แกงมัสมั่นกล้วยไข่

แกงมัสมั่นกล้วยไข่

เผยแพร่เมื่อ 30-05-2025 ผู้ชม 537

[16.420153, 99.3354372, แกงมัสมั่นกล้วยไข่]

แกงมัสมั่นกล้วยไข่

ประวัติความเป็นมา
        แกงมัสมั่น ซึ่งเป็นเมนูอาหารไทย ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณซึ่งถือว่าเป็นอาหารที่มีการผสมผสาน อาหารไทยและอาหารต่างชาติที่มีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศ จึงเป็นอาหารที่มีความลงตัวในเรื่องของโภชนาการอาหารและคุณค่าทางสมุนไพรเป็นสำคัญ
        การรับประทานอาหารตำรับไทย ในสำรับต้องมีแกงเป็นหลัก แกงหลักมัสมั่นรสชาติเข้มข้นกลมกล่อมและให้พลังงาน คนชาติไทยสมัยโบราณนิยมรับประทานอาหารหลักทั้ง 3 มื้อ ที่มีคุณค่าทางสารอาหารครบ 5 หมู่ และต้องมีความเป็นสมุนไพรอยู่ร่วมด้วย และส่วนใหญ่จะมีสมุนไพรเป็นหลัก จึงได้ชื่อว่า”รับประทานอาหารให้เป็นยา”
        ด้านความเชื่อการได้รับประทานแกงมัสมั่นกล้วยไข่ที่มีคุณค่าทางด้านอาหารแป้งและโปรตีนกล้วยไข่ ซึ่งให้ประโยชน์ในหลายๆ อย่าง เช่น ให้พลังงานสูงช่วยรักษาแผลในลำไส้ ลดอาการกระเพาะอาหารอักเสบช่วยลดการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดเราจึงได้นำกล้วยไข่มาทำแกงมัสมั่นกล้วยไข่แทนมันเทศ จึงเป็นการต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับกล้วยไข่

วัตถุดิบและเครื่องปรุงสำหรับแกงมัสมั่นกล้วยไข่
        1. พริกแกง 200 กรัม
        2. เนื้ออกไก่หั่นชิ้นพอคำ 500 กรัม
        3. กล้วยไข่ดิบต้มสุก 500 กรัม
        4. หอมแดงปอกเปลือก 100 กรัม
        5. ถั่วลิสงคั่ว ½ ถ้วยตวง
        6. หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
        7. หางกะทิ 5 ถ้วยตวง
        8. น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ
        9. น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
        10. เกลือบ่น 2 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมของน้ำพริกแกงมัสมั่นกล้วยไข่
        1. พริกชี้ฟ้าแดงแห้ง 6 เม็ด
        2. พริกแดงจินดาแห้ง 10 เม็ด
        3. กระเทียมไทย 2 หัว
        4. หอมแดงเผา 5 หัว
        5. ตะไคร้ 2 ต้น
        6. ข่า 1 ช้อนโต๊ะ (5 แว่น)
        7. ผิวมะกรูด 1 ลูก
        8. กะปิ ½ ช้อนโต๊ะ
        9. ลูกผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
        10. ยี่หร่า ½ ช้อนโต๊ะ
        11. ลูกจันทร์ 1 ลูก
        12. ลูกกระวาน 5 ลูก
        13. อบเชย 2 ชิ้น
        14. เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีการและขั้นตอนการแกง
        1. ต้มน้ำให้เดือด หลังจากน้ำเดือดแล้วใส่กล้วยไข่ที่เตรียมไว้ลงไป ต้มในน้ำเดือดประมาณ 3-5 นาที อย่าให้สุกเกินไปตักขึ้นใส่ภาชนะที่ใส่น้ำเย็นพักไว้
        2. นำกล้วยไข่ที่แช่น้ำเย็นไว้มาหั่นชิ้นพอดีคำ และนำไปแช่น้ำมะนาวพักไว้ และนำขึ้นมาพักไว้ให้ให้สะเด็ดน้ำ
        3. ตั้งกระทะเปิดไฟอ่อนเทหัวกะทิลงไปในกระทะครึ่งถ้วย รอให้กะทิแตกมัน แล้วใส่พริกแกงลงไปผัดให้เข้ากันจนมีกลิ่นหอม
        4. ทยอยเติมหัวกะทิลงไปทีละน้อย ๆ จนหมด ค่อย ๆ ผัดให้เข้ากัน
        5. ผัดให้ไก่พอสุก แล้วนำหอมแดงเผา และถั่วลิสงลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลมะพร้าว น้ำมะขามเปียกผัดให้เข้ากัน
        6. เติมหางกะทิลงไป รอให้เดือดแล้วจึงค่อย ๆ ใส่กล้วยไข่ที่ต้มเสร็จแล้วลงไป หลังจากนั้นรอให้เดือดอีกรอบ ชิมรสชาติตามรสที่ต้องการ ตักเสิร์ฟกับข้าวสวย

เคล็ดลับการปรุง
        ไฟต้องสม่ำเสมอในการปรุงใช้ไฟกลางและไฟอ่อนห้ามให้กะทิแตกมันเป็นก้อนๆ กล้วยไข่ต้องไม่เละจนกลายเป็นเมือก รสชาติ อมเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม กลมกล่อมไม่เผ็ดมาก

คุณประโยชน์คุณค่าด้านสุขภาพ/โภชนาการ/สมุนไพร
        1. อบเชยรักษาผิวพรรณ
        2. หัวหอมเผาให้พลังงานสูง
        3. ตะไคร้ซอยป้องกันอัลไซเมอร์
        4. ลูกกระวานช่วยให้อารมณ์ดี
        5. ลูกผักชีช่วยรักษาแผลในกระเพาะ

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมตลอดจนระบบนิเวศซึ่งเป็นแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
        การนำกล้วยไข่มาแทนมันฝรั่งในการแกงมัสมั่นกล้วยไข่เป็นการส่งเสริมเกษตรกรที่ปลูกกล้วยไข่ผลไม้ประจำจังหวัดกำแพงเพชรนำมาประยุกต์เป็นอาหารคาว ที่ประสมประสานกับเครื่องเทศและแทนการใช้มันฝรั่ง ซึ่งมีราคาแพงกว่า ประกอบกับกล้วยไข่มีคุณค่าทางโภชนาการอาหารและสมุนไพร ใช้เป็นอาหารคาวหวานได้ดีและกล้วยไข่ยังเป็นที่ตระกูลกล้วยที่ให้ผลผลิตที่สามารถส่งออกได้ดีทางด้านเศรษฐกิจพันธุ์เกษตรศาสตร์ ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนกล้วยไข่ในการสร้างแบรนด์ผลไม้ไทยในต่างประเทศ จากโครงการ Branding Project-Thai Produce and Graina

การเผยแพร่และพัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์
        เราควรส่งเสริมสนับสนุนและรังสรรค์ให้กล้วยไข่ได้เป็นทั้งอาหาร คาว หวาน และผลไม้ ที่มีคุณค่าหารับประทานเป็นเอกลักษณ์ของคนกำแพงเพชร รับประทานได้ทั้งในฤดูกาล และแกงมัสมั่นกล้วยไข่ได้เผยแพร่ในงานประเพณีสารทไทย - กล้วยไข่ และของดีเมืองกำแพง อีกทั้งเป็นเมนูที่มีการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการร้านอาหารนำไปจัดจำหน่ายสามารถนำไปพัฒนาเป็นหลักสูตรการเรียนการสอนด้านคหกรรมในสถานศึกษา สามารถส่งเสริมการตลาดและพัฒนาธุรกิจอาหารไทยเพื่อนำไปสู่การรณรงค์การบริโภคอาหารไทยสู่สากลได้ และสามารถพัฒนาเป็นอาหารเอกลักษณ์ท้องถิ่นได้

คำสำคัญ : แกงมัสมั่นกล้วยไข่

ที่มา : https://library.parliament.go.th/index.php/th/radioscript/rr2565-may7

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2568). แกงมัสมั่นกล้วยไข่. สืบค้น 10 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=2338&code_db=610008&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2338&code_db=610008&code_type=01

Google search

Mic

น้ำพริกขี้กา

น้ำพริกขี้กา

เมื่อครั้งยังเป็นเด็กอายุเจ็ดแปดขวบ จำได้ว่าอาหารการกินในครัว สิ่งที่ขาดไม่ได้ในตู้กับข้าวเป็นน้ำพริกชนิดหนึ่ง ตอนนั้นยังไม่รู้ประสา จึงไม่รู้ว่าน้ำพริกชนิดนั้นเรียกว่าอะไร ได้ยินแต่ผู้ใหญ่เขาเรียกกันว่า “น้ำพริกขี้กา” ยังสงสัยว่ามีขี้อีกาจริงๆ หรือครั้นพอโตขึ้นมาหน่อยความสงสัยจะสืบสาวราวเรื่องดูเลือนๆ ไปบ้าง เพราะมีสิ่งอื่นให้สนใจมากกว่า กระทั่งมาถึงตอนเป็นผู้ใหญ่ ได้ยินหลายคนพูดถึง “น้ำพริกขี้กา” ขึ้นมาอีก ทำให้ต้องหันกลับมาดูว่าน้ำพริกอีกาคืออะไร จากที่สังเกตเห็นได้ว่าน้ำพริกขี้กาของแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกันเลยจริงๆ น้ำพริกขี้กาสูตรในครัวเรือนที่บ้านกินกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นรสมือแม่ เห็นจะไม่มีเครื่องปรุงแต่งอะไรมาก เป็นเพียงการนำพริกขี้หนู หอมแดง และกระเทียม ไปเผาไฟให้สุกๆ ไหม้ๆ จากนั้นนำมาปอกและลอกส่วนที่ไหม้ออก 

เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 10,048

กล้วยกวนตองแก้ว

กล้วยกวนตองแก้ว

กล้วยน้ำว้าของเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกกล้วย โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้ามีจำนวนมากมายสามารถที่จะให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ด้วยเหตุนี้เอง ก่อให้เกิดแนวคิดสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยน้ำว้า กล้วยน้ำว้าแปรรูปเพื่อนำออกขาย เช่น กล้วยอบ กล้วยอบกรอบ กล้วยม้วนนิ่ม นอกเหนือจากขายกล้วยสด หรือกล้วยตากเท่านั้นหนึ่งในสินค้า กล้วยน้ำว้า แปรรูปที่ว่านั้นก็ได้แก่กล้วยกวน ซึ่งกรรมวิธีค่อนข้างจะง่าย แต่ก็ต้องใช้เวลาและพละกำลังกันพอสมควร กล่าวคือเมื่อได้เนื้อกล้วยที่จำเป็นจะต้องสุกงอม เพื่อความสะดวกในการกวนแล้ว จะต้องนำมาบดอัดก่อนใส่กระทะกวนด้วยไฟร้อนๆ

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 4,838

ขนมเทียนไส้เค็ม

ขนมเทียนไส้เค็ม

ขนมเทียนไส้เค็ม ขนมเทียนนอกจากนิยมทำในพิธีงานมงคลต่างๆแล้ว ยังเป็นขนมที่ใครๆหลายคนขื่นชอบ เพราะรสชาติที่หวาน เค็ม และเผ็ดจากพริกไทย ซึ่งพอรวมกันแล้วจะได้ความเหนียวนุ่มน่ารับประทาน และเป็นขนมอีกอย่างที่ชาวจังหวัดกำแพงเพชรนิยมรับประทานกันแต่ส่วนมากจะนิยมทำกันแค่ในช่วงเทศกาล

เผยแพร่เมื่อ 01-03-2017 ผู้เช้าชม 8,843

กระยาสารทมอกล้วยไข่กำแพงเพชร

กระยาสารทมอกล้วยไข่กำแพงเพชร

กระยาสารท เป็นขนมที่พบได้โดยทั่วไป ถือเป็นภูมิปัญญาไทยในการถนอมอาหาร และที่กำแพงเพชรได้มีการกวนกระยาสารทกันมาอย่างยาวนาน ในอดีตมีการกวนกันเกือบทุกบ้าน จะไม่มีจำหน่าย แต่จะแจกกันเมื่อกวนแล้ว ส่วนสำคัญจะนำไปถวายพระเนื่องในวันสำคัญต่างๆ ปัจจุบันนิยมทำกินกันในช่วงเทศกาลสารทไทยระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคมของทุกปีที่กำแพงเพชร กำแพงเพชรเป็นเมืองกล้วยไข่จึงมีกล้วยไข่เป็นเครื่องเคียงที่อร่อยมาก ที่ชุมชนอนันตสิงห์ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรชุมชนอนันต์สิงห์ได้รวมตัวกันกวนกระยาสารทเพื่อจัดจำหน่ายวันละหลายกระทะ มีรสชาติอร่อยหวานมัน หาที่เปรียบเทียบได้ยาก และได้มีการสาธิตการกวนกระยาสารทด้วยอัธยาศัยไมตรีอันดียิ่ง เพราะมีความภูมิใจในอาชีพนี้เป็นอย่างยิ่ง 

เผยแพร่เมื่อ 02-06-2022 ผู้เช้าชม 6,819

แกงเห็ดเผาะปลาย่าง

แกงเห็ดเผาะปลาย่าง

แกงเห็ดเผาะปลาย่าง เป็นอาหารพืื้นถิ่นของคนนครชุม ที่สืบทอดวิถีแห่งการกินมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยเครื่องปรุงส่วนผสมหาได้ตามท้องถิ่น ทำง่ายนำโดยนำหัวกะทิตั้งไฟ เคี่ยวจนแตกมันเผ็ดผัดในน้ำกะทิผัดต่อจนมีกลิ่นหอม ใส่หมูสามชั้นลงในกระทะที่ผัดพริกแกง ผัดให้สุก ใส่น้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ เติมหางกะทิลงในกระทะ เคี่ยวต่อจนเดือด ใส่เห็ดเผาะ เคี่ยวต่อประมาณ 5 นาที ใส่ปลาย่าง ชะอม รอจนดือดและชะอมสุก พร้อมเสิร์ฟ

เผยแพร่เมื่อ 02-04-2019 ผู้เช้าชม 3,844

บะหมี่เซี้ยงชากังราวกำแพงเพชร

บะหมี่เซี้ยงชากังราวกำแพงเพชร

บะหมี่เซี้ยงชากังราวจังหวัดกำแพงเพชรได้พัฒนามาจากสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เพราะว่ามีการสนับสนุนให้คนไทยกินก๋วยเตี๋ยวโดยร้านที่มีชื่อเสียงในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีร้านที่มีชื่อเสียง คือ ร้านเจ็กเท่ง ร้านเจ็กฮ้อ ร้านเจ็กเซี้ยง จากคำบอกเล่าของ อาจารย์สุมาลี หรั่งประเสริฐ บุตรนายตั้งหยงเซี้ยง (ร้านเจ๊กเซี้ยง) มาจากเมืองซัวเถาตั้งแต่ปี 2475 ได้ยึดอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวมาตลอด สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กิจการขายก๋วยเตี๋ยวร่ำรวยมากเพราะขายให้ทหารญี่ปุ่นที่เข้ามาในกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 21-06-2022 ผู้เช้าชม 4,410

แกงพันงู

แกงพันงู

กำแพงเพชรมีอาหารอยู่ชนิดหนึ่ง เป็นอาหารยอดนิยมของชาวกำแพงเพชรในอดีต คือแกงพันงู พันงูเป็นชื่อพันธุ์ไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง เกิดขึ้นในสถานที่หัวไร่ปลายนา ตามเชิงเขาและป่าโปร่ง จะขึ้นปนกับต้นไม้อื่นๆ ลักษณะลำต้นเดี่ยว เส้นผ่าศูนย์กลางไม่ถึง 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1 เมตร รูปร่างคล้ายงู ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า พันงู จะขึ้นเฉพาะในฤดูร้อน ต่อฤดูฝน ใต้ดินจะมีหัวขนาดใหญ่ ในปีหนึ่งจะขึ้นเพียงครั้งเดียว ชาวบ้านจะนิยมนำพันงูมาทำอาหาร ประเภทผักจิ้ม แกงส้มใส่ชะอม ชาวกำแพงเพชร เอาพันงูมา ลอก เปลือกออกหั่น ยาวประมาณ 2นิ้ว เอาไว้แกงส้ม พันงู เป็นอาหารยอดนิยมที่คนกำแพงเพชรนิยมรับประทานกัน เกือบทุกครัวเรือน อาจกลายเป็นอาหารจานเด็ด ของคนกำแพงเพชร 

เผยแพร่เมื่อ 02-04-2019 ผู้เช้าชม 4,424

กลีบลำดวน

กลีบลำดวน

กลีบลำดวน หรือ ดอกลำดวนเป็นขนมไทยชนิดหนึ่ง ทำจากแป้งสาลีนวดเคล้ากับน้ำตาลและน้ำมัน ปั้นเป็นดอก 3 กลีบ มีเกสรกลมตรงกลาง (อย่างดอกลำดวน) แล้วอบหรือผิง เป็นขนมมงคลที่ใช้ในงานแต่งงาน ขนมกลีบลำดวนเป็นขนมไทยอีกหนึ่งอย่างที่หาทานยากมาก

เผยแพร่เมื่อ 18-03-2017 ผู้เช้าชม 5,579

ขนมข้าวตอก

ขนมข้าวตอก

ขนมข้าวตอกตัด หรือขนมข้าวตอก เป็นขนมพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งของชุมชนโดยรอบอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ส่วนผสมสำคัญมีเพียง 3 อย่างคือ ข้าวเปลือกข้าวเหนียว น้ำตาลปี๊บ และน้ำกะทิ นิยมปรุงขึ้นเพื่อใช้ในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันสารทไทย วันตรุษไทย หรือในพิธีสู่ขวัญข้าว วิธีการทำขนมข้าวตอกตัด เริ่มจากการนำข้าวเปลือกไปคั่วไฟให้เป็นดอกขาว คัดเปลือกข้าวทิ้งด้วยกระด้ง แล้วจึงนำข้าวตอกที่ได้ไปตำจนละเอียด จากนั้นนำข้าวตอกที่ตำแล้วมาร่อนเพื่อแยกข้าวตอกออกเป็นสามส่วน คือ ข้าวตอกขนาดโตที่จะนำไปผสมกับกะทิ ข้าวตอกขนาดกลางสำหรับโรยบนแม่พิมพ์ และข้าวตอกขนาดเล็กที่มีเนื้อละเอียดสุดจะนำไปโรยหน้า ข้าวตอกเป็นขนมท้องถิ่นที่ใช้ทั้งเพื่อการบริโภคเป็นขนมหรืออาหารว่าง หรือใช้ในพิธีการต่างๆ เช่น จัดวางในบายศรีสู่ขวัญข้าว หรือในชะลอมเพื่อนำไปถวายพระในวันหรือเทศกาลสำคัญต่างๆ

เผยแพร่เมื่อ 02-02-2017 ผู้เช้าชม 16,281

ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นขนมหวานไทยยอดนิยม และจะได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษในฤดูร้อน ทำจากข้าวเหนียว เช่น ข้าวเหนียวเขี้ยวงูกับหัวกะทิ เกลือป่น และน้ำตาลทรายขาว แล้วกินกับเนื้อมะม่วงสุก ที่นิยมคือ มะม่วงอกร่อง และมะม่วงน้ำดอกไม้อาจราดกะทิ และโรยถั่วบางชนิด แล้วแต่ชอบใจข้าวเหนียวมะม่วงมีแคลอรีสูง ถ้ากินขณะเป็นโรคกระเพาะอาหาร, ม้ามพร่อง หรือระบบย่อยอาหารบกพร่อง จะท้อฃอืด, จุกเสียดแน่น และอาหารย่อยยากมากขึ้นได้ นอกจากนี้ หากรับประทานเกินพอดี จะร้อนใน, เจ็บคอ, , ปวดหัว เป็นต้น เอาได้ อย่างไรก็ดี ข้าวเหนียวในขนมหวานชนิดนี้มีสรรพคุณเป็นของร้อนรสหวาน จะช่วยบำรุงพลัง ตลอดจนบำบัดอาการเหงื่อออกมาก และท้องเสีย โดยเฉพาะมะม่วงที่มีรสหวานปนเปรี้ยวนั้น ช่วยบำรุงร่างกาย, แก้ไอ และขับลมได้

เผยแพร่เมื่อ 12-03-2017 ผู้เช้าชม 11,879