![]()
เมืองคณฑี : เมืองต้นกำเนิดของราชวงศ์พระร่วง
เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้ชม 2,753
[16.378346, 99.5340804, เมืองคณฑี : เมืองต้นกำเนิดของราชวงศ์พระร่วง]
เมืองคณฑีหรือบ้านโคน มีการสืบเนื่องของชุมชนมาช้านานแล้ว แม้ในปัจจุบันไม่ปรากฏร่องรอยของคูน้ำแนวคันดินอันเป็นที่ตั้งของเมือง แต่มีวัดและซากโบราณเก่าแก่ที่ทำให้เชื่อได้ว่าครั้งหนึ่งบริเวณบ้านโคนเคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ คือ เมืองคณฑี มีตำนานเล่าเรื่องถึงชาติภูมิหรือบรรพบุรุษของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระมหาธรรมราชหรือพระเจ้าโรจน หรือที่เรียกกันในภาษาพื้นบ้าน ว่าพระร่วง ซึ่งกล่าวไว้ในเรื่องสีหลปฏิมา สรุปความได้ว่า
ได้ยินมาว่า ที่ตำบลบ้านโค (บ้านโคน) ยังมีชายคนหนึ่งรูปงาม มีกำลังวังชามากมาย ท่องเที่ยวอยู่ในป่า ระหว่างนั้นมีนางเทพธิดาองค์หนึ่ง ได้เห็นชายรูปงานคนนั้น เกิดจิตพิศวาสอยากจะมีความสัมพันธ์ด้วย จึงได้แสดงมายาหญิงแล้วได้ร่วมเสพสังวาสกับชายหนุ่มรูปงามคนนั้น ต่อมานางเทพธิดาเกิดบุตรอันเกิดจากชายรูปงาม โดยบุตรของชายคนนั้นมีรูปงามและพละกำลังเป็นอันมาก ชาวบ้านทั้งปวงจึงพร้อมใจกันทำราชาภิเษกบุตรของชายคนนั้น และในกาลต่อมาบุตรของชายคนนั้นได้ปรากฏพระนามว่า “โรจนราช” หรือภายหลังเรียกพระนามกันว่า “พระร่วงเจ้า”
จากข้อความดังกล่าว ทำให้ได้ความว่า พระยามหาธรรมราช ประสูติที่ตำบลบ้านโค (บ้านโคน) เหตุที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบ้านโค หมายถึง บ้านโคน นั้นอาจารย์มานิต วัลลิโภดม ได้แสดงความคิดเห็นเอาไว้ดังนี้ “เหตุที่ตั้งข้อสังเกตอย่างนี้เห็นจะเป็นเพราะในตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ฉบับแปลครั้งรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งตีพิมพ์เมื่อ รศ.127 ใช้ว่า “โคณคาม” บ้านโคและโคณคาม แปลมาจาก “โคคาเม” ในต้นฉบับภาษาบาลีที่พระรัตนปัญญาเถระชาวเชียงใหม่ รจนา เมื่อระหว่าง พ.ศ. 2066-2071 ในตำนานมูลศาสนากล่าวว่า เมื่อพระนางจามเทวี ตั้งเมืองพระบางขึ้นทีปากน้ำโพ นครสวรรค์แล้ว ได้เสด็จผ่านเมืองคัณทิกะ เมืองนี้มีชื่อเสียงคล้ายกับเมืองคณฑี ที่ตำบลบ้านโคน ถ้าเป็นแห่งเดียวกันย่อมเป้นเมืองอยู่แล้ว เมื่อพุทธศตวรรษที่ 13
ในศิลาจารึกหลักที่ 45 พบที่วัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย อายุช่วงประมาณ พ.ศ. 1935 ได้บอกสกุลของพระยามหาธรรมราชว่า “ปู่ผาคำ...ปู่หวาน ปู่ขุนจิต ปู่ขุนจอด ปู่พญาศรีอินทราทิตย์...” ขุนจิต ขุนจอด อาจจะเป็นชนชั้นปู่ ชั้นบิดาของพระยามหาธรรมราชและเป็นขุนครองเมืองคณฑีก็ได้
ถ้าเชื่อตามตำนนและข้อความที่กล่าวมานี้ เมืองโคคามหรือโคณคามเป็นตำบลบ้านโคนแล้ว พระยามหาธรรมราชหรือพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ย่อมมีต้นตระกูลเป็นชาวคณฑีอย่างไม่มีปัญหา
คำสำคัญ : คณฑี
ที่มา : สันติ อภัยราช. (2549). วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาตำบลคณฑี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร. กำแพงเพชร: สภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร.
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2563). เมืองคณฑี : เมืองต้นกำเนิดของราชวงศ์พระร่วง. สืบค้น 12 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=1373&code_db=610001&code_type=01
Google search
ท่ามกลางมรดกอารยธรรมสุโขทัยและโบราณสถานศิลาแลงอันโดดเด่นของเมืองกำแพงเพชรยังมีศูนย์รวมศรัทธาอีกแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในเขตเมือง นั่นคือวัดบาง วัดราษฎร์ในตำบลในเมืองอำเภอเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร”
พระพุทธรูปสำริดที่ชาวกำแพงเพชรเคารพนับถือในฐานะพระพุทธรูปสำคัญของเมืองวัดบางมีสถานะเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ข้อมูลทะเบียนวัดระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2420 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2430
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 12
เมืองคณฑี ตั้งอยู่ในเขตตำบลคณฑี ริมฝั่งแม่น้ำปิงทางด้านตะวันออก เยื้องตรงข้ามกับวัดวังพระธาตุลงมาทางใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร แม้ไม่มีการตรวจพบร่องรอยของคูน้ำและคันดิน แต่เหนือบ้านโคนขึ้นไปมีร่องรอยบริเวณที่มีคูน้ำโดยรอบ มีผุ้พบซากเจดีย์ร้าง และเศษโบราณวัตถุเป็นจำนวนมากในป่าก่อนจะถูกปรับไถให้โล่งเตียน โดยเฉพาะบริเวณวัดกาทิ้งได้ปรากฏร่องรอยบริเวณที่มีคูน้ำโอบล้อม มีซากโบราณสถานและเศษโบราณวัตถุ โคกเนินต่าง ๆ แม้จะถูกชาวบ้านปรับไถที่ดินทำไร่ทำนา จนหมดสิ้น
เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 3,381
ในเขตจังหวัดกำแพงเพชร มีเมืองโบราณตั้งอยู่มากมาย ยืนยันได้ว่ากำแพงเพชร เป็นเมืองโบราณมาช้านาน ไม่ต่ำกว่าพันปี เมืองที่รู้จักกันดี คือเมืองแปบ อยู่บริเวณตีนสะพานกำแพงเพชร ฝั่งนครชุม ตั้งแต่หัวยางถึงวัดพระบรมธาตุนครชุม แต่ปัจจุบันไม่พบหลักฐาน เพราะเมืองแปบทั้งเมืองถูกน้ำกัดเซาะทำลายสิ้นทั้งเมือง แต่ประชาชน ยังเรียกขาน บริเวณนี้ว่าวังแปบอยู่ เมืองเทพนคร อยู่บริเวณตำบลเทพนครในปัจจุบันสำรวจล่าสุดปี 2556 เดิมเมื่อฝรั่งเข้าไปทำเกษตร บริเวณนั้นเคยเรียกว่า ปางหรั่ง หรือปางฝรั่ง ปัจจุบันพบเพียงคูน้ำเพียงด้านเดียว พบป้อมปราการท้ายเมืองหนึ่งป้อม เพราะเมืองเทพนคร มีอายุอยู่ในระยะสั้นมาก อาจไม่ถึงช่วงสองร้อยปี (ราวพุทธศกัราช 1600-1800)
เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 2,604
ตราประจำจังหวัด คือ เป็นรูปกำแพงเมืองประดับเพชรเปล่งประกายแห่งความงดงามโชติช่วงประดิษฐานอยู่ในรูปวงกลม รูปกำแพงเมือง หมายถึง กำแพงเมืองโบราณของเมืองกำแพงเพชรซึ่งเป็นมรดกที่ล้ำค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีแสดงเกรียติประวัติที่น่าภาคภูมิใจของชาวเมืองนี้และเป็นที่มาของชื่อจังหวัดกำแพงเพชร รูปวงกลม หมายถึง ความกลมเกลียว สมัครสมานสามัคคี รักใคร่มีน้ำใจ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวกำแพงเพชรทั้งมวลความหมายโดยสรุป คือ กำแพงเพชรเป็นเมืองที่มีกำแพงเมืองมั่นคงแข็งแกร่งสวยงามเป็นมรดกแห่งอดีตอันยิ่งใหญ่ประจักษ์พยานแห่งความรุ่งโรจน์โชติช่วงในอดีตที่น่าภาคภูมิใจ เมืองมีความเจริญรุ่งเรือง ผู้คนพลเมืองมีความสมัครสมานสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอันดี
เผยแพร่เมื่อ 30-08-2019 ผู้เช้าชม 12,704
พ.ศ. 2313 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระยาสุรบดินทร์ ข้าหลวงเดิมเป็นพระยากำแพงเพชร ล่วงมาถึงปีขาล 2313 มีข่าวมาถึงกรุรธนบุรีว่า เจ้าพระฝางให้ส่งกำลังลงมาลาดตระเวนถึงเองอุทัยธานี และเมืองชัยนาท เป็นทำนองว่าจะคิดลงมาตีกรุงธนบุรี พระเจ้ากรุงธนบุรีจึงมีรับสั่งให้เตรียมกองทัพจะยกไปตีเมืองเหนือในปีนั้น พระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จโดยกระบวนทัพเรือยกกำลังออกจากรุงธนบุรี เมื่อวันเสาร์ แรม 14 ค่ำ เดือน 8 ไปประชุมพล ณ ที่แห่งใดไม่ปรากฏหลักฐาน เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีปราบชุมนุมพระฝางได้แล้ว ก็เท่ากับได้เมืองเหนือกลับมาทั้งหมด พระองค์ได้ประทับจัดการปกครองเมืองเหนืออยู่ตลอดฤดูน้ำ เกลี้ยกล่อมราษฏรที่แตกฉานซ่านเซ็นให้กลับมาอยู่ตามภูมิลำเนาเดิม จัดการสำรวจไพร่พลในเมืองเหนือทั้งปวง
เผยแพร่เมื่อ 24-02-2020 ผู้เช้าชม 3,130
กำแพงเพชร มั่งคั่งบนแผ่นกระดาษ แต่ขาดแคลนบนความจริง? ตีแผ่ตัวเลข GPP ที่ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าชาวบ้าน หากเปิดดูรายงานจากสภาพัฒน์ฯ หรือตัวเลขทางเศรษฐกิจระดับภาค คุณจะพบชื่อ “จังหวัดกำแพงเพชร” ทะยานขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของภาคเหนืออย่างสง่างาม ด้วยรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GPP Per Capita) ที่สูงจนน่าอิจฉา มายากลตัวเลข: เมื่อเศรษฐีกับคนจนถูกมัดรวมกัน ตัวเลขรายได้เฉลี่ยแสนกว่าบาทต่อปีที่ดูดีนั้น แท้จริงแล้วมันคือ “ค่าเฉลี่ยมายากล” เพราะในขณะที่รายได้มหาศาลไหลมาจาก ขุมทรัพย์ใต้ดิน (สัมปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) และ ขุมทรัพย์บนดิน (โรงงานแปรรูปเกษตรขนาดใหญ่)
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 13
พระบรมธาตุคู่บ้าน พระยาวชิรปราการคุ้มเมือง ป้อมทุ่งเศรษฐีลื่อเลื่อง กำแพงเพชรเมือง700ปี คลองสวนหมากเสด็จประพาส ทุ่งมหาราชบทประพันธ์ดี หลวงพ่ออุโมงค์เป็นศักดิ์ศรี คนดีศรีเมืองนครชุม
เผยแพร่เมื่อ 21-01-2020 ผู้เช้าชม 4,048
พระยางั่ว สมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวไว้ในประชุมปาฐกถาตอนที่ว่าด้วย "พงศาวดารกรุงสุโขทัยคราวเสื่อม" ถึงเรื่องเมืองชากังราว น่าจะสร้างขึ้นเป็นเมืองลูกหลวง คู่กับเมืองศรีสัชนาลัยอยู่ และพระยางั่ว ครองเมืองซากังราว และได้เกิดชิงราชสมบัติกันกับพระยาลิไทย พระยาลิไทยเป็นผู้ชนะและได้สมบัติ พระยางั่วจึงเป็นผู้ครองเมืองกำแพงเพชร อยู่ก่อนที่พระยาไทยจะขึ้นเสวยราชย์ คือราว พ.ศ.1890 ซึ่งเป็นปีเสวยราชย์ของพระยาลิไทย
เผยแพร่เมื่อ 14-11-2023 ผู้เช้าชม 2,132
คำว่า ชินบัญชร นั้นแปลว่า กรง หรือ เกราะป้องกันภัยของพระพุทธเจ้า คำว่า ชิน หมายถึง พระพุทธเจ้า คำว่า บัญชร หมายถึง กรง หรือ เกราะ โดยที่เนื้อหาในคาถาในชินบัญชรนั้นจะเป็นการอัญเชิญพระพุทธเจ้าจำนวน 28 พระองค์ เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าพระนามว่าตัณหังกร เป็นต้น เดินทางลงมาสถิตอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เพื่อเป็นการเสริมให้ตนเองนั้นมีพลังพุทธคุณให้ยิ่งใหญ่ จากนั้นจึงอัญเชิญพระอรหันต์ที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 80 องค์ซึ่งเป็นผู้มีบารมีธรรมที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังได้มีการอาราธนาพระสูตรอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ทรงอานุภาพในด้านต่างๆ
เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 4,161
มีเนื้อความในต้านานสิงหนวัติกุมารเล่าว่ากาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีโอรสของพระเจ้าพีล่อโก๊ะองค์หนึ่ง ชื่อพระเจ้าสิงหนวัติ ได้มาสร้างเมืองใหม่ขึ้นทางใต้ ชื่อเมืองโยนกนาคนคร เมืองดังกล่าวนี้อยู่ในเขตละว้า หรือในแคว้นโยนก เมื่อประมาณปี พ.ศ.1111 เป็นเมืองที่สง่างามของย่านนั้น ในเวลาต่อมาก็ได้รวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ที่อ่อนน้อมให้มาเป็นเมืองขึ้นแล้วตั้งชื่อเป็นแคว้นชื่อว่าโยนกเชียงแสน มีอาณาเขตทางทิศเหนือตลอดสิบสองปันนา ทางใต้จดแคว้นหริภุญชัย มีกษัตริย์สืบเชื้อสาย ต่อเนื่องกันมา จนถึงสมัยพระเจ้าพังคราชจึงได้ เสียเมืองให้แก่ขอมดำ
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 5,173
