตุ แล้วเสด็จไปตามถนนโบราณผ่านสระแก้ว สระคำ เพื่อสำรวจวัดใหญ่ๆ อีกหลายวัด สำหรับในตอนนี้จะเป็นการนำเสนอบทบนัทกึที่ทรงเสด็จ ตรวจตราโบราณสถานในเขตอรัญญิกกำแพงเพชรกันต่อ เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จตรวจตราโบราณสถานที่วัดอาวาสใหญ่และบ่อสามแสนแล้ว ได้เสด็จต่อยังวัดอื่นๆ อีก ดังบทพระราชนิพนธ์ที่ทรงบันทึกไว้ดังนี้ “ยังมีที่วัดใหญ่ และที่มีพระเจดีย์เป็นชิ้นสำคัญอยู่อีกวัดหนึ่ง คือวัดที่ราษฎรเรียกกันว่า วัดช้างรอบ

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 2,251

รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี ​166,945 บาท​ คุณมีรายได้เท่านี้จริงไหม?

รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี ​166,945 บาท​ คุณมีรายได้เท่านี้จริงไหม?

​กำแพงเพชร มั่งคั่งบนแผ่นกระดาษ แต่ขาดแคลนบนความจริง? ตีแผ่ตัวเลข GPP ที่ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าชาวบ้าน หากเปิดดูรายงานจากสภาพัฒน์ฯ หรือตัวเลขทางเศรษฐกิจระดับภาค คุณจะพบชื่อ “จังหวัดกำแพงเพชร” ทะยานขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของภาคเหนืออย่างสง่างาม ด้วยรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GPP Per Capita) ที่สูงจนน่าอิจฉา มายากลตัวเลข: เมื่อเศรษฐีกับคนจนถูกมัดรวมกัน ​ตัวเลขรายได้เฉลี่ยแสนกว่าบาทต่อปีที่ดูดีนั้น แท้จริงแล้วมันคือ “ค่าเฉลี่ยมายากล” เพราะในขณะที่รายได้มหาศาลไหลมาจาก ขุมทรัพย์ใต้ดิน (สัมปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) และ ขุมทรัพย์บนดิน (โรงงานแปรรูปเกษตรขนาดใหญ่) 

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 12

พระแก้วมรกตกับเมืองกำแพงเพชร

พระแก้วมรกตกับเมืองกำแพงเพชร

ตำนานพระแก้วมรกต จากพงศาวดารเหนือ ความว่า พระเจ้าอาทิตย์ราชก็ทรงปิติโสมนัสพระทัยหาที่สุดมิได้ ก็เข้าถวายบูชาพระแก้วมรกตทุกวันมิได้ขาด ด้วยอานุภาพของพระแก้วมรกต พระพุทธศาสนาก็เจริญรุ่งเรืองมากในกรุงศรีอโยธยา สืบกษัตริย์ต่อมาได้หลายชั่วกษัตริย์ อยู่ต่อมาข้างหน้า เจ้าพระยากำแพงเพชรก็ยกกองทัพเรือมาทูลขอพระแก้วเจ้าขึ้นไปไว้เมืองกำแพงเพชร ต่อมามินานท่านก็มีพระราชบุตรพระองค์หนึ่ง เมื่อเจริญเติบโตขึ้นพระองค์ตั้งให้ขึ้นไปครองเมืองละโว้ ครั้นนั้นพระราชบุตรมีความระลึกถึงพระแก้วมรกตเป็นที่สุด ด้วยมีน้ำพระทัยอยากได้พระแก้วมรกตไว้ปฏิบัติบูชารักษา

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 4,531

สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว)  เสด็จมาอำเภอเมืองกำแพงเพชร จริงหรือ

สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) เสด็จมาอำเภอเมืองกำแพงเพชร จริงหรือ

ผู้เขียนกล่าวไว้ในบทความเรื่อง “เล่าเรื่องเมืองชากังราว” มาแล้วว่า เมืองชากังราวนั้นได้ตรวจสอบเอกสารจากหลายฉบับ พบว่าเป็นชื่อของเมืองซึ่งซ้ำกัน 2 เมือง คือเมืองกำแพงเพชร และเมืองศรีสัชนาลัย (สวรรคโลก) และในข้อความสุดท้ายว่า พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ ในหนังสือประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 1  หน้า 212-213 ได้กล่าวถึง “สมเด็จพระบรมราชาธิราช (พะงั่ว) ที่ 1” ได้ยกทัพมาปราบปรามเมือง “ชากังราว” ถึง 4 ครั้งนั้น ท่านปราบปราม “เมืองชากังราว” ไหนแน่ ผู้เขียนพยายามสืบค้นจากเอกสารหลายฉบับ พบว่ามีเอกสารที่สามารถจะวินิจฉัยได้ว่า “เมืองชากังราว” ที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว)  ยกทัพมาปราบปรามนั้นหมายถึง “เมืองศรีสัชนาลัย” ตามหลักฐานจากเอกสารที่สืบค้น ได้แก่

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 6,584

ทำไมกำแพงเพชร ถึงมีบั้งไฟทะยานเต็มท้องฟ้าทุกปี?

ทำไมกำแพงเพชร ถึงมีบั้งไฟทะยานเต็มท้องฟ้าทุกปี?

​บั้งไฟสยายปีก เมื่อศรัทธาและวิทยาศาสตร์บรรจบกันที่ชากังราวหากเรามองผ่านเลนส์ ประวัติศาสตร์ศึกษา และ มานุษยวิทยาการที่จังหวัดกำแพงเพชรซึ่งมีรากเหง้าโบราณคดีแบบสุโขทัยและล้านนากลายมาเป็นฐานที่มั่นสำคัญของงานบุญบั้งไฟนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากปรากฏการณ์"การอพยพย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่" ในช่วงทศวรรษที่ 2500 เป็นต้นมา โดยชาวอีสานจากหลายจังหวัด

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 10

ส่างหม่องมีตัวตนจริงๆ ที่บ้านปากคลอง

ส่างหม่องมีตัวตนจริงๆ ที่บ้านปากคลอง

ส่างหม่องเป็นชาวไทยใหญ่มาจากเมืองกุกกิก ประเทศพม่า เป็นคหบดี หรือมหาเศรษฐี ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นผู้มีการศึกษาดี มีชีวิตที่ทันสมัยเหมือนชาวตะวันตก ได้เดินทางมาอยู่คลองสวนหมากในสมัยเดียวกับพะโป้ ได้เข้ามาประกอบอาชีพการทำป่าไม้ ในราวพศ. ๒๔๒๐ และได้สมรสกับนางฝอยทอง มีบุตรธิดา ๔ คน เมื่อนางฝอยทองเสียชีวิตลง ส่างหม่องจึงได้แต่งงานใหม่กับนางเฮียงสาวชาวลาวเวียงจันทน์ที่อพยพมาอยู่คลองสวนหมาก และได้ย้ายมาปลูกบ้านเรือนไทยปั้นหยาห่างจากบ้านหลังเดิมเล็กน้อย ส่

เผยแพร่เมื่อ 20-04-2020 ผู้เช้าชม 7,330

ทำเนียบเจ้าเมืองชากังราว กำแพงเพชร

ทำเนียบเจ้าเมืองชากังราว กำแพงเพชร

พระยางั่ว สมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวไว้ในประชุมปาฐกถาตอนที่ว่าด้วย "พงศาวดารกรุงสุโขทัยคราวเสื่อม" ถึงเรื่องเมืองชากังราว น่าจะสร้างขึ้นเป็นเมืองลูกหลวง คู่กับเมืองศรีสัชนาลัยอยู่ และพระยางั่ว ครองเมืองซากังราว และได้เกิดชิงราชสมบัติกันกับพระยาลิไทย พระยาลิไทยเป็นผู้ชนะและได้สมบัติ พระยางั่วจึงเป็นผู้ครองเมืองกำแพงเพชร อยู่ก่อนที่พระยาไทยจะขึ้นเสวยราชย์ คือราว พ.ศ.1890 ซึ่งเป็นปีเสวยราชย์ของพระยาลิไทย

เผยแพร่เมื่อ 14-11-2023 ผู้เช้าชม 2,132