![]()
ลายผ้าปักชาวลั๊วะ หรือ ละว้า (Lua)
เผยแพร่เมื่อ 20-05-2025 ผู้ชม 415
[16.2587052, 99.0719558, ลายผ้าปักชาวลั๊วะ หรือ ละว้า (Lua)]
ลั๊วะ หรือ ละว้า (Lua) เป็นชนชาติดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ตามบริเวณลุ่มแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำโขง มีอยู่กระจัดกระจายในตอนใต้ของจีน พม่า ลาว และตอนเหนือของไทย เชื่อว่าเป็นชนชาติที่เป็นเจ้าของดินแดนลุ่มแม่น้ำปิงก่อนที่ชนชาติไทยจะเข้ามาครอบครองในเวลาต่อมาจากข้อมูลในปี 2545 ลัวะอาศัยอยู่ใน 8 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน สุพรรณบุรี อุทัยธานี เลย ลำปาง และกำแพงเพชร ชาวลัวะส่วนใหญ่ในปัจจุบันได้ผสมกลมกลืนกับชาวไทยจนยากที่จะสามารถแบ่งได้ชัดเจน ที่ยังเหลืออยู่ที่พอจะสังเกตได้เฉพาะในเขตจังหวัดเชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน
ชาวลัวะ
มีขนบธรรมเนียมเครื่องแต่งกายต่างกับชาวเหนือ ผู้ชายนุ่งผ้าพื้นโจงกระเบนหรือโสร่ง ผู้หญิงสวมเลื้อสีดำผ่าอกแขนยาว ปักเป็นแผ่นใหญ่ที่หน้าอกตามแถวกระดุม และแถวรังดุมรอบคอ ปักที่ชายแขนเสื้อตรงข้อมือทั้งสองข้างและที่ได้ตะโพกรอบเอวด้วยดิ้นเลื่อมไหมเงินคล้ายเสื้อขุนนางไทยโบราณ ผ้าซิ่นติดผ้าขาวสลับดำเล็ก ๆ ตอนกลางเป็นริ้วลายชายซิ่นติดผ้าสีดำ กว้างประมาณ 1 ศอก เสื้อของผู้ชายอย่างเดียวกันกับผู้หญิง แต่ไม่ปักดอกที่คอเสื้อและชายเสื้อเครื่องแต่งกายดังกล่าวนี้ปัจุบันไม่ใช้กันแล้ว หันมานิยมเสื้อเชิ้ตแขนยาว ผ้าอกกลาง การเกงจินธรรรมดา แต่ผู้ชายที่นุ่งผ้ากระโจงกระเบนยังมีอยู่บ้าง
เอกลักษณ์ของผ้าปักชาวลัวะ
ลายผ้าปักชาวลั๊วะ มีเอกลักษณ์และศิลปะการสร้างลวดลายบนผืนผ้าของเผ่าลั้วะ มีลักษณะเด่น คือ ทอแน่น และหนา เหมาะสำหรับการนุ่งในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันอันตรายจากของมีคมได้ นอกจากนี้ยังมีการการทอด้วยลวดลายตกแต่งสวยงาม มีการปักเข้ามาผสมผสานเมื่อมีการตัดเป็นเสื้อ ผ้าทอผู้ชาย มักจะใช้สีแดงเป็นหลัก ส่วนผู้หญิงมักจะใช้สีดำ แดง เหลืองเป็นหลัก แต่ปัจจุบันมีการใช้สีเคมีมากขึ้น ทำให้มีการใช้สีอื่น ๆ เข้ามาแทรกร่วมด้วย จึงมีสีสันที่สดใสร่วมสมัยมากขึ้น
คำสำคัญ : ลายผ้าปักชาวลั๊วะ ละว้า
ที่มา : ศูนย์วัฒนธรรมชาวเขาจังหวัดกำแพงเพชร
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2568). ลายผ้าปักชาวลั๊วะ หรือ ละว้า (Lua). สืบค้น 12 กรกฎาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=2290&code_db=610007&code_type=05
Google search
ลักษณะการวางลายเสื้อผู้หญิง สะกอจะปักตกแต่งบริเวณชายเสื้อ ด้านล่างการผสมผสานลาย มักใช้ลายลูกเดือยเป็นแนวกำหนดก่อน เพื่อให้ได้ช่องว่างที่จะเป็นแนวปักลวดลายชัดขึ้นจากนั้นจึงปักลงไป
เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 1,241
ก่อนที่จะทำฟาร์มปูนาเคยทำอาชีพรับจ้างมาก่อน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จจนมีหน่วยงานรัฐบาลมาให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปูนา จึงทดลองเพาะเลี้ยงปูไว้ในที่ว่างหลังบ้าน จากนั้นก็มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขอซื้อไปขายต่อ จึงเริ่มหันมาสนใจการเลี้ยงปูนาอย่างเต็มตัว เมื่อเริ่มเพาะเลี้ยงปูนาได้มากขึ้นแต่บางช่วงตลาดตัน ราคาขายไม่สูง เลยได้นำไปแปรรูปเป็นอาหาร ส่งจำหน่ายแทน โดยจะนำไปวางจำหน่ายตามร้านขายของฝากต่างๆ รวมถึงส่งขายไปยังต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี
เผยแพร่เมื่อ 16-08-2020 ผู้เช้าชม 3,003
ก้วปั๊วเป็นภาษาชนเผ่าม้ง ความหมายในภาษาไทย หมายถึง คอกหมู เป็นลายผ้าโบราณที่มีการ ถ่ายทอดสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ การเรียกขานชื่อลายเป็นไปตามลักษณะของลวดลายที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมคล้ายคอกหมูที่มีอยู่ตามบ้านของชาวม้งในสมัยโบราณที่มักเลี้ยงหมูไว้เป็นอาหารในครัวเรือน หญิงเผ่าม้งยังคงรักษาเอกลักษณ์ลวดลายเช่นนี้เป็นลวดลายปักบนผืนผ้าจนถึงทุกวันนี้
เผยแพร่เมื่อ 21-05-2026 ผู้เช้าชม 31
จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่ม เกิดจากความเสื่อมถอยของภูมิปัญญาท้องถิ่นหัตถกรรมเครื่องเงิน ซึ่งช่างฝีมือและคนในท้องถิ่นเริ่มหันไปประกอบอาชีพอื่น ทำให้หัตถกรรมเครื่องเงินในท้องถิ่นลดน้อยลง ในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกชิ้นนี้ขึ้น จึงจัดกิจกรรมส่งเสริม พัฒนาเครื่องเงิน ในโอกาสจัดงาน ชาวเขาเผ่าเย้า หรือเมี้ยน ที่เราไปสัมภาษณ์การทำเครื่องเงินเพื่อประดับชุดผู้หญิงของเขาอยู่ที่บ้านเขาน้อย หมู่ที่ 1 ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งนิยมสร้างบ้านบริเวณที่ลาดชันตามไหล่เขา ผู้หญิงชาวเย้า จะแต่งตัวด้วย เครื่องเงินที่งดงามมาก มีน้ำหนักหลายกิโลกรัม แต่ละชุดจะมีมูลค่าของเครื่องเงินนับแสนบาท จึงทำให้ชายชาวเขา เป็นช่างที่ทำเครื่องเงินได้งดงามมากและหลากหลายรูปแบบมาก
เผยแพร่เมื่อ 06-02-2017 ผู้เช้าชม 1,584
ลายผ้าปักชาวลั๊วะ มีเอกลักษณ์และศิลปะการสร้างลวดลายบนผืนผ้าของเผ่าลั้วะ มีลักษณะเด่น คือ ทอแน่น และหนา เหมาะสำหรับการนุ่งในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันอันตรายจากของมีคมได้ นอกจากนี้ยังมีการการทอด้วยลวดลายตกแต่งสวยงาม มีการปักเข้ามาผสมผสานเมื่อมีการตัดเป็นเสื้อ ผ้าทอผู้ชาย มักจะใช้สีแดงเป็นหลัก ส่วนผู้หญิงมักจะใช้สีดำ แดง เหลืองเป็นหลัก แต่ปัจจุบันมีการใช้สีเคมีมากขึ้น ทำให้มีการใช้สีอื่น ๆ เข้ามาแทรกร่วมด้วย จึงมีสีสันที่สดใสร่วมสมัยมากขึ้น
เผยแพร่เมื่อ 20-05-2025 ผู้เช้าชม 415
ลายผ้าปักลาหู่ จะมีเอกลักษณ์และศิลปะการสร้างลวดลายบนผืนผ้าของเผ่าลาหู่ (มูเซอ) มักนิยมตกแต่งลวดลายบนเครื่องแต่งกาย ด้วยการปักเส้นด้ายสีสันต่าง ๆ เป็นลวดลายที่เป็นเอกลายค่อนข้างหลากหลาย และมีการปักผสมผสานลวดลายจากชนเผ่าอื่นเข้ามาด้วย ทำให้สะดุดตา สีที่นิยมมากเป็นพิเศษคือ สีแดง และสีเขียว
เผยแพร่เมื่อ 20-05-2025 ผู้เช้าชม 350
ปั้นโต๊วโต่ว เป็นภาษาชนเผ่าม้ง ความหมายในภาษาไทย หมายถึง ฝักถั่วเรียก ขานชื่อลายตาม ลักษณะของงานปักที่ดูคล้ายฝักถั่วแขก ซึ่งเป็นพืชผักพื้นบ้านที่ชาวม้งมักจะปลูกผสมอยู่ในไร่กาแฟ เพื่อนำมารับประทานกันในครอบครัว มักนิยมนำไปเป็นลวดลายบนผ้าสี่เหลี่ยมผืนเล็ก ที่เรียกว่าดั๊กฉ่อ ที่ติดประดับอยู่บริเวณด้านหลังปกเสื้อของขุดแต่งกายประจำเผ่าผู้หญิงเผ่าม้ง
เผยแพร่เมื่อ 21-05-2026 ผู้เช้าชม 34
เอกลักษณ์และศิลปะการสร้างลวดลายบนผืนผ้าของผ้าทอกระเหรี่ยง มีลักษณะเป็นผ้าทอหน้าแคบ ลักษณะลายเป็นสีเหลี่ยมขนมเปียกปูน รูปแบบต่าง ๆ ลายดอกไม้ ลายเส้นตรง ลายกากบาท ผสานกันเทคนิคและภูมิปัญญาที่สั่งสมและถูกถ่ายทอดสั่งสอนมาจากบรรพบุรุษ สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ทั้งเทคนิคการมัดหมี่ จก ขิด และยกดอก ผ้าทอของชนเผ่ากระเหรี่ยงจึงมีความงดงาม โดดเด่นด้วยสีสันที่หลากหลาย หากเราเห็นผืนผ้าที่มีเอกลักษณ์เช่นนี้เราก็สามารถรับรู้ได้ทันทีว่า นี่คือผ้าทอของชนเผ่ากระเหรี่ยง
เผยแพร่เมื่อ 20-05-2025 ผู้เช้าชม 386
ที่บ้านใหม่ธงชัย อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร นางปัญญา คมขำ เกษตรกรชาวอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร หันมาปลูกผักกูด ผักพื้นบ้าน ในพื้นที่ 8 ไร่ ผสมผสานไปกับพืชยืนต้นอื่นๆ เช่น มะยงชิด กล้วย มังคุด ปรากฏว่าสร้างรายได้ให้กับครัวเรือนได้เป็นอย่างดี โดยได้เล่าว่าจุดเริ่มต้นของการปลูกผักกูด เกิดจากว่าจะมีการขุดลอกคลอง บริเวณหลังบ้านซึ่งมีผักกูดอยู่ ตัวเองกับสามีคิดว่าถ้าขุดลอกคลองแล้ว ผักกูดน่าจะสูญหายไป ทำให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานไม่รู้จักผักพื้นบ้านชนิดนี้ ตัวเองกับสามีเลยไปเก็บต้นผักกูดที่รถขุดทิ้ง มาปลูกไว้พื้นที่หลังบ้าน แล้วปรากฏว่าปัจจุบันกลายเป็นพืชหลักที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวของตัวเองได้เป็นอย่างดี
เผยแพร่เมื่อ 12-05-2020 ผู้เช้าชม 1,961
เริ่มต้นจากตอนที่ป้าดำได้ไปช่วยงานพี่สาวที่ทุ่งโพธิ์ทะเล แล้วไปเห็นคนที่นั่น กำลังสานตะกร้ายางพาราอยู่เลยเกิดความสนใจ จึงเรียนรู้ จากการได้ศึกษาจากบ้านทุ่งโพธิ์ทะเลแล้วประมาณ 5-6 วัน ได้ขอซื้อโครงจักสานมา กลับมาลองฝึกเองที่บ้าน พอสานเป็นก็เริ่มหาซื้อโครงมากขึ้น และเริ่มสอนในหมู่บ้านโดยการสอนไม่คิดค่าใช้จ่าย และเมื่อปี พ.ศ.2552 ได้มีองค์การบริหารส่วนตำบลมาลงพื้นที่ จึงได้ให้ป้าดำเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มจักสานยางพาราขึ้นมา เพื่อสอนให้คนในชุมชนมีอาชีพ
เผยแพร่เมื่อ 16-08-2020 ผู้เช้าชม 1,356
