ลายผ้าปักชาวม้ง หรือ แม้ว (Hmong)

ลายผ้าปักชาวม้ง หรือ แม้ว (Hmong)

เผยแพร่เมื่อ 20-05-2025 ผู้ชม 248

[16.2587052, 99.0719558, ลายผ้าปักชาวม้ง หรือ แม้ว (Hmong)]

      ม้งเป็นชาวเขาเผ่าที่มีการกระจายตัวมากที่สุด โดยมีอยู่กระจัดกระจายตั้งแต่ตอนใต้ของจีน เวียดนาม ลาว และไทย ซึ่งในประเทศไทยนั้นเป็นชาวเขาเผ่าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ม้งในประเทศไทยแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ ม้งขาว เรียกตนเองว่า "อม้งเด๊อว " (Hmong Daw) และม้งเขียว เรียกตนเองว่า "ม้งจั๊ว" (Hmong NJUA)

ลักษณะการแต่งกาย
      แม้วทั้ง 2 กลุ่มมีการแต่งกายแตกต่างกัน คือ
      1. กลุ่มแม้วลาย ผู้หญิงจะสวมใส่กระโปรงสั้นผ้าใยกัญชงเขียนลายด้วยขี้ผึ้ง ( Batik ) ย้อมสีคราม จับจีบรอบตัวสวมเสื้อผ่าหน้า ประดับลวดลายตรงหน้าอกเป็นแฉกๆคล้ายครีบหางปลา มีปก คล้ายเสื้อกลาสีเรือตกแต่งเป็นแฉกปักลวดลายสวยงาม แต่เวลาสวมใส่จะกลับไว้ด้านใน คาดเอวด้วยผ้าห้อยหน้า ตกแต่งลวดลายสวยงามในกลุ่มหญิงสาว ส่วนผู้สูงอายุจะใช้สีดำ ผู้ชายเป็นพู่ไปทางด้านหลัง ผู้ชายสวมกางเกงเป้ายานสีดำ เสื้อแขนยาวตัวสั้นตกแต่งช่วงหน้าอก คาดเอวด้วยคิว ด้านหน้าปักตกแต่งลวดลายสวยงามมาก          2. กลุ่มแม้วขาว ผู้หญิงจะสวมใส่กางเกงขายาวสีดำหรือสีน้ำเงินเข้มในวันปกติ ในโอกาสพิเศษของชุมชน จะสวมกระโปรงผ้าใยกัญชงสีขาว จับจีบเล็กๆรอบตัว ลวมเสื้อผ่าหน้า แขนยาวสีดำ มีปกเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเหมือนกลาสีเรือ เน้นการปักตกแต่งสวยงาม คาดเอวด้วยผ้าห้อยหน้า ตกแต่งลวดลายพิถีพิถัน ส่วนผู้ชายแต่งกายคล้ายแม้วลาย แต่สวมกางเกงจินขายาวสีดำ เสื้อตัวยาวกว่าผู้ชายแม้วลาย

ลายผ้าแม้ว
      ทั้งแม้วลายและแม้วขาว มีการประดิษฐ์ลวดคล้ายคลึงกัน คือ มีทั้ง การปักด้วยด้ายสลับสีเป็นลายไขว้ ปักทึบเดินเส้น ลูกโซ่ และการตัดผ้า ปะเป็นลวดลาย และในกลุ่มแม้วลายยังมีการเขียนลายด้วยสีผึ้งและย้อมที่เรียกว่า ผ้าบาติกด้วย

การเขียนลายด้วยขี้ผึ้ง (เซากั๋งเจี่ย)
      การเขียนลายด้วยขี้ผึ้งเป็นความสามารถเฉพาะกลุ่มผู้หญิงแม้วลายซึ่งใช้ในการผลิตผ้าเพื่อเย็บเป็นกระโปรง หลังจากทอผ้ากัญชงและรีดทับจนเนื้อเนียนดีแล้วก็จะม้วนเก็บไว้เพื่อทยอยนำมาเขียนลาย

เอกลักษณ์ของผ้าปักผ้าปักชาติพันธุ์ม้งหรือแม้ว (HMONG) 
      เอกลักษณ์และศิลปะการสร้างลวดลายบนผืนผ้าของเผ่าม้ง ลวดลายบนผืนผ้าม้ง และเทคนิคการสร้างสรรค์ลวดลายประกอบด้วย 3 เทคนิคหลัก ๆ ได้แก่ส การปัก การเย็บติด และการเขียนเทียน โดยทั้ง 3 เทคนิคนั้นแม้จะมีอุปกรณ์ ขั้นตอน หรือวิธีทำที่แตกต่างกัน แต่หลักสำคัญที่ปรากฏให้เห็นจนเป็นเอกลักษณ์เดียวกันในม้งทุกกลุ่ม คือ ความละเอียดของชิ้นงาน การปัก การเย็บ หรือการเขียนลวดลายต่อเนื่องจนเต็มแน่นตลอดผืนผ้า ประกอบด้วยลายหลัก ลายประกอบเล็กน้อย ต่างสีสันลดหลั่นกันไปจนเต็มตลอดผืนผ้า รวมทั้งงานปักม้งไม่นิยมการเว้นที่ว่างโล่งบนผืนผ้าอย่างไร้ความหมาย กลายเป็นเอกลักษณ์ศิลปะลวดลายที่มีเส้นลวดลายงดงามที่สะดุดตา

คำสำคัญ : ลายผ้าปักชาวม้ง แม้ว

ที่มา : ศูนย์วัฒนธรรมชาวเขาจังหวัดกำแพงเพชร

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2568). ลายผ้าปักชาวม้ง หรือ แม้ว (Hmong). สืบค้น 21 มกราคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=2289&code_db=610007&code_type=05

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2289&code_db=610007&code_type=05

Google search

Mic

ลายผ้าปักชาวเมี่ยน หรือ เย้า (Yao)

ลายผ้าปักชาวเมี่ยน หรือ เย้า (Yao)

เอกลักษณ์และศิลปะการสร้างลวดลายบนผืนผ้าของเผ่าเมี่ยน (เย้า) ศิลปะการสร้างสรรค์ลวดลายงานปักแต่ละลายที่ปรากฏบนผืนผ้าแทบทุกผืนยังคงเป็นลวดลายโบราณ เอกลักษณ์ดั้งเดิมที่สืบทอดต่อมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยโบราณ การใช้สีในลวดลายปักก็ ยังคงยืดถือด้วยการใช้สีเส้นด้ายที่ไม่น้อยกว่า 7 สี โดยสี 7 สีหลักของชาวเมี่ยนตามตำนาน ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีเขียว สีม่วง สีดำ และสีขาว ผ้าปักของชาวเมี่ยนบางผืนอาจพบลวดลายมากกว่า 10 ลวดลายรวมกันอยู่ในผืนเดียว ลวดลายเหล่านี้เป็นลวดลายโบราณดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษของชนเผ่าเมี่ยนนับหลายร้อยปีที่ต้องอยู่ในผืนผ้าเมี่ยน แทบทุกผืน

เผยแพร่เมื่อ 20-05-2025 ผู้เช้าชม 192

ถุงย้ามลายกาบาท

ถุงย้ามลายกาบาท

ชาวกะเหรี่ยง เรียกตนเองว่า “ปกาเกอะญอ” ซึ่งแปลว่า “คน” เป็นชนเผ่าที่มีจำนวนมากที่สุด ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ สะกอ หรือยางขาว หรือ ปากฺกะญอ เป็นกลุ่มที่มีประชากรมากที่สุด โป หรือ โพล่ อยู่ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และลำพูน ปะโอ หรือ ตองสู และบะเว หรือ คะยา ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถิ่นฐานเดิมของกะเหรี่ยงอยู่บริเวณมองโกเลีย เมื่อกว่า 2,000 ปี มาแล้ว 

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 1,074

ลายไทย

ลายไทย

จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่ม เกิดจากความเสื่อมถอยของภูมิปัญญาท้องถิ่นหัตถกรรมเครื่องเงิน ซึ่งช่างฝีมือและคนในท้องถิ่นเริ่มหันไปประกอบอาชีพอื่น ทำให้หัตถกรรมเครื่องเงินในท้องถิ่นลดน้อยลง ในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกชิ้นนี้ขึ้น จึงจัดกิจกรรมส่งเสริม พัฒนาเครื่องเงิน ในโอกาสจัดงาน ชาวเขาเผ่าเย้า หรือเมี้ยน ที่เราไปสัมภาษณ์การทำเครื่องเงินเพื่อประดับชุดผู้หญิงของเขาอยู่ที่บ้านเขาน้อย หมู่ที่ 1 ตำบลคลองลานพัฒนา อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งนิยมสร้างบ้านบริเวณที่ลาดชันตามไหล่เขา ผู้หญิงชาวเย้า จะแต่งตัวด้วย เครื่องเงินที่งดงามมาก มีน้ำหนักหลายกิโลกรัม แต่ละชุดจะมีมูลค่าของเครื่องเงินนับแสนบาท จึงทำให้ชายชาวเขา เป็นช่างที่ทำเครื่องเงินได้งดงามมากและหลากหลายรูปแบบมาก

เผยแพร่เมื่อ 06-02-2017 ผู้เช้าชม 1,440

การแต่งกายของชนเผ่ามละ

การแต่งกายของชนเผ่ามละ

มาลาบรี (มละ) หรือ ผีตองเหลือง ชนกลุ่มนี้เรียก ตัวเองว่า “คนป่า” หรือ “มลาบรี” ไม่ชอบถูกเรียกว่า “ผีตองเหลือง” แต่ที่ผู้คนในที่ราบ คุ้นเคยกับคำว่า “ผีตองเหลือง” อาจเนื่องมาจากคนป่ากลุ่มนี้ มักชอบหายตัวไปอย่างว่องไว เมื่อเผชิญกับคนแปลกหน้าจะทิ้งไว้เพียงเพิงพัก ซึ่งมุงด้วยใบตองกล้วยป่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายวัน จนใบตองเปลี่ยนจากสีเขียว จนเป็นสีเหลือง มลาบรีเป็นกลุ่มชาติพันธุ์มองโกลอยด์ดั้งเดิม 

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 2,472

กลุ่มสตรีทอผ้าพื้นเมืองย้อมสีธรรมชาติบ้านชัยมงคล

กลุ่มสตรีทอผ้าพื้นเมืองย้อมสีธรรมชาติบ้านชัยมงคล

จัดตั้งกลุ่มเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2542 มีสมาชิกก่อตั้ง 6 คนมีกี่ทอผ้า 3 ตัวโดยใช้อาคารกลุ่มออมทรัพย์เป็นที่ตั้งทำการชั่วคราวสมาชิกลงทุนคนละ 1850 บาทสมาชิกกลุ่มได้รวมตัวกันจ้างครูฝึกสอนจาก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มาฝึกสอน 1 เดือนโดยใช้ ส่วนตัวของสมาชิก ปัจจุบันมีสถานที่ทำการกลุ่มจากกองทุนชุมชน

เผยแพร่เมื่อ 16-08-2020 ผู้เช้าชม 1,864

จักสานไม้ไผ่

จักสานไม้ไผ่

เริ่มสานไม้ไผ่ได้ 30 ปี ทำตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ แล้วส่งต่อมาให้นางเกษร นางเกษรได้เริ่มทำตั้งแต่อายุ 40 จนถึงปัจจุบันอายุได้ 70 แล้ว จักสานเป็นทุกอย่าง นอกจากนี้นางเกษรยังเป็นวิทยากรให้ตามโรงเรียนต่างๆ ที่ได้เชิญไปให้ความรู้ในเรื่องของการจักสานไม้ไผ่เสมอ และได้จัดตั้งกลุ่มจักสานไม้ไผ่ขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์การจักสานไม้ไผ่อีกด้วย

เผยแพร่เมื่อ 16-08-2020 ผู้เช้าชม 3,309

ลายผ้าปักชาวลาหู่ หรือ มูเซอ (Lahu)

ลายผ้าปักชาวลาหู่ หรือ มูเซอ (Lahu)

ลายผ้าปักลาหู่ จะมีเอกลักษณ์และศิลปะการสร้างลวดลายบนผืนผ้าของเผ่าลาหู่ (มูเซอ) มักนิยมตกแต่งลวดลายบนเครื่องแต่งกาย ด้วยการปักเส้นด้ายสีสันต่าง ๆ เป็นลวดลายที่เป็นเอกลายค่อนข้างหลากหลาย และมีการปักผสมผสานลวดลายจากชนเผ่าอื่นเข้ามาด้วย ทำให้สะดุดตา สีที่นิยมมากเป็นพิเศษคือ สีแดง และสีเขียว

 

เผยแพร่เมื่อ 20-05-2025 ผู้เช้าชม 222

สุธีรา ฟาร์มปูนาบ้านไร่อุดม

สุธีรา ฟาร์มปูนาบ้านไร่อุดม

ก่อนที่จะทำฟาร์มปูนาเคยทำอาชีพรับจ้างมาก่อน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จจนมีหน่วยงานรัฐบาลมาให้ความรู้เกี่ยวกับการเพาะปูนา จึงทดลองเพาะเลี้ยงปูไว้ในที่ว่างหลังบ้าน จากนั้นก็มีกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขอซื้อไปขายต่อ จึงเริ่มหันมาสนใจการเลี้ยงปูนาอย่างเต็มตัว เมื่อเริ่มเพาะเลี้ยงปูนาได้มากขึ้นแต่บางช่วงตลาดตัน ราคาขายไม่สูง เลยได้นำไปแปรรูปเป็นอาหาร ส่งจำหน่ายแทน โดยจะนำไปวางจำหน่ายตามร้านขายของฝากต่างๆ รวมถึงส่งขายไปยังต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี

เผยแพร่เมื่อ 16-08-2020 ผู้เช้าชม 2,858

ลายผ้าปักชาวลั๊วะ หรือ ละว้า (Lua)

ลายผ้าปักชาวลั๊วะ หรือ ละว้า (Lua)

ลายผ้าปักชาวลั๊วะ มีเอกลักษณ์และศิลปะการสร้างลวดลายบนผืนผ้าของเผ่าลั้วะ มีลักษณะเด่น คือ ทอแน่น และหนา เหมาะสำหรับการนุ่งในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันอันตรายจากของมีคมได้ นอกจากนี้ยังมีการการทอด้วยลวดลายตกแต่งสวยงาม มีการปักเข้ามาผสมผสานเมื่อมีการตัดเป็นเสื้อ ผ้าทอผู้ชาย มักจะใช้สีแดงเป็นหลัก ส่วนผู้หญิงมักจะใช้สีดำ แดง เหลืองเป็นหลัก แต่ปัจจุบันมีการใช้สีเคมีมากขึ้น ทำให้มีการใช้สีอื่น ๆ เข้ามาแทรกร่วมด้วย จึงมีสีสันที่สดใสร่วมสมัยมากขึ้น

เผยแพร่เมื่อ 20-05-2025 ผู้เช้าชม 208

ลายดอกไม้

ลายดอกไม้

เครื่องเงิน จัดเป็นของฝากที่ขึ้นชื่อ  โดยฝีมือชาวเขาเผ่าเมี่ยน (เย้า) และม้ง(แม้ว) ส่วนมากทำเป็นเครื่องประดับ เช่น กำไล สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ตุ้มหู แหวน ฯลฯ ซึ่งได้ริเริ่มทำเป็นอาชีพเงิน เป็นเครื่องประดับอีกประเภทหนึ่งที่ก้าวผ่านยุคสมัยและมีการถ่ายทอด ภูมิปัญญาการทำเครื่องเงิน จากรุ่นสู่รุ่น ลวดลายเก่าแก่โบราณยังคงถูกรักษาไว้ได้อย่างดีจากงาน หัตกรรมที่ต้องใช้ความ อดทนและฝีมือควบคู่กัน ในเมืองไทยความพิเศษที่ทำให้เครื่องเงินเมืองน่านไม่เหมือนที่อื่น คือ เครื่องเงินของเมืองน่าน จะ “ผสมเม็ดเงินมากเป็นพิเศษ” เมื่อเสร็จออกมาจะเป็นเครื่องประดับที่ไม่แข็งเกินไป

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 1,403